posttoday

บทเรียนพฤษภาทมิฬ กับเสรีภาพที่กำลังหายไป

18 พฤษภาคม 2559

เมื่อวันที่ 17 พ.ค.ที่ผ่านมา คณะกรรมการญาติวีรชนพฤษภา 35 และคณะทำงานถกแถลงร่างรัฐธรรมนูญ

โดย...ชัยรัตน์ พัชรไตรรัตน์

เมื่อวันที่ 17 พ.ค.ที่ผ่านมา คณะกรรมการญาติวีรชนพฤษภา 35 และคณะทำงานถกแถลงร่างรัฐธรรมนูญ ได้จัดปาฐกถา “ความสำคัญของสิทธิเสรีภาพ นิติธรรมและศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ในรัฐธรรมนูญ” เพื่อรำลึก 24 ปี พฤษภาประชาธรรม 2535 ณ ห้องทับทิม โรงแรมรอยัล รัตนโกสินทร์ ถนนราชดำเนิน

อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อดีตนายกรัฐมนตรี มองว่า การต่อสู้ของประชาชนจากเหตุการณ์เมื่อปี 2535 ส่งผลหยั่งรากลึกประชาธิปไตยในสังคมไทย เปลี่ยนกรอบวิธีคิดทำรัฐธรรมนูญระหว่างรัฐกับประชาชน โดยชี้ให้เห็น 4 ประการ ผลพวงจากการต่อสู้ของวีรชน

1.แสดงให้เห็นว่าประชาชนต้องการกำหนดประเทศด้วยตัวเอง ไม่รับการสืบทอดอำนาจของรัฐประหาร 2.แม้จะให้ความสำคัญเรื่องตัวแทนประชาชน แต่ สส.ไม่สามารถใช้ดุลยพินิจได้ตามอำเภอใจ 3.หลังเกิดบทเรียนปี 2535 ประชาชนได้รับหลักประกันในเรื่องข้อมูลข่าวสารมากจากเดิม เพราะปี 2535 ถูกคุมโดยรัฐ

และ 4.การเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ สิทธิประชาชนชุมนุมโดยสงบปราศจากอาวุธ แม้ยุคต่อๆ มาจะมีการชุมนุมหลายครั้ง แต่ปี 2535 เป็นการชุมนุมต่อสู้ระหว่างภาคประชาชนกับรัฐ ไม่มีการแทรกซ้อนความเป็นฝักฝ่าย แต่ปัญหาสิ่งต่างๆ เหล่านี้ ประชาธิปไตยวันนี้สามารถทำเป็นรากฐานสำคัญให้ประเทศเดินหน้าต่อไปได้หรือไม่

อภิสิทธิ์ ขยายความว่า การทำรัฐธรรมนูญปัจจุบันย้อนหลังกลับไปก่อนปี 2535 ป้องสิทธิประชาชน โดยให้ราชการเป็นผู้ชี้ประเทศว่าจะเดินอย่างไร ทำลายพัฒนาการต่อสู้ของประชาชนปี 2535 ที่ต้องได้รับการเคารพจากผู้มีอำนาจให้ประชาชนสามารถใช้สิทธิ โดยไม่ถูกข่มขู่ คุกคาม

“ผมอยากเรียกร้องประเทศไม่ควรกลับไปใช้รัฐธรรมนูญถอดถอนสิทธิเสรีภาพ หากเป็นเช่นนั้นไม่มีเหตุผลต้องจัดทำประชามติ ถ้าประชาชนไม่สามารถรณรงค์ได้ เพราะประชาชนเป็นผู้ให้ความชอบธรรมรัฐธรรมนูญ แต่ถ้าต้องตกอยู่ในความหวาดกลัว ประชามติก็ไม่บรรลุ อีกทั้งเสียงบมาก และอยากเรียกร้อง กกต.ต้องยืนยันว่าจะไม่ตีความคำว่าปลุกระดมเกินความจริง เพื่อให้เกิดความชอบธรรม”

นอกจากนี้ ต้องยุติความคิดผู้มีอำนาจว่าปัญหาประเทศเกิดจากการชุมนุมและไม่ควรมองประชาชนที่ออกมาชุมนุมบนความเชื่อ อุดมการณ์ เป็นการสร้างปัญหา ถ้าประเทศไม่ผ่านชุมนุมหลายเหตุการณ์ ประเทศอาจถดถอยไปมากกว่านี้ ดังนั้นควรเลิกความคิดเผยแพร่ว่าการชุมนุมเป็นเรื่องเสียหาย หากการชุมนุมเพื่อส่วนรวมนั้นไม่รุนแรง

“เรามีคณะกรรมการปรองดองหลายคณะแต่วนเวียนบางเรื่อง เราแสดงความเคารพประชาชนที่ออกมาชุมนุม โดยนิรโทษแก่ผู้ชุมนุมสุจริต ส่วนบุคคลอื่นที่เกี่ยวข้องและร้ายแรงต้องเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม โดยให้กระบวนการยุติธรรมเป็นเครื่องพิสูจน์ ถ้ายึดหลักเหล่านี้น่าจะเป็นเรื่องดีต่อระบอบประชาธิปไตยอย่างยั่งยืนและปรองดอง”

ขณะที่ โภคิน พลกุล อดีตประธานรัฐสภา ให้ความเห็นว่า จากเหตุการณ์ปี 2535 ถึงปัจจุบัน รัฐธรรมนูญตั้งแต่เริ่มแรกที่มีการเปลี่ยนแปลงการปกครอง 2475 มี 2 มาตราในเรื่องสิทธิเสรีภาพ คือ เรื่องศาสนา และบุคคลย่อมมีเสรีภาพเคหสถาน ร่างกาย

ทั้งนี้ รัฐธรรมนูญ 2490 ก่อนเป็นรัฐธรรมนูญ 2492 ได้ทำปฏิญญากับสหประชาชาติ (ยูเอ็น) เรื่องสิทธิมนุษยชน จึงทำให้มีเกิน 2 มาตราที่กำหนด โดยเขียนละเอียด และใน 20 มาตราข้อโดดเด่น คือ รับรองเสรีภาพ อาทิ สื่อ ห้ามปิดโรงพิมพ์จะกระทำไม่ได้ การยอมรับเสรีภาพดีขึ้น

ขณะที่รัฐธรรมนูญปี 2540 มี 40 มาตรา สอดคล้องกับปฏิญญาสากล ส่วนรัฐธรรมนูญ 2550 สุดยอดเรื่องนี้ แม้จัดทำโดยเผด็จการ แต่มี 44 มาตรายาวที่สุด โดยเอารัฐธรรมนูญ 40 มาปรับปรุงให้ชัดเจนมากขึ้นน่าชื่นชม อาทิ สิทธิผู้ยากไร้ เด็กกำพร้า

โภคิน ระบุว่า ร่างรัฐธรรมนูญปัจจุบัน มีชัย ฤชุพันธ์ุ พยายามเขียนใหม่ 25 มาตรา ที่เหลือกำหนดเป็นหน้าที่รัฐ และสามารถฟ้องร้องได้ ถ้าไม่ได้ แต่รัฐไม่ได้เป็นนิติบุคคล ถ้าบอกเป็นสิทธิจึงเป็นเรื่องสับสนตอบโจทย์อะไร และสำคัญที่สุดส่งผลกระทบมาก จุดที่ผู้ร่างบอกว่าปราบโกง แต่เสรีภาพ ข้อมูล การร้องเรียน กลายเป็นสร้างองค์กรอิสระ ไม่มีประชาชน

“เราได้รับการยอมรับจากนานาชาติเรื่องนี้ แต่ครั้งนี้อาจถูกต่อว่าหลายประเด็น แต่เรื่องกฎหมายประชามติ อยากเห็นรัฐธรรมนูญมีชัยเป็นรัฐธรรมนูญประเทศต่อไป แต่ห้ามประชาชนแสดงความเห็นหรือเผยแพร่อย่างเสรี คงจะยุ่ง แต่มาตรา 10 เผยแพร่ได้ห้ามจูงใจ แต่มาตรา 61 ห้ามผู้ใดเผยแพร่ผิดไปตามข้อเท็จจริง รุนแรง ข่มขู่ ประเด็นใหญ่อยู่ตรงที่ถ้าผู้ไปเผยแพร่ กรธ.ใช้คำหยาบผิดมาตรา 61 หรือไม่ เพราะดูหมิ่นติดคุก 1 เดือน แต่หมิ่น กรธ.ติดคุก 10 ปี เป็นเรื่องประหลาด”

ด้าน ปริญญา เทวานฤมิตรกุล กรรมการมูลนิธิพฤษภาประชาธรรม ระบุว่า รัฐธรรมนูญ 2540 เป็นผลพวงมาจากเหตุการณ์พฤษภาปี 2535 โดยแก้ไขใหญ่ 4 ประการ ซึ่งเกิดจากการต่อสู้เรียกร้องของประชาชน เพราะระบอบประชาธิปไตย ประชาชนเป็นเจ้าอำนาจ เป็นเจ้าของประเทศ

ทว่า ปัญหาของเรื่อง บ้านนี้มีคนอยู่หลายล้านคน ความคิดขัดแย้งกัน จะอยู่ร่วมกันก็ต้องกำหนดกติกาเพื่อการอยู่ร่วม ดังนั้นสิทธิเสรีภาพจึงสามารถจำกัดได้เท่าที่จำเป็น โดยรัฐธรรมนูญ 2540 วางหลักเสรีภาพในการเขียน พิมพ์ พูด และโฆษณา กระทำได้แต่ต้องไม่ละเมิดสิทธิคนอื่นจึงมีขอบเขต

ปริญญา ชี้ว่า รัฐธรรมนูญชั่วคราว 2557 มีมาตรา 44 ให้อำนาจทุกสิ่งอย่างยับยั้งการกระทำใดๆ ก็ได้ ด้วยดุลยพินิจของหัวหน้า คสช. ทำให้เห็นว่าร่างรัฐธรรมนูญใหม่ย้อนหลังกลับไปก่อนปี 2540 หรือ 2534 โดยมีผู้ร่างคนเดียวกัน คือ มีชัย ซึ่งไม่มีหลักประกันอะไร

อย่างไรก็ตาม ส่วนตัวมองเป็นเรื่องดี คสช.ใช้ประชามติตัดสินว่ารัฐธรรมนูญควรผ่านหรือไม่ แต่ที่ไม่ดีประชาชนไม่รู้ว่าไม่ผ่านจะเกิดอะไรขึ้น ทำให้เกิดความคิด คสช.อยากให้ผ่าน เพราะถ้าบอก
ไม่ผ่านจะเกิดอะไร ประชาชนไม่รับ กลายเป็นว่า คสช.ต้องการให้ร่างผ่าน หากเทียบกับปี 2534 สาระสำคัญที่เหมือนกัน คือ สว.ให้ผู้ยึดอำนาจเป็นคนเลือก บวกคำถามพ่วง สว.ชุดนี้มีบทบาทเลือกนายกฯ กลายเป็นพรรค สว.ใหญ่ที่สุดในการเลือกนายกฯ

ข่าวล่าสุด

ศาลฎีกายืนโทษคดี นปช. เจ๋งดอกจิกคุก 5 ปี 4 เดือน สุขพลตื้อตลอดชีวิต