
จิ๋วอ้อนคนนครพนมเทคะแนนเลือกพท.
บิ๊กจิ๋วควงหญิงหลุยส์ลงพื้นที่บ้านเกิดนครพนมอ้อนชาวบ้านเทคะแนนเลือเพื่อไทยกลับมาเป็นรัฐบาลอีกครั้งยินดีนั่งนายกรัฐมนตรีอีกครั้ง
บิ๊กจิ๋วควงหญิงหลุยส์ลงพื้นที่บ้านเกิดนครพนมอ้อนชาวบ้านเทคะแนนเลือเพื่อไทยกลับมาเป็นรัฐบาลอีกครั้งยินดีนั่งนายกรัฐมนตรีอีกครั้ง
พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ อดีตนายกรัฐมนตรีคนที่ 22 และประธานพรรคเพื่อไทย พร้อมด้วย คุณหญิงพันธ์เครือ ยงใจยุทธ ภรรยา, นพ.ประสงค์ บูรณ์พงศ์ อดีต ส.ส.นครพนม กรรมการบริหารพรรคไทยรักไทย พร้อมคณะสส.พรรคเพื่อไทย ลงพื้นที่พบปะเยี่ยมเยือนชาวบ้านในเขต อ.เมือง อ.ศรีสงคราม และ อ.เมือง นครพนม ซึ่งเป็นพื้นที่แจ้งเกิดทางการเมือง ก่อนเดินทางไปเยี่ยมชมโครงการก่อสร้างสะพานข้ามแม่น้ำโขงแห่งที่ 3 บ้านห้อม ต.อาจสามารถ จ.นครพนม โดยขณะนี้โครงการคืบหน้าไปกว่า 40 เปอร์เซ็นต์แล้ว
นอกจากนี้ยังได้เดินทางไปที่แขวงการทางจังหวัดนครพนม เพื่อเยี่ยมชมรับฟังบรรยายสรุปแผนงานการก่อสร้างพัฒนาการคมนาคม ที่จะรองรับโครงการสร้างสะพานข้ามแม่น้ำโขงแห่งที่ 3 ในฐานะที่เคยเป็นผู้ผลักดันโครงการก่อสร้างสะพานข้ามแม่น้ำโขง ในสมัยที่เป็นฝ่ายรัฐบาล โดยในโอกาสนี้ได้มีข้าราชการ เจ้าหน้าที่เกี่ยวข้อง รวมถึงผู้นำชุมชน และประชาชน ให้การต้อนรับอย่างอบอุ่น
พล.อ.ชวลิตกล่าวในการพบปะชาวบ้านครั้งนี้ว่า วันนี้รู้สึกประทับใจที่ได้มาเห็นความก้าวหน้าการก่อสร้างสะพานข้ามแม่น้ำโขงแห่งที่ 3 นครพนม คำม่วน ซึ่งตนเคยเป็นผู้ผลักดันมาตั้งแต่อดีต และเป็นความหวังของชาวนครพนม มานาน ซึ่งเชื่อมั่นว่าหากสะพานแห่งนี้เสร็จจะทำให้นครพนมมีความเจริญทั้งด้านการคมนาคม รวมถึงเศรษฐกิจการค้า อยู่ในระดับต้นอีกแห่งของภาคอีสาน ที่เป็นเรื่องที่น่ายินดีภาคภูมิใจสำหรับคนนครพนม
ส่วนเรื่องการเมืองนั้นมาวันนี้ขอเปิดใจว่า ช่วงหนึ่งอาจห่างเหินไปบ้างไม่ค่อยได้มาพบปะพี่น้อง เพราะสถานการณ์บ้านเมืองที่เกิดความขัดแย้งรุนแรง จึงไม่ต้องการลงพื้นที่ เพราะอาจเป็นสาเหตุให้เกิดความลำบากใจทั้ง 2 ฝ่าย เพราะทุกฝ่ายตนมองว่าเป็นลูกหลานทุกคน ไม่มีศัตรู สิ่งที่ต้องการที่สุดคือความสมานฉันท์ แต่มาถึงวันนี้ตนคิดว่าคงปล่อยไว้ไม่ได้ จึงต้องหันกลับมาดูงานเรื่องการเมืองอีกครั้ง
ทั้งนี้ที่ผ่านมาทำให้พื้นที่นครพนมขาดเอกภาพ ที่ส่งผลกระทบต่อความเจริญ คงปล่อยไว้ไม่ได้ จึงต้องลงมาพูดคุยกับพี่น้องลูกหลานอีกครั้ง ให้หันมาคิดทบทวน ว่าที่ผ่านมาเกิดอะไรขึ้น ตนเชื่อมั่นว่าสุดท้ายอำนาจทุกอย่างก็จะอยู่ที่ประชาชน ต้องรอในการเลือกตั้งสมัยหน้า ขอฝากไว้กับทุกคน
พล.อ.ชวลิต กล่าวอีกว่า จากการที่ตนลงพื้นที่หลายจังหวัดในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ทำให้รู้ว่ากระแสเพื่อไทยไม่ได้ลดน้อยลง กับเพิ่มมากขึ้นกว่าเดิมด้วยซ้ำ จึงมีความเชื่อมั่นว่าการเลือกตั้งสมัยหน้าเพื่อไทยต้องชนะแน่นอน แต่การบริหารงานของรัฐบาลปัจจุบันยอมรับว่าน่าห่วงเรื่องความขัดแย้ง แต่ก็ขอให้อยู่จนจบเทอม เพราะตนก็ไม่ต้องการเห็นความรุนแรง
อย่างไรก็ตามต้องการเห็นประชาชนเป็นผู้มีอำนาจ อีกเรื่องคือการประกาศใช้ พรก.ฉุกเฉิน ของรัฐบาล ตนมองว่าไม่ใช่เรื่องที่ถูกต้อง เพราะประชาชนคนไทยต้องการความเชื่อใจ ความอิสระทางความคิด และไม่ต้องการถูกบีบบังคับ เพราะบอบช้ำกับปัญหาที่ผ่านมามากแล้ว และเรื่องการดูด ส.ส.จากพรรคเพื่อไทยนั้น ซึ่งมองว่าไม่ได้สำคัญ เนื่องจากการที่ใครก็ตามทำงานการเมือง เป็นผู้แทนของชาวบ้าน ไม่ได้หมายความว่าจะเป็นรัฐบาลเท่านั้น ที่สามารถพัฒนาได้







