
ให้กู้ธุรกิจบัญชีเดียว1หมื่นล.
เอสเอ็มอีแบงก์จับมือพันธมิตรหนุนผู้ประกอบการทำบัญชีเดียว ปล่อยกู้ดอกเบี้ยต่ำ วงเงิน 1 หมื่นล้าน
เอสเอ็มอีแบงก์จับมือพันธมิตรหนุนผู้ประกอบการทำบัญชีเดียว ปล่อยกู้ดอกเบี้ยต่ำ วงเงิน 1 หมื่นล้าน
นายสมชัย สัจจพงษ์ ปลัดกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย (เอสเอ็มอีแบงก์) ได้ออกสินเชื่อวงเงิน 1 หมื่นล้านบาท เพื่อให้กู้แก่ผู้ประกอบการเอสเอ็มอีที่ทำบัญชีเดียว และยื่นลงทะเบียนทำบัญชีเดียวไว้กับกรมสรรพากร เพื่อให้ผู้ประกอบการเข้าถึงแหล่งเงินทุน
สำหรับเงื่อนไขการปล่อยกู้เป็นแบบพิเศษถึง 5 เงื่อนไข คือ วงเงินให้กู้สูงสุด 5 ล้านบาท อัตราดอกเบี้ยต่ำ 5% ในปีแรก ปลอดชำระเงินต้น ระยะเวลา 5 เดือน การผ่อนชำระนาน 5 ปี หากเอกสารครบถ้วนตามเงื่อนไขของธนาคาร จะอนุมัติสินเชื่อภายใน 5 วัน และสามารถใช้บรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม (บสย.) ค้ำประกัน หรือใช้หลักประกันตามหลักเกณฑ์ปกติของธนาคาร
อย่างไรก็ตาม ผู้ประกอบการเอสเอ็มอีที่จะได้รับสินเชื่อ ต้องมีการยื่นงบการเงินกับหน่วยราชการตั้งแต่ 2 รอบขึ้นไป และต้องผ่านการคัดกรองกับพันธมิตรที่ร่วมกับธนาคารที่มีมากกว่า 100 หน่วยงาน และธนาคารยังให้สิทธิกับผู้ประกอบการเอสเอ็มอีที่เพิ่งส่งงบการเงินได้ปีเดียว รวมถึงผู้ประกอบการเอสเอ็มอีและบุคคลธรรมดาที่ไม่ได้ลงทะเบียนบัญชีเดียวไว้กับกรมสรรพากรได้รับสิทธิสินเชื่อในครั้งนี้ แต่เงื่อนไขจะต้องเป็นไปตามที่ธนาคารกำหนดไว้
สำหรับโครงการสินเชื่อเอสเอ็มอีบัญชีเดียว เป็นการดำเนินการตามนโยบายรัฐบาลและกระทรวงการคลัง ที่สนับสนุนให้ผู้ประกอบการเอสเอ็มอีที่จดแจ้งบัญชีเดียวกับกรมสรรพากร ระหว่างวันที่ 15 ม.ค.-15 มี.ค. 2559 และสนับสนุนให้ผู้ประกอบการได้มีเงินทุนหมุนเวียนและเสริมสภาพคล่อง
นายประสงค์ พูนธเนศ อธิบดีกรมสรรพากร กล่าวว่า กรมได้เตรียมออกประกาศให้ผู้ประกอบการที่เข้าระบบบัญชีเดียว โอนทรัพย์สินที่ยังอยู่นอกบัญชีให้เข้ามาอยู่ในระบบให้ถูกต้อง ซึ่งโครงการบัญชีเดียวถือว่าได้รับการตอบรับดีมาก มีผู้ประกอบการมาลงทะเบียนถึง 4.3 แสนราย คิดเป็น 100% ของผู้ประกอบการที่อยู่ในข่ายมาลงทะเบียนทำบัญชีเดียวได้ ในจำนวนนี้ 80% เป็นผู้ประกอบการเอสเอ็มอีที่ได้รับสิทธิพิเศษลดหย่อนการเสียภาษีให้อีกด้วย
นอกจากนี้ กรมสรรพากรยังมีแผนเชิญผู้ประกอบการประเภทอุตสาหกรรมเข้ามารับฟังการลงบันทึกรายรับรายจ่ายให้ถูกต้อง โดยจะเริ่มจากผู้ประกอบการร้านทองเป็นอันดับแรก หลังจากนั้นก็จะเป็นกลุ่มบริการ ร้านค้า โรงแรม กลุ่มบริการขนส่ง เป็นต้น







