
ทางออก : การแก้ไขปัญหา การทำการประมงผิดกฎหมาย IUU
โดย...สุวิทย์ คุณกิตติ
โดย...สุวิทย์ คุณกิตติ
ที่ผ่านมาการแก้ไขปัญหาการทำการประมงผิดกฎหมาย คงปฏิเสธไม่ได้ว่ารัฐบาลนี้พยายามดำเนินการอย่างจริงจังและเร่งด่วน ซึ่งการดำเนินการดังกล่าวทำให้ขาดความรอบคอบและมีผลกระทบในวงกว้าง
ที่จริงปัญหาไม่ได้เกิดขึ้นในรัฐบาลนี้ แต่เป็นปัญหาที่เรื้อรังมาหลายรัฐบาล แต่พอมาถึงรัฐบาลนี้อาจจะมีความรู้สึกว่าเป็นรัฐบาลทหารไม่ได้มาจากการเลือกตั้ง จึงถูกกดดันจากทางสหภาพยุโรปหรืออียู ซึ่งความจริงไม่ใช่ แต่เป็นช่วงท้ายที่ต้องมีการบังคับใช้ระเบียบและกฎกติกาในเรื่องนี้อย่างจริงจัง จึงต้องให้ความเป็นธรรมกับรัฐบาลทหารด้วย
ประเด็นแรก คือ การเตรียมตัวซึ่งเป็นหน้าที่ทั้งกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ โดยกรมประมงและกระทรวงการต่างประเทศ ที่ควรจะต้องมีการเข้าร่วมในการเจรจาตั้งแต่เริ่มต้น เพื่อรักษาผลประโยชน์ทางการค้าและผลกระทบต่อพี่น้องชาวประมงและอุตสาหกรรมประมงของประเทศ เพราะรู้อยู่แล้วว่าประเทศไทยเป็นประเทศที่มีการส่งออกอาหารทะเลแปรรูปและแช่แข็ง มูลค่ารวมกัน 2 แสนกว่าล้านบาท มีกองเรือประมงที่อาจจะเรียกได้ว่ามีเรือมากที่สุดติดอันดับต้นของโลกก็ได้
อย่างไรก็ตาม ที่ผ่านมาไม่ว่าจะเป็นกระทรวงการต่างประเทศหรือกรมประมงไม่ได้ให้ความสำคัญและสนใจ รวมทั้งไม่ได้ติดตามพัฒนาการในเรื่องนี้ ปล่อยให้เขาทำกฎกติกากันขึ้นมาเองจนเสร็จเรียบร้อยและใช้บังคับโดยทั่วไป ซึ่งรวมทั้งประเทศไทยด้วย
เท่าที่ทราบได้มีการเตือนมาทางหน่วยงานที่รับผิดชอบหลายครั้งแล้ว แต่ก็ไม่รับความสนใจดำเนินการในการแก้ไขปัญหาหรือปรับปรุงกระบวนการเพื่อให้สอดคล้องรองรับกับกฎกติกา ซึ่งทางสภาพยุโรปได้ออกมาใหม่ จึงได้รับการเตือนและให้ใบเหลืองซึ่งหากกระบวนการในการดำเนินการแก้ไขปัญหาของไทยไม่ได้เป็นไปตามเงื่อนไขที่กำหนดไว้ก็อาจจะต้องได้รับใบแดง หมายความว่าสินค้าการประมงและอาหารทะเลแปรรูปและแช่แข็งจากประเทศไทย จะไม่สามารถส่งออกไปขายในสหภาพยุโรปได้อีกและก็ไม่ใช่เฉพาะสหภาพยุโรปเท่านั้นแต่ยังต้องรวมถึงคู่ค้าของสภาพยุโรปด้วยเพราะประเทศเหล่านี้จะต้องปฏิบัติตามกฎกติกา และเงินไขการค้าของสภาพยุโรป
หากหน่วยงานที่รับผิดชอบของประเทศไทยใส่ใจและติดตามพัฒนาการในเรื่องของกฎกติกาในเวทีระหว่างประเทศ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องเศรษฐกิจสังคมการเมืองหรือเรื่องใดก็ตาม ปัญหาเช่นนี้ก็จะไม่เกิดขึ้น อีกทั้งเรายังสามารถที่จะเข้าไปมีส่วนร่วมในการยกร่างหรือให้ข้อมูลที่เป็นประโยชน์กับประเทศไทยเพื่อที่จะลดผลกระทบอันจะเกิดขึ้นกับประเทศไทยได้อีกทางหนึ่งด้วย
เช่น การนำรายละเอียดที่เกี่ยวกับการประมงในประเทศไทยเข้าไปเจรจาตั้งแต่แรก ว่า ชาวประมงของประเทศไทยนั้นแบ่งได้หลายกลุ่มไม่เหมือนกับในสภาพยุโรป เพราะในโซโลมอนรีพอร์ตก็เคยมีการระบุไว้ว่า การดำเนินการตามเงื่อนไขดังกล่าว ต้องพิจารณาถึงผลกระทบทางด้านสังคมด้วย แต่ไทยไม่เคยชี้แจงประเด็นเหล่านี้เลย ทำให้สหภาพยุโรปออกระเบียบมาใช้บังคับเหมือนกันหมด ไม่ว่าจะเป็นประมงพื้นบ้าน ประมงชายฝั่ง ประมงขนาดเล็กหรือประมงขนาดใหญ่ ซึ่งความจริงแล้วในเรื่องนี้สามารถจะนำไปเจรจากับทางสภาพยุโรปได้
ประเด็นที่สอง เมื่อกฎกติกามีผลบังคับใช้แล้ว มีการมาตรวจติดตามเพื่อพิจารณาถึงสถานภาพของประเทศไทย จึงทำให้รัฐบาลหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเกิดความตกใจ เพราะผลที่จะกระทบมีความรุนแรงทั้งทางด้านเศรษฐกิจและสังคม และเห็นว่ารัฐบาลมีอำนาจตามมาตรา 44 สามารถที่จะแก้ไขปัญหาที่เร่งด่วนได้ในทันที จึงได้มีการรับปากว่าจะดำเนินการให้แล้วเสร็จภายในหกเดือนซึ่งความจริงเป็นไปได้ยาก ประกอบกับที่ผ่านมาระยะเริ่มต้นที่ผ่านมาภาคเอกชนแทบจะไม่ได้มีบทบาทหรือมีส่วนร่วมในการเสนอความเห็นและแนวทางในการแก้ไขปัญหา ส่วนใหญ่จะเป็นการแก้ไขปัญหาของภาครัฐ
โดยเฉพาะอย่างยิ่งอุตสาหกรรมการประมง ซึ่งถูกมองว่าเป็นผู้ร้ายและไม่ยอมให้ความร่วมมือ จึงถูกกันออกมาอยู่ข้างเวที แต่ที่ผมได้พูดคุยมาทางสมาคมประมงแห่งประเทศไทย มีความตั้งใจจะร่วมมือกับรัฐบาลในการแก้ไขปัญหาอย่างจริงจัง เพื่อลดผลกระทบที่กำลังเกิดขึ้นกับอุตสาหกรรมการประมงชาวประมงและลูกเรือ ซึ่งในปัจจุบันสถานการณ์ดีขึ้นกว่าเดิม เพราะทางสมาคมประมงแห่งประเทศไทยได้เล่าให้ฟังว่าคณะกรรมการและผู้บัญชาการทหารเรือได้รับฟังความเห็นและปัญหาที่ได้สะท้อนขึ้นไป และได้มีการปรับปรุงแก้ไขในเรื่องที่มีปัญหากับชาวประมงไปบ้างแล้ว แต่ยังมีอีกหลายเรื่องที่ต้องมีการแก้ไขปัญหาร่วมกัน
เมื่อประเทศไทยไปกำหนดกรอบระยะเวลาไว้สั้นเพียง 6 เดือน แล้วไม่สามารถดำเนินการให้แล้วเสร็จได้ ทำให้ทางสภาพยุโรปขาดความเชื่อมั่นว่าไทยจะสามารถแก้ไขปัญหาให้แล้วเสร็จได้ จึงยังคงสภาพใบเหลืองไว้ และภายในเดือนนี้ประเทศไทยจะต้องรายงานผลการดำเนินการเพื่อการตรวจสอบอีกครั้งหนึ่งในเดือนหน้า ซึ่งคงต้องลุ้นกันต่อไปว่าทางสภาพยุโรปจะพอใจต่อกระบวนการในการแก้ไขปัญหาและยกเลิกสถานะภาพใบเหลืองเหมือนอย่างเช่นประเทศฟิลิปปินส์ เกาหลี และศรีลังกาหรือไม่อย่างไร
ประเด็นที่สาม ถามว่าแล้วเราแก้ปัญหาตามกฎกติกาและเงื่อนไขที่ได้รับมาจากสภาพยุโรปแล้วมากน้อยแค่ไหนเพียงใด
จากการติดตามการแก้ไขปัญหาของรัฐบาลก็ได้มีความพยายามอย่างชัดเจนและมีการดำเนินการไปมากพอสมควรแต่การดำเนินการเหล่านั้นยังไม่ได้อยู่บนมาตรฐานที่กำหนดไว้ แม้ว่าปัจจุบันประเทศไทยได้ดำเนินการพัฒนาระบบเพื่อควบคุมและแก้ไขปัญหาไอยูยู ซึ่งประกอบด้วย ข้อมูลทะเบียนเรือ ข้อมูลใบอนุญาตทำการประมง ข้อมูล Vessel Monitoring Systems (VMS) ข้อมูลการแจ้งเข้าแจ้งออก Port-in-Port-out (PIPO) ข้อมูลปริมาณการจับสัตว์น้ำ ข้อมูล Logbook ข้อมูลแรงงานประมง ข้อมูลนำเข้าส่งออก
แต่ปัญหาที่พบคือความหลากหลายของหน่วยงานทางด้านนโยบายและระบบการจัดเก็บข้อมูลที่ใช้คนละระบบและฐานข้อมูลไม่เชื่อมโยงกัน หลายหน่วยงานยังมีการดำเนินการในลักษณะการกรอกข้อมูลบนกระดาษก่อนจะนำเข้าระบบ ซึ่งทางสภาพยุโรปมองเห็นว่าการแก้ไขปัญหาดังกล่าวยังไม่เป็นไปตามเงื่อนไขและมาตรฐานที่กำหนดไว้ ประกอบกับมีหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับเทคโนโลยีสารสนเทศของไทย ได้เสนอที่จะพัฒนาโปรแกรมขึ้นมาใช้เอง อาจจะทำให้กระบวนการในการแก้ไขปัญหายิ่งล่าช้าและเป็นปัญหาอุปสรรคมากขึ้น เพราะระบบ ของหน่วยราชการไทยในปัจจุบันยังเป็นลักษณะต่างคนต่างทำไม่ได้อยู่บนมาตรฐานเดียวกันและไม่สามารถเชื่อมโยงกันได้
ดังนั้น รัฐบาลไทยจะแก้ไขปัญหาได้ต้องดำเนินการบนมาตรฐาน FLUX ซึ่งทางสภาพยุโรปได้ร่วมมือกับ UN/CEFACT พัฒนามาตรฐานในการแลกเปลี่ยนข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ผ่านเว็บเซอร์วิส ซึ่งเริ่มประกาศ ประชาสัมพันธ์ แนะนำให้หน่วยงานและประเทศต่างๆ รู้จักมาตรฐาน FLUX และมีแผนดำเนินการจัดทำมาตรฐาน FLUX แล้วเสร็จทั้งหมดในปี 2018
ทางออกที่นำเสนอมาอยากเสนอให้รัฐบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้นำไปประกอบการพิจารณาในการแก้ไขปัญหา เพราะที่ผ่านมาหน่วยงานต่างๆ ยังแก้ไขปัญหาแบบที่ตัวเองคิดไม่ได้ แก้ไขปัญหาแบบที่ทางสภาพยุโรปต้องการ ถ้าเราพูดความจริงและเข้าใจแนวทางในการเจรจาร่วมแก้ปัญหา เพราะเขาเองก็ยังทำไม่สมบูรณ์จนกว่าปี 2018
สุดท้ายอยากจะขอเตือนหน่วยราชการไทย โดยเฉพาะอย่างยิ่งกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ที่จะต้องติดตามและเข้าร่วมกระบวนการในการกำหนดกฎกติกา ในเรื่องมาตรฐานความปลอดภัยและสุขอนามัยของสินค้าเกษตรและอุตสาหกรรมการเกษตร ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของ e-Crop e-Lab e-certificate Blue Initiative และ Flux ที่จะต้องมีการจัดทำระบบข้อมูลทั้งหมดให้เป็นข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ ที่จะทำให้กระบวนการในการติดตามตรวจสอบย้อนกลับตั้งแต่ไร่นาจนถึงโต๊ะอาหารเป็นไปตามมาตรฐานสากล
เพราะเรื่องไอยูยูเป็นบทเรียนที่สำคัญที่เรามานั่งแก้ไขปัญหาที่ปลายทางแทนที่จะเข้าร่วมในการกำหนดกฎกติกาตั้งแต่ต้นทาง ผลกระทบความเสียหายก็รุนแรงมากพอแล้ว แต่เมื่อเทียบกับเรื่องสินค้าเกษตรและอุตสาหกรรมการเกษตรจะรุนแรงมากกว่าเพราะจะมีผลกระทบกับพี่น้องเกษตรกรทั้งประเทศ
รัฐบาลจะต้องกำชับสั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องต้องมอบหมายให้คนที่มีความรู้ความสามารถ รู้เรื่องที่ไปประชุมและมีทักษะภาษาต่างประเทศดี ไปร่วมประชุมในเวทีระหว่างประเทศทุกเวทีที่เกี่ยวข้อง ไม่ใช่ส่งคนไปเที่ยวบางครั้งเป็นหลายสิบเป็นร้อยคนก็มี เพื่อเป็นรางวัลแล้วไม่เคยเข้าประชุมเลยเหมือนอย่างที่ผ่านมา







