posttoday

วัดพระธรรมกายไม่รับแพทย์คนกลางตรวจธัมมชโย

03 มิถุนายน 2559

วัดพระธรรมกายปฎิเสธให้แพทย์คนกลางตรวจอาการพระธัมมชโยไม่เชื่อคณะพนักงานสอบสวนดีเอสไอชี้ตั้งตนเป็นปรปักษ์กับหลวงพ่อ

วัดพระธรรมกายปฎิเสธให้แพทย์คนกลางตรวจอาการพระธัมมชโยไม่เชื่อคณะพนักงานสอบสวนดีเอสไอชี้ตั้งตนเป็นปรปักษ์กับหลวงพ่อ

นายองอาจ ธรรมนิทา โฆษกคณะศิษยานุศิษย์ วัดพระธรรมกาย แถลงท่าทีของศิษยานุศิษย์ กรณีพ.ต.อ.ไพสิฐ วงศ์เมือง อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ให้สัมภาษณ์ต่อสื่อมวลชนว่า จะให้แพทย์จาก รพ.ตำรวจมาตรวจอาการของพระธัมมชโย หากยืนยันว่าอาพาธจริงก็ยินดีเข้ามาแจ้งข้อกล่าวหาที่วัดพระธรรมกาย โดยบอกว่า เลยขั้นตอนนั้นมาแล้วหากทางดีเอสไอมีท่าทีอย่างนี้มาตั้งแต่ต้น เรื่องคงจบไปนานแล้ว  แต่ขณะนี้การแสดงออกของดีเอสไอที่ผ่านมาทำให้คณะศิษยานุศิษย์ไม่เชื่อมั่นในความเป็นกลางของดีเอสไอ ส่วนถ้าจะเป็นคณะแพทย์จากแพทยสภา ก็ต้องให้ทีมแพทย์ที่ตรวจรักษาเป็นผู้พิจารณาว่าจะอนุมัติหรือไม่

ทั้งนี้เนื่องจากเหตุผลหลายประการ ประกอบด้วย 1.ตลอดเวลาที่ผ่านมา  แม้ทางวัดจะมีหนังสือไปถึงดีเอสไอแจ้งว่าพระธัมมชโยอาพาธ โดยมีใบรับรองแพทย์ยืนยัน แม้ทางวัดขอให้ส่งแพทย์จากหน่วยงานกลางมาตรวจอาการที่วัด แต่ทางดีเอสไอก็ปฏิเสธและไปยื่นขอหมายจับที่ศาลทันทีถึง 2 ครั้ง 

2.มีการออกข่าวว่าใบรับรองแพทย์เป็นเท็จ แม้ภายหลังทางแพทยสภาจะออกมายืนยันว่าเป็นใบรับรองแพทย์ที่ถูกต้อง ก็ยังมีความพยายามจะเล่นงานแพทย์ผู้ออกใบรับรองแพทย์ โดยส่งเจ้าพนักงานสอบสวนของดีเอสไอไปสอบสวนที่รพ.ค่ายภานุรังษี จ.ราชบุรี ว่าการออกใบรับรองแพทย์ผิดขั้น ตอนของ รพ.หรือไม่ พฤติกรรมการแสดงออกของพนักงานสอบสวนในคดีนี้ ทำให้แพทย์ผู้ตรวจรักษาเกิดความหวาดกลัว แม้จะปฏิบัติหน้าที่ตรวจรักษาผู้ป่วยตามจรรยาบรรณแพทย์ก็อาจเกิดความเดือดร้อนได้ 

3.คณะพนักงานสอบสวนในคดีนี้ของดีเอสไอ ได้เชิญ นพ.มโน เลาหวณิช ซึ่งเป็นคู่กรณี เข้าร่วมประชุมกับคณะพนักงานสอบ สวนและเป็นผู้ชี้นำวิธีการจัดการกับพระธัมมชโยให้พนักงานสอบสวน ทำให้คณะศิษยานุศิษย์รู้สึกว่าคณะพนักงานสอบสวนในคดีนี้ มีจุดยืนที่ทำให้สงสัยได้ว่าไม่เป็นกลาง ตั้งตนเป็นคู่ปรปักษ์กับพระธัมมชโย รวมถึงกรณีดีเอสไอได้ทำหนังสือถึงสำนักงานตำรวจแห่งชาติขอกำลัง จำนวน 4 กองร้อยหรือ 600 นาย พร้อมอาวุธครบมือ รวมทั้งเฮลิคอปเตอร์ ก็สร้างความสะเทือนใจต่อคณะสงฆ์และศิษยานุศิษย์ เป็นอย่างมาก และได้ขอบคุณพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ที่ได้ออกมาปรามไม่ให้ดีเอสไอใช้มาตรการรุนแรง

พร้อมกันนี้ได้ยกตัวอย่างกรณีเหตุการณ์ เมื่อวันที่ 4 ตุลาคม พ.ศ.2542 ที่พระธัมมชัยโย มีใบรับรองแพทย์ จึงขอเลื่อนการไปพบพนักงานสอบสวน แต่พนักงานสอบสวนไม่เชื่อจึงได้พาแพทย์จาก รพ.ตำรวจ2 นายมาตรวจอาการที่วัด เสร็จแล้วแพทย์ รพ.ตำรวจวินิจฉัยว่าไปได้และให้ออกเดินทางไปกับพนักงานสอบสวน จนวันรุ่งขึ้นอาการทรุดหนัก ต้องพักรักษาตัวในโรงพยาบาล 1 เดือนและกลับมารักษาตัวที่วัดอีก 3 เดือนอาการจึงดีขึ้น  ซึ่งคณะศิษย์ไม่ต้องการให้เกิดเหตุการณ์ซ้ำรอยอีก

พร้อมเรียกร้องให้ดีเอสไอรวมสำนวนการสอบสวนคดีที่ 27/2559 เข้ากับคดีที่ 146/2556 และสอบสวนพยานหลักฐานด้วยความโปร่งใสเป็นธรรม

ด้านพระมหานพพร ปุญญชโย ผู้ช่วยผู้อำนวยการสำนักสื่อสารองค์กรวัดพระธรรมกาย ออกแถลงการณ์ของวัดพระธรรมกาย โดยย้ำว่าทางวัดได้เชิญบุคคลที่เคยเป็นการ์ดในเหตุการณ์ชุมนุมทางการเมืองที่มาปฏิบัติธรรมในวัดพระธรรมกายและมีการแชร์ภาพทางโซเชียลเน็ตเวิร์ก ออกจากพื้นที่วัดแล้วและยืนยันวัดเป็นพุทธสถานเพื่อการปฎิบัติธรรมไม่ยุ่งเกี่ยวกับการเมืองใดๆทั้งสิ้นและคัดค้านการใช้ความรุนแรงทุกรูปแบบ 

ข่าวล่าสุด

ถ่ายทอดสด นิวคาสเซิ่ล พบ เบรนท์ฟอร์ด พรีเมียร์ลีก วันนี้ 7 ก.พ.69