
เอฟดีไอ4เดือนทะยาน852%
บีโอไอเผยเงินลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ 4 เดือนแรกพุ่ง 852% มูลค่า 5.78 หมื่นล้านบาท
บีโอไอเผยเงินลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ 4 เดือนแรกพุ่ง 852% มูลค่า 5.78 หมื่นล้านบาท
นางหิรัญญา สุจินัย เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) เปิดเผยว่า ในช่วง 4 เดือนแรก (ม.ค.-เม.ย.) ปี 2559 การลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ (เอฟดีไอ) มีมูลค่า 5.78 หมื่นล้านบาท เพิ่มขึ้น 852% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน เป็นการลงทุนจากญี่ปุ่นสูงสุด 1.8 หมื่นล้านบาท ซึ่งคิดเป็นสัดส่วน 31% ของการลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ รองลงมาเป็นเนเธอร์แลนด์ 1.09 หมื่นล้านบาท จีน 7,574 ล้านบาท และสิงคโปร์ 3,314 ล้านบาท
“เงินลงทุนทางตรงจากญี่ปุ่นส่วนใหญ่จะเข้ามาลงทุนในอุตสาหกรรมยานยนต์ โดยเป็นการลงทุนผลิตชิ้นส่วนระบบเครื่องยนต์ 7,200 ล้านบาท และการผลิตรถยนต์ 2,875 ล้านบาท ส่วน
จีนเข้ามาลงทุนผลิต การผลิตเซลล์แสงอาทิตย์ 1,788 ล้านบาท ผลิตเหล็ก 700 ล้านบาท เกาหลีใต้ 4,335 ล้านบาท เช่น การผลิตเครื่องใช้ไฟฟ้าที่ใช้เทคโนโลยีขั้นสูง 3,541 ล้านบาท ขณะที่เม็ดเงินลงทุนจากเนเธอร์แลนด์ที่เข้ามาลงทุนในประเทศไทยสูงสุดเป็นอันดับสองในช่วง 4 เดือนแรกของปีนี้ จะพบว่าเป็นการลงทุนของบริษัทญี่ปุ่นที่ลงทุนผ่านประเทศเนเธอร์แลนด์มูลค่า 5,000 ล้านบาท” นางหิรัญญา กล่าว
นางหิรัญญา กล่าวว่า ในเดือน เม.ย. 2559 มีโครงการที่ยื่นขอรับส่งเสริมการลงทุนจากบีโอไอ 90 โครงการ เพิ่มขึ้น 52% เมื่อเทียบกับเดือนเดียวกันของปีก่อน มูลค่าลงทุนอยู่ที่ 1.11 แสนล้านบาท เพิ่มขึ้นกว่า 1,000% เมื่อเทียบกับเดือนเดียวกันของปีก่อน โดยมูลค่าลงทุนที่เพิ่มขึ้นมาก เพราะมีโครงการลงทุนขนาดใหญ่ในระบบขนส่งทางท่อยื่นขอรับการส่งเสริม
ขณะที่ในช่วง 4 เดือน (ม.ค.-เม.ย.) ปี 2559 มีโครงการที่ขอยื่นรับการส่งเสริมรวม 398 โครงการ เพิ่มขึ้น 84% เทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีเงินลงทุนทั้งสิ้น 2 แสนล้านบาท เพิ่มขึ้น 463% เทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน หรือคิดเป็น 44% ของเป้าหมายยอดขอรับการส่งเสริมการลงทุนปีนี้ที่ตั้งไว้ 4.5 แสนล้านบาท ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่านโยบายเศรษฐกิจที่สำคัญๆของรัฐบาลเริ่มส่งผลแล้ว โดยเฉพาะการส่งเสริมลงทุนในรูปแบบคลัสเตอร์และมาตรการเร่งรัดการลงทุน
“ตัวอย่างโครงการสำคัญที่ยื่นขอรับการส่งเสริมที่ตรงตามนโยบายของรัฐบาล เช่น การผลิตระบบหัวฉีดน้ำมันเชื้อเพลิง การผลิตชิ้นส่วน/อุปกรณ์ระบบพลังงานแสงอาทิตย์ การผลิตเครื่องซักผ้าที่สามารถเชื่อมต่อกับอินเทอร์เน็ต กิจการดาต้า เซ็นเตอร์ กิจการคลาวด์เซอร์วิส การผลิตเคมีภัณฑ์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม เป็นต้น” นางหิรัญญากล่าว
นางหิรัญญา ระบุว่า ในช่วง 4 เดือนแรกของปีนี้ บีโอไอได้อนุมัติโครงการที่ยื่นขอรับการส่งเสริมไปแล้ว 523 โครงการ มูลค่าเงินลงทุน 1.34 แสนล้านบาท และหากทุกโครงการดำเนินการเสร็จสิ้นตามแผนทั้งหมด จะก่อให้เกิดการจ้างแรงงานไทย 3.8 หมื่นคน มีการใช้วัตถุดิบในประเทศ 1.52 แสนล้านบาท และจะสร้างรายได้จากการส่งออก 2.03 แสนล้านบาท
ด้านสถิติการนำเข้าเครื่องจักรและการนำเข้าวัตถุดิบที่นำมาผลิตเพื่อการส่งออกของบริษัทที่ได้รับการส่งเสริมการลงทุน พบว่าในช่วง 4 เดือน (ม.ค.-เม.ย.) มีการนำเข้าเครื่องจักร 1.73 หมื่นล้านบาท และการนำเข้าวัตถุดิบ 8.03 หมื่นล้านบาท
นางหิรัญญา กล่าวว่า ขณะนี้บีโอไออยู่ระหว่างการเจรจากับนักลงทุนอีกหลายรายที่สนใจเข้ามาลงทุนในประเทศไทย ทำให้คาดว่าตั้งแต่ช่วงเดือน มิ.ย.ไปจนถึงปลายปีนี้ จะมีโครงการลงทุนตามนโยบายคลัสเตอร์เข้ามาอีกมาก
“การลงทุนของเอกชนผ่านบีโอไอปีนี้จะมีทิศทางที่ดีขึ้น” นางหิรัญญา กล่าว







