
เสรีภาพในการนับถือศาสนา
เสรีภาพในการนับถือศาสนา (Freedom of Religion) หรือรวมไปถึงเสรีภาพในการปฏิบัติศาสนกิจ (Freedom of Worship)
โดย...เจษฏ์ โทณะวณิก
เสรีภาพในการนับถือศาสนา (Freedom of Religion) หรือรวมไปถึงเสรีภาพในการปฏิบัติศาสนกิจ (Freedom of Worship) เป็นสิ่งที่นานาอารยประเทศให้การยอมรับและได้มีการรับรองเอาไว้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในรัฐธรรมนูญ ไม่ว่าจะเป็นประเทศที่ปกครองแบบประชาธิปไตยหรือประเทศที่ปกครองแบบสังคมนิยม ก็ล้วนแล้วแต่ให้เสรีภาพในการนับถือศาสนา และเสรีภาพในการปฏิบัติศาสนกิจแก่ประชาชนของตน
อย่างไรก็ตาม ที่อ้างถึงอารยประเทศเพราะเหตุมีบางประเทศซึ่งอาจจะมีน้อยแล้วในโลกทุกวันนี้ ที่มีความเข้มงวดกวดขันต่อประชาชนเป็นอย่างมาก ถึงขนาดที่ไม่ได้ให้เสรีภาพแก่ประชาชนในอันที่จะนับถือศาสนา หากรัฐกำหนดให้ศาสนาใดเป็นศาสนาที่ได้รับการยอมรับก็จะนับถือได้เพียงศาสนาเหล่านั้น และปฏิบัติศาสนกิจได้เพียงเท่าที่ได้มีการกำหนดเอาไว้ในศาสนาที่ได้รับการยอมรับเหล่านั้น ซึ่งแนวทางเช่นนี้สังคมโลกก็มักจะมองว่าเป็นอนารยะ
แม้จะมีการเปิดให้มีเสรีภาพในการนับถือศาสนากันในบรรดาอารยประเทศทั้งหลาย แต่ยังมีบุคคลจำนวนหนึ่งซึ่งมากบ้างน้อยบ้างไปตามแต่ละประเทศที่ประกาศตนเป็นคนไม่มีศาสนา บ้างก็มองว่าสิ่งที่เรียกว่า “ศาสนา” โดยเฉพาะตามหลักการแห่งความเป็นสากลจะต้องมีองค์ประกอบหรือปัจจัยหลายอย่างจึงจะได้รับการยอมรับว่า เป็น ศาสนา เช่น ต้องมีศาสดา ต้องมีคัมภีร์ที่ระบุคำสอน ต้องมีผู้ประกาศศาสนา หรือนักบวช ต้องมีผู้ประพฤติปฏิบัติตาม ต้องมีศาสนสถาน และมีการประกอบศาสนกิจ ซึ่งบางคนมองว่าองค์ประกอบหรือปัจจัยเหล่านี้เป็นสิ่งอันไม่จำเป็น และหากผู้คนเห็นว่าต้องมีสิ่งเหล่านี้จึงจะถือได้ว่า เป็นศาสนา พวกเขาก็จะเรียกตนเองว่า คนไม่มีศาสนา
ด้วยเหตุที่ศาสนาเป็นเรื่องของความศรัทธา (Faith) หรือความเชื่อ (Belief) บทบัญญัติรับรองการนับถือศาสนาของหลายประเทศ แทนที่จะเขียนเพียงใช้คำว่า “ศาสนา” หรือ Religion ก็เปิดกว้างเป็นเสรีภาพในความเชื่อ (Freedom of Belief) นั่นคือแม้จะไม่ครบองค์ประกอบที่ผู้คนเรียกกันเป็นสากลว่าศาสนา หรือไม่มีปัจจัยที่ครบถ้วนตามหลักทฤษฎี แต่หากเป็นความเชื่อของผู้คนก็สามารถที่จะใช้เสรีภาพนั้นๆ ได้ ดุจเช่นเดียวกันกับที่บรรดาผู้นับถือศาสนาทั้งหลายจะได้รับ และนอกจากนั้นยังสามารถที่จะปฏิบัติกิจต่างๆ ตามความเชื่อของตนได้ แม้จะไม่สามารถเรียกได้ว่าศาสนกิจ ตามความหมายของบรรดานักทฤษฎีหรือนักสากลนิยม (Internationalism) ทั้งหลายก็ตาม
แม้เสรีภาพในการนับถือศาสนาหรือเสรีภาพในความเชื่อจะได้รับการรับรองในบรรดาอารยประเทศต่างๆ ดังที่ว่าไปนั้น แต่ประเทศทั้งหลายต่างมีสิ่งที่เป็นตัวกำหนดมิให้การใช้เสรีภาพนั้นก้าวล่วง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของความมั่นคงของรัฐ ความเป็นปฏิปักษ์ต่อหน้าที่ของประชาชน ความสงบเรียบร้อย หรือศีลธรรมอันดีของประชาชน เพื่อมิให้เสรีภาพนั้นถูกใช้อย่างไม่มีข้อจำกัด และในที่สุดจะกลายเป็นสิ่งที่ย้อนกลับมาทำร้ายประเทศชาติของตน ทั้งนี้ ข้อจำกัดเช่นว่าของแต่ละประเทศก็แตกต่างกันไป บางประเทศก็ปล่อยสายป่านค่อนข้างยาว บางประเทศก็ขึงสายป่านไว้ค่อนข้างสั้น ตามแต่ความเป็นเสรีนิยม (Liberalism) ของแต่ละประเทศ
แม้ภายใต้เสรีภาพในการนับถือศาสนา ขื่อ-แป ต่างๆ ของสังคมก็ยังจะต้องได้รับความเคารพ มิใช่ใครจะอ้างเอาเสรีภาพเช่นว่าทำการอันใดตามอำเภอใจก็ได้ ใช้ถูกทางก็จรรโลงสังคม ใช้ผิดทางก็บ่อนทำลาย เสรีภาพนี้ใช้กันให้ดี







