โขนชาตินิยม
ถามว่าไทยกับกัมพูชาใครเป็นต้นตำรับโขน ก็เหมือนถามว่าไก่กับไข่อะไรเกิดก่อนกัน ดังนั้นอย่าถามเลยดีกว่า เพราะหาคำตอบได้ยาก ส่วนหนึ่งเพราะวัฒนธรรมไทยสยามกับกัมพูชาผูกพันกันเหนียวแน่น ถ่ายทอดกันมาหลายพันปี ของไทยกลายเป็นเขมร ของเขมรถูกย้ายเป็นไทยมาไม่รู้กี่ครั้ง มาเลิกนับญาติหลังยุคอาณานิคมนี่เอง ยิ่งหลังยุคเขมรแดงฆ่าล้างโคตรยิ่งจำกันไม่ได้ว่าเคยผูกพันกันมา
ถามว่าไทยกับกัมพูชาใครเป็นต้นตำรับโขน ก็เหมือนถามว่าไก่กับไข่อะไรเกิดก่อนกัน ดังนั้นอย่าถามเลยดีกว่า เพราะหาคำตอบได้ยาก ส่วนหนึ่งเพราะวัฒนธรรมไทยสยามกับกัมพูชาผูกพันกันเหนียวแน่น ถ่ายทอดกันมาหลายพันปี ของไทยกลายเป็นเขมร ของเขมรถูกย้ายเป็นไทยมาไม่รู้กี่ครั้ง มาเลิกนับญาติหลังยุคอาณานิคมนี่เอง ยิ่งหลังยุคเขมรแดงฆ่าล้างโคตรยิ่งจำกันไม่ได้ว่าเคยผูกพันกันมา
อย่างในราชสำนักไทยใช้ราชาศัพท์ปนเขมร ในราชสำนักเขมรก็ใช้ภาษาไทยปนราชาศัพท์ ผูกพันกันถึงขนาดนี้
ประเด็นนี้จะไม่เป็นเรื่องเลยถ้าสนใจหลักฐานและลดอาการคลั่งชาติกันสักนิด หลักฐานฝ่ายไทยชัดเจนว่า เจ้านายเขมรมาประทับในกรุงเทพฯ หลายพระองค์ กลับไปเป็นเจ้าแผ่นดินก็รับเอาวัฒนธรรมกรุงเทพฯ ไปด้วย นับแต่รัชกาลนักองค์ด้วงจนถึงสมัยพระเจ้านโรดม ก็มีครูละครไทยไปสอนตั้งหลายคน ชื่อเสียงก็ปรากฏ ตำราการเรียนก็ใช้ภาษาไทยทั้งสิ้น แถมบทละครโขนภาษาเขมรที่เก่าสุดก็แปลมาจากพระราชนิพนธ์ของรัชกาลที่ 1 ชัดๆ ต้นฉบับยังอยู่ในไทยอีกต่างหาก ถึงขนาดนี้ยังลืมกันแล้ว
ไม่ต้องย้อนไปถึงยุคก่อนอาณานิคมหรอกครับ แค่ 20-30 กว่าปีก่อน ไทยส่งบุคลากรไปฟื้นฟูนาฏศิลป์ให้ยุคหลังสงครามยังลืมกันเลย
สาเหตุที่ลืมเพราะชาตินิยมเข้าเส้นแท้ๆ หลักฐานก็มีอยู่ชัด แม้แต่คนละครเขาเองก็จำได้ว่าเรียนมาจากราชสำนักสยาม แต่พวกนักวิชาการทำเป็นเลี่ยงไม่อ้างว่ารับถ่ายทอดมาจากไทยยุครัตนโกสินทร์ ไพล่ไปอ้างว่าสืบทอดมาจากยุคนครวัดซึ่งไม่สมเหตุผล นอกจากเครื่องแต่งกาย และท่ารำจะไม่เหมือนภาพสลักที่นครวัดแล้ว หลักฐานที่เป็นลายลักษณ์อักษรก็ไม่มี เวลาก็ยาวนานเกือบ 700 ปีจนไม่รู้อะไรเป็นอะไรแล้ว
มีแต่งานเขียนของพวกฝรั่งเศสและลูกไล่ฝรั่งเศสที่ “เชื่อว่า” ละครโขนของเขมรสืบทอดจากยุคนครวัด แล้วก็เชื่อเป็นตุเป็นตะกันมาทั้งอย่างนั้น พร้อมประดิษฐ์วาทกรรมเรื่องไทยปล้นอารยธรรมนครวัด เพราะมันน่าภูมิใจกว่าบอกว่าเรียนจากราชสำนักสยาม
พวกปัญญาชนเหล่านี้ใช้เวลาลบล้างอิทธิพลไทยนับตั้งแต่ทศวรรษที่ 1930 จนถึงปัจจุบัน และสร้างความเสียหายให้กับข้อเท็จจริงทางประวัติศาสตร์มาก และเป็นพวกที่ใช้ชาตินิยมปลุกปั่นให้ชังเพื่อนบ้านอย่างหน้ามืดตามัว ส่วนชาวบ้านหรือคนละครจริงๆ เขารู้ว่าไทยกับเขมรใกล้ชิดกันจนแยกไม่ออก และไทยกับเขมรผลัดกันเรียนผลัดกันสอน
ส่วนปัญญาชนฝ่ายไทยยอมรับในอิทธิพลของเขมรต่อวัฒนธรรมไทยและไม่บิดเบือนว่าไทยก็ถ่ายทอดให้เขมรเช่นกัน ที่เหนือไปกว่านั้น บางท่านพยายาม Deconstruct หรือรื้อความเป็นไทยจนไม่เหลือแล้วว่าเป็นความเป็นไทยเป็นจิ๊กซอว์ของวัฒนธรรมต่างๆ ซึ่งวิธีการ Deconstruct แบบนี้ผมยังไม่เห็นในประเทศเพื่อนบ้าน มีแต่ไทยที่วิพากษ์ตัวเองหนักๆ อย่างนี้ ทำให้งงๆ เหมือนคนไม่เป็นมวยเมื่อเพื่อนบ้านยังใช้ Narrative หรือแนวคิดชาตินิยมสุดโต่งมาโจมตีเรา
ดังนั้น อย่าไปรื้อความเป็นไทยจนเหี้ยนแล้วบอกว่าเป็นของชาวบ้านเขาครับ เพราะมันมีของไทยแท้อยู่จริงๆ


