posttoday
ทึ่งแม่โคราชเฝ้าดูแลลูกชายพิการนานกว่า16ปี

ทึ่งแม่โคราชเฝ้าดูแลลูกชายพิการนานกว่า16ปี

10 สิงหาคม 2553

แม้ว่าจะไม่สามารถเปล่งออกมาเป็นเสียงให้ได้ยิน แต่พฤติกรรมที่แสดงออกมากให้ได้เห็นก็สามารถสื่อสารแทนใจให้ได้รับรู้และเป็นกำลังใจให้สู้ชีวิตต่อไปได้...

แม้ว่าจะไม่สามารถเปล่งออกมาเป็นเสียงให้ได้ยิน แต่พฤติกรรมที่แสดงออกมากให้ได้เห็นก็สามารถสื่อสารแทนใจให้ได้รับรู้และเป็นกำลังใจให้สู้ชีวิตต่อไปได้...

โดย...ประสิทธิ์ ตั้งประเสริฐ

ภายในบ้านพักเลขที่ 83 บ้านหนองไทร หมู่ที่ 5 ต.ไชยมงคล อ.เมือง จ.นครราชสีมา ซึ่งก่อด้วยปูนซีเมนต์ชั้นเดียวที่เพิ่งสร้างเสร็จมาได้ไม่กี่ปี แต่สภาพที่เห็นเป็นเพียงแค่ที่คุ้มแดดฝน มุงด้วยสังกะสีเก่าๆมีรูรั่วพรุนทั่วหลังคา ภายในบ้านมีข้าวของเครื่องใช้ไฟฟ้าอำนวยความสะดวกไม่กี่อย่าง เป็นบ้านพักของครอบครัว "ประเสริฐศรี" ที่ต้องเผชิญกับเคราะห์ร้าย

เนื่องจากบุตรชายคนโต คือ น้องปูเป้ หรือ นายนพดล ประเสริฐศรี อายุ 16 ปี เกิดมาพร้อมกับความพิการทางด้านร่างกาย ซึ่งมีศีรษะโตกว่าคนทั่วไป ที่มีต้นเหตุมาจากการสำลักน้ำคลั่งขณะคลอดและเข้าไปคลั่งอยู่ในศีรษะจนทำให้ศีรษะโตกว่าคนปกติทั่วไป นอกจากนี้ด้วยสาเหตุดังกล่าวยังมีผลทางสมองส่งผลต่อการเจริญเติบโตของเซลในสมองทำให้มีผลต่อการรับรับรู้ที่ช้ากว่าคนปกติทั่วไป อีกทั้งด้วยศีรษะที่มีน้ำหนักกว่า 10 กิโลกรัม ยังทำให้มีผลต่อร่างกายไม่สามารถเดินเหินหรือเคลื่อนไหวช่วยเหลือตัวเองได้

ทึ่งแม่โคราชเฝ้าดูแลลูกชายพิการนานกว่า16ปี แม่ผู้ไม่มีวันทิ้งลูก

นอกจากนี้น้องปูเป้ยังต้องทนกับสภาพอาการปวดศีรษะอย่างรุนแรงเป็นระยะๆและมักจะทุบตีทำร้ายตัวเองอย่างบ้าคลั่ง จนแม่ต้องซื้อยาระงับประสาทให้ลูกชายหัวแก้วหัวแหวนกินระงับอาการเจ็บปวดเป็นประจำทุกวัน ภาระทั้งหมดจึงตกอยู่ที่ นางสมมาท ประเสริฐศรี อายุ 38 ปี ผู้เป็นมารดา ที่ต้องเผ้าเลี้ยงดูลูกผู้พิการคนนี้ซึ่งแทบจะเรียกได้ว่าเพียงลำพัง เนื่องจากนายดำ ประเสริฐศรี สามีคู่ชีวิต จำเป็นที่จะต้องออกตระเวนขายของเล่นตามตลาดนัดทั้งในจังหวัดและต่างจังหวัดเพื่อนำเงินมาจุนเจือครอบครัวจนแทบจะไม่มีเวลาอยู่บ้านใช้ชีวิตร่วมกับครอบครัว 

ตลอดระยะเวลากว่า 16 ปี นอกจากนางสมมาท จะต้องดูแลรับผิดชอบในการปฏิบัติกิจวัตรประจำตัวของบุตรชายคนโต เนื่องจากบุตรชายไม่สามารถช่วยเหลือตัวเองได้ เริ่มตั้งแต่อาบน้ำ แปรงฟัน และป้อนข้าวป้อนน้ำ นางสมมาท ยังต้องออกตระเวนรับซื้อดอกไม้เพื่อนำไปวางจำหน่ายที่สามแยกปักธงชัย ภายในตัวอำเภอเมือง จ.นครราชสีมา เป็นประจำทุกวัน เพื่อนำรายได้มาจุนเจือครอบครัวช่วยเหลือสามีที่ทำงานอย่างหนักอีกทางหนึ่ง โดยเงินทุกบาททุกสตางค์นอกจากจะใช้เป็นค่าเลี้ยงดูบุตรชายผู้พิการ แล้วยังจะใช้เป็นค่ารักษารวมถึงเป็นทุนการศึกษาให้แก่บุตรสาวคนเล็กอายุ 5 ขวบ ที่กำลังเข้าสู่วัยเรียน ที่มีโรคน้ำเหลืองผิดปกติ และโรคภูมิแพ้เป็นโรคประจำตัว 

ทำให้สภาพคล่องของครอบครัวไม่สู้ดีนัก แต่ก็ถือว่ายังเป็นเคราะห์ดีที่ยังมีเงินช่วยเหลือผู้พิการจากองค์การบริหารส่วนตำบลไชยมงคล ที่มอบให้กับน้องปูเป้ เดือนละ 500 บาท มาช่วยค่าใช้จ่ายในบ้านบรรเทาความเดือดร้อนไปได้ส่วนหนึ่ง และถึงแม้ว่าชีวิตของนางสมมาทจะยากลำบากและไม่ราบรื่นเหมือนเช่นครอบครัวอื่นๆ แต่นางสมมาท ก็ยังภูมิใจและยืนยันที่จะยืนหยัดต่อสู้ชีวิตทำมาหากินด้วยตนเอง เพื่อดูแลลูกๆทั้ง 2 คนให้ตลอดรอดฝั่ง โดยเฉพาะน้องปูเป้ ที่มาจนถึงวันนี้ต้องยอมรับสภาพแล้วว่าไม่มีทางที่จะรักษาให้หายเป็นปกติได้ แต่นางสมมาทฯก็ยืนยันที่จะขอเลี้ยงน้องปูเป้อย่างดีที่สุดเท่าที่ตัวเองจะสามารถทำได้ จนกว่าจะตายจากกันไปข้างหนึ่ง   

นางสมมาท เล่าความในใจว่า เป็นเรื่องที่สุดแสนจะทรมานใจอย่างมากที่ต้องเห็นบุตรชายคนแรกของตนเองมีสภาพพิการอย่างที่เป็นอยู่  และถึงแม้ว่าจะเคยมีความคิดที่จะตัดช่องน้อยแต่พอตัว ด้วยการฆ่าตัวตายหนีปัญหา แต่เมื่อมองเห็นบุตรชายที่เป็นเลือดเนื้อเชื้อไขของตนเองทนทุกข์ทนทรมานจากการพิการ และไม่สามารถช่วยเหลือตัวเองได้ ก็รู้สึกเวทนาและเป็นห่วงว่า 

"หากสิ้นชีวิตแล้วบุตรชายจะอยู่ต่อไปได้อย่างไร ในเมื่อเป็นผู้ให้กำเนิดได้ชื่อว่าเป็นแม่ ก็ต้องเป็นผู้ดูแลเลี้ยงดูบุตร แม้ว่าจะยากลำบากขนาดไหนก็ต้องทนรับและต้องเลี้ยงดูอย่างดีที่สุด จึงกัดฟันสู้ทนเลี้ยงดูบุตรชายคนนี้มาจนถึงปัจจุบัน สิ่งที่ได้ตอบแทนมาและเป็นกำลังใจให้สามารถสู้ชีวิตอยู่ได้ทุกวันนี้ ก็ด้วยความรักความผูกพันที่บุตรชายของตนเองมีให้ ถึงแม้ว่าจะไม่สามารถเปล่งออกมาเป็นเสียงให้ได้ยิน แต่พฤติกรรมที่แสดงออกมากให้ได้เห็นก็สามารถสื่อสารแทนใจให้ได้รับรู้และเป็นกำลังใจให้สู้ชีวิตต่อไปได้  และสิ่งที่สำคัญอีกประการที่ทำให้ตัวเองมีกำลังใจเดินหน้าอยู่ได้ทุกวันนี้ ก็ด้วยความจริงอีกข้อที่ตระหนักอยู่เสมอ คือ "ยังมีคนที่ลำบากกว่าเราอยู่ในโลกนี้และกำลังสู้ชีวิตของเราอีกมากมาย" 

นางสมมาท เล่าอีกว่า อนาคตต่อจากนี้ไม่ว่าจะเป็นอย่างไร ครอบครัวจะลำบากสักเพียงไหน ก็จะไม่มีวันทิ้งบุตรชายคนนี้เพื่อหนีเอาชีวิตรอด และจะขอดูแลไปจนกว่าจะตายจากกันไปข้างหนึ่ง แต่สิ่งที่เป็นห่วงมากที่สุดก็คือ หากชีวิตต้องลาโลกไปก่อนลูกชายแล้ว ชีวิตต่อไปข้างหน้าของลูกชายคนนี้จะอยู่ต่อไปได้อย่างไร ดังนั้นหากเป็นไปได้ตัวเองอยากจะเป็นดูแลบุตรชายคนนี้ไปจนกว่าน้องปูเป้จะหมดกรรม....

ความรักของนางสมมาท ที่มีต่อบุตรชายผู้พิการซึ่งต้องแบกรับภาระอย่างแสนสาหัสนั้น เป็นที่รู้กันดีของเพื่อนบ้านใกล้เคียงและชาวบ้านทั่วไปในแถบนี้ รวมถึง นายหมัด พึ่งพวก เพื่อนบ้านที่ได้เห็นความทุกข์ยากและช่วยเหลือจุนเจือครอบครัวนี้มาโดยตลอด โดยนายหมัด เล่าว่า รู้สึกทึ่งที่ได้เห็นความรักที่นางสมมาทมีต่อน้องปูเป้ ที่ทำทุกอย่างเพื่อดูแลน้องปูเป้อย่างดีที่สุด โดยไม่เคยปริปากบ่น หรือมีความคิดที่จะทิ้งให้น้องปูเป้ไปอยู่กับคนอื่น 

"ถึงแม้ว่าจะมีหน่วยงานสถานสงเคราะห์อาสาที่จะนำไปเลี้ยงดูให้ ยอมลำบากตัวเองและครอบครัวเพียงเพื่อขอให้ได้อยู่ใกล้ลูกชาย และได้แสดงความรักความห่วงใยส่งถึงกัน ซึ่งนับว่านางสมมาทฯ คือหญิงผู้เป็นแบบอย่างให้แก่แม่ทุกคนในโลกนี้ได้อย่างไม่มีข้อสงสัย" นายหมัด กล่าวยกย่องแม่ของน้องปูเป้ผู้ไม่เคยท้อถอยต่อชะตากรรมชีวิต

ทุกวันนี้แม้ว่าน้องปูเป้ จะได้รับการช่วยเหลือจากหน่วยงานต่างๆที่ยื่นมือมาบรรเทาความเดือดร้อนและภาระของครอบครัว"ประเสริฐศรี" อย่างเช่นการให้บริการรักษาฟรีแก้น้องปูเป้ในทุกกรณี แต่สิ่งที่ครอบครัวนี้ต้องการคืออยากที่จะมีที่พักอาศัยที่ดีกว่าที่เป็นอยู่ โดยขอเพียงแค่มีหลังคาที่กันแดนกันฝน ฝาพนังที่มีความแข็งแรงมากกว่าที่เป็นอยู่เท่านั้น 

สำหรับผู้ใจบุญ ที่ประสงค์จะให้ความช่วยเหลือน้องปูเป้ หรือ นายนพดล ประเสริฐศรี สามารถช่วยเหลือโดยการโอนเงินผ่านบัญชีธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์ ชื่อบัญชี เพื่อนายนพดล ประเสริฐศรี เลขที่บัญชี 021-2-94521-7 หรือ ที่บัญชีธนาคารออมสิน ชื่อบัญชีนางสมมาท ประเสริฐศรี เลขที่บัญชี 06-4304-20-119562-5  หรือติดต่อโดยตรงที่นางสมมาท ประเสริฐศรี ตามหมายเลขโทรศัพท์ 081-2034349 

ข่าวล่าสุด

ถ่ายทอดสด นิวคาสเซิ่ล พบ แอสตัน วิลล่า พรีเมียร์ลีก วันนี้ 16 ต.ค.69

ถ่ายทอดสด นิวคาสเซิ่ล พบ แอสตัน วิลล่า พรีเมียร์ลีก วันนี้ 16 ต.ค.69