9 เดือนกม.ชุมนุมสาธารณะตำรวจงง ชาวบ้านมึน
พ.ร.บ.การชุมนุมสาธารณะ พ.ศ. 2558 ที่จะเป็นไม้เด็ดของหน่วยงานที่ดูแลการชุมนุม
โดย...กันติพิชญ์ ใจบุญ
พ.ร.บ.การชุมนุมสาธารณะ พ.ศ. 2558 ที่จะเป็นไม้เด็ดของหน่วยงานที่ดูแลการชุมนุม ทั้งตำรวจ และทหาร ชั่วยามนี้กลับกลายเป็นว่าถูกเพิกเฉยจากผู้ชุมนุมเองไม่น้อย
โต้โผหลักที่ทำคลอด พ.ร.บ.ฉบับนี้ออกมา คือ ตำรวจ ที่ต่อสู้มายาวนานกว่า 15 ปี และผลสัมฤทธิ์มาเห็นในยุครัฐบาลคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ที่ติดดาบปราบม็อบให้ และขณะเดียวกันก็ปิดช่องโหว่การรวมตัวชุมนุมในทุกด้านทุกปัญหาของประชาชน
ทำความเข้าใจอีกครั้งในเงื่อนไขหลัก คือ 1.ห้ามชุมนุมในพื้นที่รัฐสภา ทำเนียบรัฐบาล ศาล จะกระทำมิได้ และ 2.การชุมนุมต้องไม่กีดขวาง “ทางเข้าออก” หรือรบกวนการใช้สถานที่ ที่ประกอบด้วย หน่วยงานรัฐ สนามบิน ท่าเรือ สถานีรถไฟ และสถานีขนส่งสาธารณะ โรงพยาบาล สถานศึกษา และศาสนสถาน สถานทูต องค์กรระหว่างประเทศ สถานที่ตามที่คณะรัฐมนตรีประกาศ
3.ผู้ชุมนุมต้อง “แจ้ง” ให้สถานีตำรวจท้องที่รับทราบก่อนไม่น้อยกว่า 24 ชั่วโมง 4.โทษจำคุก 6 เดือน ปรับ 1 หมื่นบาท 5.“ผู้จัดการชุมนุม” เพิ่มโทษจำคุก 1 ปี ปรับ 2 หมื่นบาท 6.ถ้าขัดขวางการขนส่งสาธารณะหรือระบบสาธารณูปโภค โทษจำคุก 10 ปี ปรับ 2 แสน 7.ไม่ปิดบังหรืออำพรางตน
ชาวบ้านเดือดร้อนจากปัญหาต่างๆ ก็หมดสิทธิจะพุ่งเป้าไปที่หน่วยงานราชการที่เป็นสถานที่รับทราบปัญหาของพวกเขาอย่างบริบูรณ์
แต่กระนั้น ชาวบ้านที่เรียกร้องสิทธิของตนเอง หรือแม้แต่กลุ่มก้อนที่เคลื่อนไหวทางการเมืองต่างๆ เหมือนจะไม่สนใจกับ พ.ร.บ.การชุมนุมสาธารณะฯ มากนัก เพราะบ่อยครั้งนับแต่กฎหมายฉบับนี้ถูกประกาศใช้ในรัฐธรรมนูญชั่วคราว พ.ศ. 2557
อาจเพราะตำรวจเองยังงงงวยกับกฎหมายนี้ หรือผู้ชุมนุมเองยังไม่เข้าใจ บ่อยครั้งจึงไม่เห็นการแจ้งมายังตำรวจท้องที่ให้ทราบก่อน 24 ชั่วโมง ตามกติกาที่ระบุไว้ แต่ผู้ชุมนุมใช้ช่องทางประสานไปยังแนวร่วมให้ออกมาเคลื่อนไหวพร้อมกัน ครั้นกว่าตำรวจจะตั้งตัว ภาพการชุมนุมถูกแพร่ออกไปในสาธารณะอย่างเรียบร้อยแล้ว
เช่น 6 พ.ย. 2558 ผู้สูงอายุระหว่าง 65-80 ปี กว่า 30 คน ชุมนุมที่หน้าอำเภอธาตุพนม จ.นครพนม พร้อมป้ายเรียกร้องทวงถามเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุที่ค้างจ่ายมา 2 เดือน
25 ส.ค. 2558 กลุ่มเครือข่ายประชาชนจังหวัดกระบี่ และกลุ่มเครือข่าย 4 ตำบล รอบโรงไฟฟ้ากระบี่ รวม 50 คน ออกมาหนุนพร้อมป้ายผ้าให้ก่อสร้างโรงไฟฟ้าถ่านหินต่อไป
15 ต.ค. 2558 ชาวบ้าน อ.เวียงสระ บ้านนาสาร และกาญจนดิษฐ์ จ.สุราษฎร์ธานี กว่า 300 คน บุกศาลากลางจังหวัด เพื่อร้องทุกข์เนื่องด้วยอุทยานแห่งชาติใต้ร่มเย็น ประกาศเขตทับที่ทำกินกว่า 20 ปี
และ 24 ก.ค. 2558 แกนนำคัดค้านโรงไฟฟ้าขยะ และเครือข่ายประชาชนปทุมธานีกว่า 100 คน บุกยึดเวทีเสวนาแผนแม่บทการจัดการขยะมูลฝอยของ จ.ปทุมธานี
ตัวอย่างข้างต้น ผู้ชุมนุมไม่ได้ปฏิบัติตาม พ.ร.บ.การชุมนุมสาธารณะฯ ขณะเดียวกันตำรวจไม่ทราบด้วยซ้ำว่าจะมีการชุมนุม ขณะเดียวกันเมื่อตำรวจตั้งหลักได้ ต้องเอาผิดกับผู้ชุมนุมย้อนหลังเพราะหลายครั้งก็ทำผิดกฎหมาย
แต่อีกมุมหากเป็นการเคลื่อนไหวทางการเมือง ตำรวจ ทหารจะรวดเร็ว วางกำลังดัก หรือใช้ดูแลได้อย่างทันท่วงที อีกทั้งกลุ่มการเมืองก็เคารพกติกาที่จำกัดอยู่ในขณะนี้ คือ ทำตามเงื่อนไขที่ “แจ้ง” แต่ไม่จำเป็นต้อง “ขออนุญาต” จากท้องที่
เช่น กลุ่มพลเมืองโต้กลับ ที่แจ้งไปยังตำรวจพญาไท ว่าจะแสดงออกด้วยการยืนเฉยๆ เพื่อสื่อต่อรัฐบาล คสช. และตำรวจก็พร้อมจะดูแลความปลอดภัย
แต่ขณะเดียวกัน คสช.เองก็มีประกาศออกมาย้อนแย้งกับ พ.ร.บ.การชุมนุมสาธารณะฯ เช่นกัน คือ ห้ามการชุมนุมทางการเมืองทุกชนิดอย่างเด็ดขาด ดังนั้นดุลพินิจที่จะเข้าไปห้าม หรือควบคุมผู้ชุมนุม อยู่ที่ตำรวจอีกเช่นกัน เพราะแม้ว่าผู้ชุมนุมจะอ้างสิทธิการชุมนุม แต่ตำรวจก็อ้างคำสั่ง คสช.ที่ต้องปฏิบัติตามได้เช่นกัน
ความไม่ลงรอยของกฎหมายและคำสั่งของ คสช. จึงเห็นภาพได้อย่างชัดเจน
กระนั้น พล.ต.ท.ปัญญา เอ่งฉ้วน ผู้บัญชาการสำนักงานกฎหมายและคดี สำนักงานตำรวจแห่งชาติ บอกว่า องค์ประกอบความรู้ของประชาชนที่จะใช้สิทธิในการชุมนุมนั้นยังไม่ครบถ้วน ทั้งนี้สาเหตุหนึ่งก็มาจาก พ.ร.บ.การชุมนุมสาธารณะฯ ฉบับนี้เองที่ยังไม่มีความสมบูรณ์เช่นกัน เพราะด้วยว่ากฎหมายลูกที่จะมากำหนดข้อห้ามต่างๆ หรือข้อใดที่ผู้ชุมนุมทำได้ก็ยังไม่ออกมา ดังนั้นการชุมนุมแต่ละครั้งที่เกิดขึ้น จึงอาจเกิดปัญหาตามมาได้
ส่วนกรณีที่ว่าคำสั่งห้ามการชุมนุมไปขัดกับ พ.ร.บ.การชุมนุมสาธารณะฯ นั้น พล.ต.ท.ปัญญา มองว่า รัฐบาลจำเป็นต้องใช้คำสั่งนี้เพราะถือว่าอยู่ในช่วงที่ภาวะทางการเมืองไม่ปกติ จะให้ทำเหมือนเดิมคงไม่ได้เช่นกัน
“อย่างน้อยผมมองว่า พ.ร.บ.การชุมนุมสาธารณะฯ ที่ออกมาใช้กว่า 9 เดือน มีข้อดีที่เราได้ใช้กติการ่วมกัน แม้จะไม่สมบูรณ์ในขณะนี้ก็ตาม” พล.ต.ท.ปัญญา กล่าว
อีกมุมจาก ส.รัตนมณี พลกล้า ทนายความด้านสิทธิมนุษยชน วิพากษ์ถึงกฎหมายการชุมนุมตลอดเวลาเกือบ 9 เดือนที่ประกาศใช้ออกมาว่า ประชาชนเองยังไม่รู้สิทธิของตนเองในการเรียกร้องปัญหาต่างๆ มากนัก และขณะเดียวกันภาครัฐเองซึ่งคือตำรวจที่ต้องเป็นด่านแรกในการดูแลการชุมนุม ยังไม่ชัดเจนว่าทราบกฎหมายดีแล้วหรือไม่ อีกทั้งสิทธิของภาครัฐเองก็กว้างจนเกินไป ทำให้การชุมนุมของชาวบ้านที่ไม่ได้เกี่ยวข้องกับการเมืองมีปัญหา
“อย่างเช่นหลายพื้นที่ชาวบ้านเพียงแค่ต้องการยื่นหนังสือให้กับหน่วยงานราชการ เพื่อให้มีการดำเนินการทางใดทางหนึ่งในการแก้ไขปัญหา อย่างนี้ก็ถูกตีความว่าเป็นการชุมนุมด้วย ชาวบ้านจึงเกิดความไม่มั่นใจว่า เพียงแค่การยื่นหนังสือนั้น จะเป็นการชุมนุมเชียวหรือ” ส.รัตนมณี ตั้งข้อสังเกต
ขณะเดียวกัน ตาม พ.ร.บ.การชุมนุมสาธารณะฯ นั้น ผู้จัดการชุมนุมจำต้องแจ้งให้ท้องที่รับทราบ แต่ไม่ต้องขออนุญาต แต่พอเข้าจริงแล้ว ก็ไม่ต่างจากการขออนุญาต เพราะตำรวจเองมีสิทธิที่จะปฏิเสธไม่ให้ชุมนุมด้วยเช่นกัน ดังนั้นกฎหมายนี้จึงกว้างมาก และยังมีคำสั่ง คสช.ที่ห้ามการชุมนุมทุกอย่างอีก ดังนั้นการชุมนุมเพื่อเรียกร้องสิทธิตามกฎหมายที่มีให้ แต่ยังมีคำสั่งอีกอย่างมาห้ามไว้ ทุกอย่างมันเลยย้อนแย้งกันไปหมด
“เมื่อรัฐใช้ พ.ร.บ.การชุมนุมสาธารณะฯ แต่มาพิจารณารวมกับคำสั่งห้ามการชุมนุม ทุกอย่างมันเลยดูมั่วไปหมด” ส.รัตมณี ย้ำ


