posttoday
จิ๋วอ้อนคนนครพนมเทคะแนนเลือกพท.

จิ๋วอ้อนคนนครพนมเทคะแนนเลือกพท.

10 สิงหาคม 2553

บิ๊กจิ๋วควงหญิงหลุยส์ลงพื้นที่บ้านเกิดนครพนมอ้อนชาวบ้านเทคะแนนเลือเพื่อไทยกลับมาเป็นรัฐบาลอีกครั้งยินดีนั่งนายกรัฐมนตรีอีกครั้ง

บิ๊กจิ๋วควงหญิงหลุยส์ลงพื้นที่บ้านเกิดนครพนมอ้อนชาวบ้านเทคะแนนเลือเพื่อไทยกลับมาเป็นรัฐบาลอีกครั้งยินดีนั่งนายกรัฐมนตรีอีกครั้ง

พล.อ.ชวลิต  ยงใจยุทธ  อดีตนายกรัฐมนตรีคนที่ 22 และประธานพรรคเพื่อไทย  พร้อมด้วย คุณหญิงพันธ์เครือ  ยงใจยุทธ  ภรรยา, นพ.ประสงค์  บูรณ์พงศ์ อดีต ส.ส.นครพนม กรรมการบริหารพรรคไทยรักไทย  พร้อมคณะสส.พรรคเพื่อไทย  ลงพื้นที่พบปะเยี่ยมเยือนชาวบ้านในเขต อ.เมือง อ.ศรีสงคราม  และ อ.เมือง นครพนม  ซึ่งเป็นพื้นที่แจ้งเกิดทางการเมือง  ก่อนเดินทางไปเยี่ยมชมโครงการก่อสร้างสะพานข้ามแม่น้ำโขงแห่งที่ 3 บ้านห้อม ต.อาจสามารถ จ.นครพนม  โดยขณะนี้โครงการคืบหน้าไปกว่า 40 เปอร์เซ็นต์แล้ว 

นอกจากนี้ยังได้เดินทางไปที่แขวงการทางจังหวัดนครพนม  เพื่อเยี่ยมชมรับฟังบรรยายสรุปแผนงานการก่อสร้างพัฒนาการคมนาคม ที่จะรองรับโครงการสร้างสะพานข้ามแม่น้ำโขงแห่งที่ 3  ในฐานะที่เคยเป็นผู้ผลักดันโครงการก่อสร้างสะพานข้ามแม่น้ำโขง  ในสมัยที่เป็นฝ่ายรัฐบาล  โดยในโอกาสนี้ได้มีข้าราชการ เจ้าหน้าที่เกี่ยวข้อง รวมถึงผู้นำชุมชน และประชาชน ให้การต้อนรับอย่างอบอุ่น

พล.อ.ชวลิตกล่าวในการพบปะชาวบ้านครั้งนี้ว่า  วันนี้รู้สึกประทับใจที่ได้มาเห็นความก้าวหน้าการก่อสร้างสะพานข้ามแม่น้ำโขงแห่งที่ 3 นครพนม คำม่วน  ซึ่งตนเคยเป็นผู้ผลักดันมาตั้งแต่อดีต  และเป็นความหวังของชาวนครพนม มานาน  ซึ่งเชื่อมั่นว่าหากสะพานแห่งนี้เสร็จจะทำให้นครพนมมีความเจริญทั้งด้านการคมนาคม รวมถึงเศรษฐกิจการค้า  อยู่ในระดับต้นอีกแห่งของภาคอีสาน  ที่เป็นเรื่องที่น่ายินดีภาคภูมิใจสำหรับคนนครพนม  

ส่วนเรื่องการเมืองนั้นมาวันนี้ขอเปิดใจว่า ช่วงหนึ่งอาจห่างเหินไปบ้างไม่ค่อยได้มาพบปะพี่น้อง เพราะสถานการณ์บ้านเมืองที่เกิดความขัดแย้งรุนแรง  จึงไม่ต้องการลงพื้นที่ เพราะอาจเป็นสาเหตุให้เกิดความลำบากใจทั้ง 2 ฝ่าย  เพราะทุกฝ่ายตนมองว่าเป็นลูกหลานทุกคน ไม่มีศัตรู  สิ่งที่ต้องการที่สุดคือความสมานฉันท์  แต่มาถึงวันนี้ตนคิดว่าคงปล่อยไว้ไม่ได้  จึงต้องหันกลับมาดูงานเรื่องการเมืองอีกครั้ง  

ทั้งนี้ที่ผ่านมาทำให้พื้นที่นครพนมขาดเอกภาพ  ที่ส่งผลกระทบต่อความเจริญ  คงปล่อยไว้ไม่ได้  จึงต้องลงมาพูดคุยกับพี่น้องลูกหลานอีกครั้ง  ให้หันมาคิดทบทวน  ว่าที่ผ่านมาเกิดอะไรขึ้น  ตนเชื่อมั่นว่าสุดท้ายอำนาจทุกอย่างก็จะอยู่ที่ประชาชน  ต้องรอในการเลือกตั้งสมัยหน้า  ขอฝากไว้กับทุกคน

พล.อ.ชวลิต  กล่าวอีกว่า  จากการที่ตนลงพื้นที่หลายจังหวัดในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ  ทำให้รู้ว่ากระแสเพื่อไทยไม่ได้ลดน้อยลง  กับเพิ่มมากขึ้นกว่าเดิมด้วยซ้ำ   จึงมีความเชื่อมั่นว่าการเลือกตั้งสมัยหน้าเพื่อไทยต้องชนะแน่นอน  แต่การบริหารงานของรัฐบาลปัจจุบันยอมรับว่าน่าห่วงเรื่องความขัดแย้ง แต่ก็ขอให้อยู่จนจบเทอม เพราะตนก็ไม่ต้องการเห็นความรุนแรง  

อย่างไรก็ตามต้องการเห็นประชาชนเป็นผู้มีอำนาจ  อีกเรื่องคือการประกาศใช้ พรก.ฉุกเฉิน ของรัฐบาล  ตนมองว่าไม่ใช่เรื่องที่ถูกต้อง เพราะประชาชนคนไทยต้องการความเชื่อใจ ความอิสระทางความคิด และไม่ต้องการถูกบีบบังคับ เพราะบอบช้ำกับปัญหาที่ผ่านมามากแล้ว  และเรื่องการดูด ส.ส.จากพรรคเพื่อไทยนั้น ซึ่งมองว่าไม่ได้สำคัญ  เนื่องจากการที่ใครก็ตามทำงานการเมือง เป็นผู้แทนของชาวบ้าน  ไม่ได้หมายความว่าจะเป็นรัฐบาลเท่านั้น ที่สามารถพัฒนาได้  

ข่าวล่าสุด

วัย 60+ ยังมีไฟ จัดหางานดันผู้สูงอายุมีงานทำ สร้างรายได้กว่า 116 ล้านต่อปี

วัย 60+ ยังมีไฟ จัดหางานดันผู้สูงอายุมีงานทำ สร้างรายได้กว่า 116 ล้านต่อปี