posttoday
เมื่อไหร่เศรษฐกิจจะฟื้น

เมื่อไหร่เศรษฐกิจจะฟื้น

23 พฤษภาคม 2559

“เมื่อไหร่เศรษฐกิจจะฟื้น”

“เมื่อไหร่เศรษฐกิจจะฟื้น”

เป็นคำถามยอดฮิตของคนไทยยามนี้ ไมว่าจะเป็นแม่ค้าแผงลอยไปจนถึงผู้ประกอบการธุรกิจพันล้าน มนุษย์เงินเดือน หรือคนเดินดินกินข้าวแกงทั่วไปก็ถามกัน อย่าคิดว่าแม่ค้าแม่ขายทั้งหลายจะไม่รู้เรื่องว่าเศรษฐกิจเป็นอย่างไร แม่ค้านี่แหละรู้ซึ้งถึงภาวะเศรษฐกิจดีมาก เพราะเวลาขายของเจอลูกค้าบ่นให้ฟังเรื่องของแพง เรื่องเงินเดือนไม่ขึ้น โดนตัดโอที ลูกค้าส่วนใหญ่ซื้อของแต่ลดปริมาณของที่ซื้อลง เช่น เคยซื้อกับข้าวกลับบ้านวันละ 3 อย่าง ก็ลดลงเหลือ 2 อย่าง สินค้าอุปโภค เช่น สบู่ แชมพู ผงซักฟอก ที่เคยซื้อไปตุนไว้บ้างก็ไม่ซื้อ หมดแล้วถึงจะซื้อ เป็นต้น

ดิฉันเซอร์เวย์เศรษฐกิจด้วยการถามแม่ค้านี่แหละค่ะ ไปซื้อของที่ไหนย่านไหนก็ชวนแม่ค้าคุย หลายครั้งก็ได้ข้อมูลแปลกๆ กลับมา ซึ่งก็มีประโยชน์สามารถนำเอามาขยายประเด็นเป็นเรื่องเป็นราว เป็นข่าวดีๆ ได้

ถามว่าเศรษฐกิจดีหรือไม่ดีในภาพรวมตอบง่าย เพราะมีตัวเลขเศรษฐกิจภาพรวมที่ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) กระทรวงการคลังแถลงออกมาทั้งรายเดือนและรายไตรมาส แต่เศรษฐกิจระดับครัวเรือนนี่ ต้องเดินสำรวจตามตลาดอย่างนี้ถึงจะรู้ว่าเศรษฐกิจจุลภาคเป็นอย่างไร

หากเป็นนักช็อปปิ้ง ลองเดินเที่ยวในห้างสรรพสินค้าสัก 3-4 วันติดกัน จะพบว่าห้างสรรพสินค้าเงียบเหงา พนักงานขายยืนคุยกัน บางคนก็ยืนหาว ทำหน้าเบื่อๆ เมื่อมีลูกค้าเข้ามาซื้อสินค้าพนักงานทั้งหลายจะกรูกันเข้ามาให้บริการ ราวกับเป็นลูกค้าคนพิเศษ เพราะนานๆ จะมีลูกค้าเข้ามาสักที ส่วนของห้างสรรพสินค้าที่มีคนเดินตลอดคือ ซูเปอร์มาร์เก็ต และแผนกอาหาร ซึ่งเป็นสินค้าจำเป็นสำหรับการดำรงชีวิต

ส่วนที่คนเยอะมากเป็นปกติคือส่วนที่เป็นร้านอาหาร หากเป็นวันธรรมดาจะมีลูกค้าเยอะในช่วงเย็น แต่ถ้าเป็นวันหยุด ลูกค้าจะเยอะในช่วงกลางวันและเย็น คนมาเดินห้างสรรพสินค้าเดี๋ยวนี้ส่วนใหญ่มาเพื่อกินข้าว มาทำธุรกรรมการเงินในธนาคาร ไม่ได้มุ่งหมายมาเพื่อซื้อสินค้าเป็นหลัก

ดิฉันพยายามคิดบวกว่าเศรษฐกิจเริ่มดีขึ้นแล้ว ตัวเลขเศรษฐกิจไตรมาสแรกก็ผงกหัวขึ้นมาเป็น 3.2% แล้ว ทั้งปียังไม่รู้ แต่ก็น่าจะส่งสัญญาณดีต่อจิตวิทยาผู้บริโภค แต่ก็มีการมองต่างมุมขึ้นมาว่า การบริโภคของไทยฟื้นยาก มีหลายเรื่องที่ฉุดรั้งการบริโภค เรื่องใหญ่ที่สุดคือรายได้ของคนลดลง นายแบงก์ท่านหนึ่งกล่าวว่า ตอนนี้คนหดหู่ ไม่มีอารมณ์จะจับจ่ายใช้สอย คนมีเงินไม่อยากใช้ คนไม่มีอยากใช้แต่ไม่มีจะใช้เพราะเป็นหนี้เต็มเพดานที่จะจ่ายได้ไปแล้ว

ท่านอธิบายความหดหู่ของคนว่า ขณะนี้ทุกบริษัทห้างร้านต่างพากันรัดเข็มขัด ตัดค่าทำงานล่วงเวลาพนักงาน ตัดเบี้ยเลี้ยง ลดค่าน้ำค่าไฟ เรียกว่าประหยัดทุกอย่าง เพราะไม่แน่ใจภาวะเศรษฐกิจว่าจะเป็นอย่างไร แต่ถ้ายอดขายสินค้าลดลง กำไรลดลง ก็ต้องประหยัดรายจ่าย เพื่อให้อยู่รอด หรือรักษากำไรให้คงที่

อันนี้เป็นกลุ่มมนุษย์เงินเดือนที่มีรายได้ลดลงอย่างเห็นได้ชัด กลุ่มนี้นับว่าเป็นคนชั้นกลาง ส่วนกลุ่มที่ต่ำลงมาอีกหน่อยคือ กลุ่มที่ทำงานโรงงาน กลุ่มที่รับจ้างทั่วไป กลุ่มนี้ก็เจอผลกระทบจากกำลังการผลิตลดลงเช่นกัน ส่วนกลุ่มเกษตรกรก็เจอปัญหาภัยแล้งจากเอลนินโญ ทำการเกษตรไม่ได้ก็ไม่มีเงิน เมื่อสถานการณ์ด้านรายได้เป็นเช่นนี้จะให้คนใช้จ่ายเพิ่มก็เป็นไปได้ยาก

ส่วนกลุ่มที่ได้รับผลกระทบน้อยมากอย่างเศรษฐี คนมีเงิน ก็พากันบินออกไปเที่ยวต่างประเทศ ไปช็อปปิ้ง กินใช้ ในต่างแดน เพราะราคาทัวร์และราคาสินค้าถูกลงมากจากค่าเงินที่อ่อนค่าทำให้รู้สึกว่าไปเที่ยวต่างประเทศในช่วงนี้แล้วคุ้มค่า ซึ่งก็เป็นเรื่องปัจเจกบุคคล ไม่ได้หมายความว่าคนกลุ่มนี้ผิด แต่ดิฉันกำลังจะบอกว่า กลุ่มที่มีกำลังใช้จ่ายก็ไม่ได้ใช้จ่ายในประเทศมากมายนัก

หากสถานการณ์เศรษฐกิจครัวเรือนยังเป็นอย่างนี้ ดิฉันบอกเลยว่าเหนื่อย หากคาดหวังสูงว่าจีดีพีจะเติบโตมากก็มีโอกาสผิดหวัง กระตุ้นเศรษฐกิจอย่างไรก็ยาก เพราะคนมีเงินไม่ใช้เงิน ส่วนคนไม่มีเงินยิ่งไม่มีเงินจะใช้ สถานการณ์อย่างนี้ทำให้หนี้ครัวเรือนมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้น เพราะหากหาไม่พอใช้ก็มีทางเดียวคือต้องประหยัด หรือไม่ก็ต้องหยิบยืมเงินคนอื่นมาใช้

ตอนนี้หนี้ครัวเรือนกลายเป็นผู้ร้ายของเศรษฐกิจ หลายคนโทษว่าเพราะหนี้ครัวเรือนสูงทำให้เศรษฐกิจฟื้นไม่ขึ้น รัฐบาลจะใช้มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจอะไรก็แป้ก แต่โดยข้อเท็จจริงก็ต้องกลับมาดูว่าที่หนี้ครัวเรือนสูงก็มีสาเหตุมาจากเศรษฐกิจในภาพรวมไม่ดี ซึ่งเป็นต้นเหตุของปัญหาทั้งหมด

ทุกรัฐบาลแก้ไขปัญหาหนี้รายย่อยหรือหนี้เกษตรกรด้วยการพักหนี้เก่า แล้วก็ให้เงินใหม่ไปใช้ แต่หนี้ก็คือหนี้ จะเป็นหนี้เก่าหรือหนี้ใหม่ มันก็คือหนี้ เมื่อเป็นหนี้แล้วก็ต้องใช้ การกระตุ้นเศรษฐกิจด้วยการให้เงินกู้ดอกเบี้ยต่ำ จะในรูปใดก็ตาม อาจแก้ไขปัญหาวันนี้ แต่ก็จะไปมีปัญหาวันข้างหน้าอยู่ดี ซึ่งหนี้ครัวเรือนที่พอกพูนจนรากหญ้ากลายเป็นหนี้ดักดานอยู่ทุกวันนี้ ก็เป็นหนี้สะสมที่มาจากหลายๆ ปี หลายๆ รัฐบาล

ดิฉันว่ารัฐบาลนี้โชคร้ายที่เข้ามาบริหารประเทศในช่วงที่เกิดวิกฤตเศรษฐกิจโลก และวิกฤตนี้ก็ยังไม่จบลากให้การส่งออกหดตัวมาตั้งแต่ปี 2554 ต่อเนื่องมาจนถึงปัจจุบัน ซึ่งประเทศไทยได้รับผลกระทบมากเนื่องจากมูลค่าการส่งออกคิดเป็น 50-60% ของจีดีพี ซึ่งทุกคนก็เห็นพ้องกันว่าจำเป็นต้องปรับโครงสร้างเศรษฐกิจให้มีสัดส่วนที่สมดุลกว่านี้

ในเงื่อนไขที่จำกัด ดิฉันว่ารัฐบาลหมดทางเลือกที่จะดำเนินนโยบายอะไรอีกแล้ว นอกจากการเร่งรัดการลงทุน เพื่อให้เกิดเงินหมุนมีแรงส่งทางเศรษฐกิจให้เดินต่อไปได้ เพื่อรอเวลาเศรษฐกิจโลกจะฟื้นตัว 

ข่าวล่าสุด

ถ่ายทอดสด นิวคาสเซิ่ล พบ แอสตัน วิลล่า พรีเมียร์ลีก วันนี้ 16 ต.ค.69

ถ่ายทอดสด นิวคาสเซิ่ล พบ แอสตัน วิลล่า พรีเมียร์ลีก วันนี้ 16 ต.ค.69