
เซนได สวยดี 10
หลังสัมผัสความหนาวสะท้านจากการชมปีศาจหิมะแล้ว ก็ได้เวลาลงเขามาหาอะไรทาน ไม่ไกลจากแถวนั้นมีสถานที่ที่น่าสนใจแห่งหนึ่ง คือ Zao Dairy Farm ที่นี่เป็นฟาร์มโคนมซึ่งผลิตและจำหน่ายน้ำนมรวมทั้งผลิตภัณฑ์จากนม อาทิ เนย ครีม ชีส อีกด้วย และยังเปิดให้นักท่องเที่ยวเข้าชมหรือทำกิจกรรมต่างๆ ทั้งการรีดนมวัว ทำเนย ชีส ไอศกรีม และไส้กรอก
หลังสัมผัสความหนาวสะท้านจากการชมปีศาจหิมะแล้ว ก็ได้เวลาลงเขามาหาอะไรทาน ไม่ไกลจากแถวนั้นมีสถานที่ที่น่าสนใจแห่งหนึ่ง คือ Zao Dairy Farm ที่นี่เป็นฟาร์มโคนมซึ่งผลิตและจำหน่ายน้ำนมรวมทั้งผลิตภัณฑ์จากนม อาทิ เนย ครีม ชีส อีกด้วย และยังเปิดให้นักท่องเที่ยวเข้าชมหรือทำกิจกรรมต่างๆ ทั้งการรีดนมวัว ทำเนย ชีส ไอศกรีม และไส้กรอก
นอกจากนี้ ยังมีร้านอาหารและคาเฟ่ให้นั่งทานกันอีก 3-4 ร้าน มื้อเที่ยงนี้เจ้าภาพจัดให้เราทานกันที่ร้าน Cheese House และเตรียมเมนูพิเศษให้เราลองทานกันคือ Rakuronet หรือชีสกระทะร้อน โดยใช้วัตถุดิบประกอบด้วยแฮม กุ้ง หัวหอมหั่น มะเขือเทศ ฟักทอง บร็อกโคลี่ และชีส 2 ชนิด พร้อมขนมปังหั่นอีก 1 ตะกร้า
วิธีทำก็เอาเครื่องทั้งหลายรวมทั้งชีสลงไปย่างบนกระทะ พอชีสเริ่มละลายก็ตักเอาทั้งเครื่องและชีสมาวางบนแผ่นขนมปังเป็นอันพร้อมทาน ความสนุกอยู่ตรงที่เลือกเครื่องและออกแบบเมนูกันเอง จะแยกเครื่องแยกชีส เครื่องคลุกชีส หรือชีสท็อปปิ้งเครื่อง ก็แล้วแต่หัวคิดของแต่ละคน
ขณะที่บางท่านในคณะไม่ค่อยถูกโรคกับนมเนยเท่าไหร่ จึงไม่ค่อยเอนจอยมื้อนี้นัก แต่โต๊ะของผมที่ชื่นชอบชีสกันทุกคน ต่างสนุกสนานกับการทานอย่างเมามัน แถมแข่งกันสร้างสรรค์เมนู
ผมเลือกฟักทองและกุ้งเป็นท็อปปิ้งบนชีสที่เยิ้มยืดแล้ววางบนขนมปังย่างพออุ่น ออกมาดูดีทั้งหน้าตาและรสชาติ ฟักทองกับชีสนี่เข้ากันได้ดีเหลือเกิน อีกคำจับคู่มะเขือเทศกับแฮม ปรากฏว่ารสชาติธรรมดาเกินไปเลยกลับมาที่ฟักทองและกุ้งเหมือนเดิม
สำหรับท่านที่ทานไม่ค่อยได้คงไม่มีความสุขนัก แต่สำหรับคนรักชีสนี่ความสุขล้นปากเลยครับ ส่วนใครไม่อยากปรุงเอง ทางร้านก็มีเมนูอื่นบริการ เช่น ชีสพิสซ่า หรือชีสแซนด์วิช ปิดท้ายด้วยซอฟต์ครีมหวานมันผลิตจากนมสดๆ ของฟาร์ม ทั้งอิ่มและอ้วนเลยครับมื้อนี้ ถ้าอยากได้ชีสติดไม้ติดมือไปฝากคนทางบ้านก็เดินไปฝั่งตรงข้าม เขามีร้านขายของฝากชื่อ Cheese Cabin ที่มีสารพัดชีสจำหน่ายด้วย
ทานเสร็จเราก็ไปเที่ยวกันต่อ ใกล้ๆ กันนี้มีอีกฟาร์ม แต่คราวนี้เป็นฟาร์มจิ้งจอกชื่อ Kitsune Mura หรือ Fox Village ตอนแรกที่ได้ยินก็นึกภาพว่าคงเป็นสวนสัตว์ที่มีสุนัขจิ้งจอกอยู่ในกรงให้ชม พอเจอทางเข้ายิ่งมั่นใจในความคิด แต่พอผ่านประตูทางเข้าด้านในปุ๊บ โอ้โฮ! นี่มันอาณาจักรสุนัขจิ้งจอกชัดๆ พื้นที่ใหญ่กว่าที่คิดไว้มาก ลักษณะเหมือนป่าโปร่งบนเนินเขา และมีสุนัขจิ้งจอกอยู่เยอะแยะไปหมด
ผมกวาดสายตาไปทั่วบริเวณกะคร่าวๆ ต้องมีร่วมร้อยตัว บอกเลยว่าตื่นเต้น ปกติเวลาไปตามป่าเขาจะเห็นจิ้งจอกสักตัวนั้นไม่ง่าย แต่ที่นี่มีให้ดูกันจุใจ จะเอาท่าไหน ทั้งนั่ง นอน เดิน วิ่ง มีให้เห็นทุกอิริยาบถ จิ้งจอกของที่นี่มี 2 สายพันธุ์ คือ จิ้งจอกแดง 6 ชนิด คือ Ezo red fox, Cross fox, Silver fox, Platinum fox, Gold platinum fox, Japanese red fox และจิ้งจอกขาวอีก 2 ชนิด คือ White artic fox และ Blue artic fox
ขึ้นไปโปรยอาหารลงมา บรรดาจิ้งจอกก็รู้งาน มาออรออาหารกันที่ลานกว้างทั้งสองด้านของอาคารไม้ หรือใครอยากอุ้มลูกจิ้งจอกก็มีให้ลองด้วยเหมือนกัน







