
เปิดทางวิ่ง ทำลายต้นไม้ วิพากษ์กทม.รีบทำไม่ฟังคนใช้
ภาพเส้นทางคอนกรีตที่ลัดเลาะไปตามต้นไม้ใหญ่บริเวณรอบวังสวนจิตรลดาที่กำลังก่อสร้าง
โดย...นิติพันธุ์ สุขอรุณ
ภาพเส้นทางคอนกรีตที่ลัดเลาะไปตามต้นไม้ใหญ่บริเวณรอบวังสวนจิตรลดาที่กำลังก่อสร้างเป็นทางวิ่งถูกวิพากษ์วิจารณ์จากสังคมอย่างกว้างขวางถึงความไม่เหมาะสม จากนักออกแบบและนักวิชาการด้านภูมิสถาปนิกว่า โครงการปรับปรุงทางเท้าของกรุงเทพมหานคร (กทม.) ในครั้งนี้กำลังทำลายต้นไม้ใหญ่อันทรงคุณค่าให้ตายลงอย่างช้าๆ
ยศพล บุญสม ผู้ประสานงานกลุ่มเฟรนด์ออฟริเวอร์ ในฐานะสถาปนิกผู้มีบทบาทสำคัญในการรณรงค์เรียกร้องให้ กทม. ทบทวนการก่อสร้างพื้นที่ริมแม่น้ำเจ้าพระยา แต่เวลานี้เขาเรียกร้องให้ กทม.ยกเลิกก่อสร้างทางปั่นจักรยานรอบวังสวนจิตรลดา
เขาอธิบายเหตุปัจจัยหายนะ 3 ประการ คือ 1.การตัดรากแขนงจะทำให้ต้นไม้โค่นล้ม เนื่องจากบางต้นรากแก้วไม่สามารถเจาะลงไปในดินได้ลึก จึงทำให้เกิดรากแขนงขยายตัวผุดขึ้นจากดินมาให้เห็นเป็นเหมือนแขนขาในการทรงตัว ดังนั้นเมื่อเห็นว่ามีรากแขนงนั่นคือสัญญาณบ่งบอกว่าต้นไม้ต้นนี้รากแก้วไม่ได้เจาะลงดินลึกเท่าที่ควร ยิ่งไปตัดรากแขนงทิ้งหากเกิดพายุกระหน่ำจะทำให้โค่นล้มลงมาทับคนหรือทรัพย์สินได้
2.คอนกรีตจะปิดทับดินไม่ให้อากาศซึมลงไปเพื่อให้รากได้หายใจ ส่งผลกระทบต่อการเจริญเติบโตทำให้ต้นไม้ไม่แข็งแรง และ 3.ลดพื้นที่ซึมน้ำที่จะให้ความชุ่มชื้นกับต้นไม้และระบบนิเวศโดยรอบ
“เรื่องนี้สะท้อนการดำเนินนโยบายบริหารจัดการพื้นที่สาธารณะที่เกิดความผิดพลาดซ้ำแล้วซ้ำอีก แสดงให้เห็นถึงความเร่งรีบโดยไม่ปรึกษากับผู้เชี่ยวชาญที่มีความรู้ ก่อให้เกิดความเสียหาย ทั้งยังสูญเสียเงินงบซ่อมบำรุงเพิ่มขึ้น ทุกวันนี้ กทม.มักชอบใช้วิธีการลงมือทำก่อนจะได้ไม่ถูกคัดค้าน แต่เมื่อสังคมทักท้วงทุกอย่างก็สายไปแล้ว” ยศพล กล่าว
ยศพล กล่าวว่า เส้นทางซิกแซ็กตลอดแนวต้นไม้ใช้งานไม่ได้จริง มีอันตรายอย่างมาก เพราะทางโค้งเข้าไปชิดกับถนนมากเกินไป นี่คือจุดที่เห็นว่ากำลังฝืนก่อสร้าง สุดท้ายจะเสียต้นไม้และใช้ประโยชน์ได้ไม่เต็มที่ ส่วนบริเวณที่เป็นแนวตรงควรยกระดับพื้นให้สูงขึ้นเพื่อให้รากหายใจได้ หรือขยายช่องทางเข้าในคูน้ำรอบสวนจิตรลดาได้เช่นกัน ถือว่ายังมีอีกหลายวิธี
วิภากร ธรรมวิมล นายกสมาคมภูมิสถาปนิกประเทศไทย กล่าวว่า จากการหารือร่วมกับสำนักสิ่งแวดล้อม กทม. เพื่อแก้ไขปัญหาผลกระทบต่อต้นไม้ พบว่า การก่อสร้างทางจักรยานคืบหน้าไปกว่า 75% และมีกำหนดเสร็จสิ้นภายในวันที่ 30 มิ.ย.นี้ ดังนั้นนักวิชาการจึงขอร้องให้ กทม.ลดความเสียหายที่เกิดขึ้น ด้วยการตัดแผ่นคอนกรีตที่เทลงมาทำเป็นเส้นทางซิกแซ็กออกเป็นแผ่นๆ เพื่อลดน้ำหนักที่จะกดทับลงบนรากของต้นไม้
วิภากร กล่าวว่า การหารือกับ กทม. ที่ผ่านมานี้มีเพียงสำนักสิ่งแวดล้อมเข้าร่วมและรับข้อเสนอกลับไปช่วยเหลือต้นไม้เร่งด่วน ขณะที่แผนงานออกแบบมาจากสำนักการจราจรและขนส่ง กลับไม่มาทำให้เสียโอกาสในการแก้ปัญหา ซึ่งจุดประสงค์ของการสร้างทางปั่นจักรยาน ไม่ได้สอบถามความเห็นจากกลุ่มนักปั่น ทั้งที่ชมรมปั่นจักรยานยังเข้าร่วมหารือด้วย และยืนยันว่าไม่ได้ต้องการปั่นจักรยานบริเวณนี้ เพราะเบียดเบียนชีวิตของต้นไม้ หรือด้านความเห็นของนักวิ่ง ระบุว่า ทางซิกแซ็กก่อให้เกิดอันตรายต่อข้อเท้า ไม่ถูกหลักกายภาพ สิ่งเหล่านี้สะท้อนถึงความเร่งรีบอย่างมากในการก่อสร้างให้เสร็จภายในไม่กี่เดือนนี้ โดยไม่สอบถามความต้องการของผู้ใช้
นายกสมาคมภูมิสถาปนิกฯ กล่าวทิ้งท้ายว่า กทม.ยอมรับเองว่าเป็นปัญหาภายในองค์กรที่ไม่สามารถแก้ไขกันเองได้ ดังนั้นสังคมต้องช่วยกันตรวจสอบเพื่อไม่ให้เกิดความสูญเสียต่อไปอีก







