"ดีเอสไอ"รอจังหวะจับ"ธัมมชโย"
อธิบดีดีเอสไอแจงสรุปสำนวนสั่งฟ้องแล้วไม่เปลี่ยนตัวพนักงานสอบสวน ระบุธรรมกายร้องขอเปลี่ยนรายเนื้อหาสอบสวน-หลักฐานการเงิน ระบุพนักงานสอบสวนรอจังหวะจับธัมมชโย คาดกค.สรุปสำนวนส่งฟ้องได้อีก 3คดี
อธิบดีดีเอสไอแจงสรุปสำนวนสั่งฟ้องแล้วไม่เปลี่ยนตัวพนักงานสอบสวน ระบุธรรมกายร้องขอเปลี่ยนรายเนื้อหาสอบสวน-หลักฐานการเงิน ระบุพนักงานสอบสวนรอจังหวะจับธัมมชโย คาดกค.สรุปสำนวนส่งฟ้องได้อีก 3คดี
วันที่ 14 มิ.ย พ.ต.อ.ไพสิฐ วงศ์เมือง อธิบดีดีเอสไอ กล่าวภายหลังการประชุมคณะพนักงานสอบสวนเกี่ยวกับการดำเนินคดีฟอกเงินกับผู้เกี่ยวข้องที่ได้รับเช็คสั่งจ่ายจากสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่นจำกัดว่าได้มีการสรุปสำนวนส่งฟ้องคดีสมคบกันฟอกเงินร่วมกันฟอกเงินและร่วมกันรับของโจรที่มีผู้ต้องหารวม 5 คนซึ่งรวมถึงพระธัมมชโย เจ้าอาวาสวัดพระธรรมกายที่ยังไม่เข้ามอบตัว ส่วนการขอเปลี่ยนตัวพนักงานสอบสวนได้มอบหมายให้ พ.ต.ท.สมบูรณ์ สาระสิทธิ์ รองอธิบดีดีเอสไอเป็นผู้พิจารณาว่ามีเหตุสมควรให้เปลี่ยนพนักงานสอบสวนหรือไม่
อย่างไรก็ตาม ตนได้พิจารณาเงื่อนไขที่ร้องขอให้เปลี่ยนตัวหัวหน้าพนักงานสอบสวนพบว่าเนื้อหาส่วนใหญ่เป็นการร้องขอให้เปลี่ยนแปลงเนื้อหาการสอบสวนและเป็นรายละเอียดจากหลักฐานที่เป็นเอกสารเส้นทางการเงิน ไม่เกี่ยวข้องกับตัวบุคคลหรือการปฏิบัติหน้าที่ของพนักงานสอบสวน
"คดีดังกล่าวพยานหลักฐานส่วนใหญ่เป็นเอกสาร ไม่ใช่พยานบุคคล จึงไม่สามารถเปลี่ยนแปลงได้ อย่างไรก็ตามส่วนการประสานกับปปง.เพื่อดำเนินคดีทางเพ่งเป็นไปตามระเบียบสำนักนายกฯเนื่องจากถือเป็นความผิดมูลฐานตามกฎหมายฟอกเงินเมื่อสรุปสำนวนต่ออัยการแล้วก็ต้องส่งเรื่องให้ปปง.ตรวจสอบทรัพย์สินของผู้เกี่ยวข้องตามกฎหมาย"พ.ต.อ.ไพสิฐ กล่าว
อธิบดีดีเอสไอ กล่าวว่า ขณะนี้ดีเอสไออยู่ระหว่างเร่งสอบสวนคดีฟอกเงินที่เกี่ยวข้องอีกกว่า 10 คดี และคาดว่าภายในเดือนก.ค.นี้จะสามารถสรุปสำนวนสั่งฟ้องได้อีก 2-3 คดีโดยมีการกระทำความผิดของนายสถาพร วัฒนาศิรินุกุล อดีตพระลูกวัดพระธรรมกาย ส่วนขั้นตอนการเจรจาทางสงฆ์นั้นดีเอสไอจะดำเนินการต่อไปโดยไม่ผูกพันกับมาตรการอื่น ๆ และหากประเมินสถานการณ์แล้วมีความเหมาะสมก็จะเข้าจับกุมตามหมายจับของศาล หรือหากอัยการมีความเห็นสั่งฟ้องคดีในวันที่ 13 ก.ค.นี้ดีเอสไอก็มีหน้าที่ต้องนำตัวผู้ต้องหาส่งฟ้องให้ได้
“การหารือร่วมกันช่วงบ่ายวันนี้( 14 มิ.ย.) ทึ่วัดเขียนเขตดีเอสไอไม่มีเงื่อนไขใด ๆในการเจรจาทางสงฆ์นอกจากการให้พระธัมมชโยมอบตัวเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมที่ผ่านมาจะสังเกตได้ว่าการทำงานของดีเอสไอเป็นไปตามกฎหมายและอะลุ่มอล่วยมาโดยตลอด”อธิบดีดีเอสไอ กล่าว







