posttoday
ผิดต้องปิด

ผิดต้องปิด

12 พฤษภาคม 2559

มติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 10 พ.ค.ที่ผ่านมา รับทราบการยุติใบอนุญาตอาชญาบัตรพิเศษสำรวจแร่ทองคำ ประทานบัตรทำเหมืองแร่ทองคำ และคำขอต่ออายุประทานบัตรของเหมืองแร่ทั่วประเทศ ตามที่ 4 กระทรวง คือ กระทรวงอุตสาหกรรม กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กระทรวงสาธารณสุข และกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีเป็นผู้เสนอ เนื่องจากการทำเหมืองแร่ทองคำไม่คุ้มค่ากับผลกระทบทางสังคม

มติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 10 พ.ค.ที่ผ่านมา รับทราบการยุติใบอนุญาตอาชญาบัตรพิเศษสำรวจแร่ทองคำ ประทานบัตรทำเหมืองแร่ทองคำ และคำขอต่ออายุประทานบัตรของเหมืองแร่ทั่วประเทศ ตามที่ 4 กระทรวง คือ กระทรวงอุตสาหกรรม กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กระทรวงสาธารณสุข และกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีเป็นผู้เสนอ เนื่องจากการทำเหมืองแร่ทองคำไม่คุ้มค่ากับผลกระทบทางสังคม

เรื่องนี้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้สั่งการให้ภายในสิ้นปี 2559 จะต้องไม่มีการทำเหมืองแร่ทองคำอีกต่อไป โดยภายในปลายเดือน ธ.ค.นี้ จะต้องไม่มีเหมืองแร่ไปจนกว่าจะมีความชัดเจน

ขณะที่กระทรวงอุตสาหกรรมบอกว่า แม้ยังไม่ได้ข้อสรุปชัดเจนว่าผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมและสุขภาพของประชาชนเกิดจากกิจการเหมืองทองคำของ บริษัท อัครา รีซอร์สเซส หรือไม่ แต่สิ่งที่เกิดขึ้นไม่คุ้มค่ากับผลกระทบทางสังคม และหากเอกชนจะฟ้องร้อง ทางรัฐบาลก็จะสู้ในชั้นศาล โดยบริษัท อัคราฯ เจ้าของสัมปทานเหมืองแร่ทองคำชาตรี และใบอนุญาตประกอบโรงโลหกรรมที่จะหมดอายุวันที่ 13 พ.ค.นั้น ที่ประชุม ครม.เห็นควรให้ต่อใบอนุญาตไปจนถึงสิ้นปี 2559 เพื่อให้นำแร่ที่เหลืออยู่ไปใช้ประโยชน์ได้ พร้อมทั้งให้บริษัทเร่งปิดเหมือง ฟื้นฟูพื้นที่และเยียวยาพนักงาน

กล่าวโดยภาพรวมคือ หลังจากสิ้นปี 2559 นี้ จะไม่มีการทำเหมืองทองในประเทศไทย ซึ่งการที่รัฐบาลเลือกจังหวะจะต่อใบอนุญาตประกอบโรงโลหกรรม หรือโรงถลุงและหลอมแร่ เพื่อทำแร่ให้เป็นโลหะ ของบริษัท อัคราฯ ที่จะหมดอายุวันที่ 13 พ.ค.นี้ เป็นจังหวะเลิกนับว่าเหมาะสม เพราะเป็นที่ทราบกันว่าการประกอบกิจการเหมืองแร่ทองคำ มีการร้องเรียนเรื่องสร้างผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมมาต่อเนื่อง โดยเฉพาะชุมชนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่นั้น

รวมทั้งจากการลงพื้นที่ของหลายหน่วยงานก็ตรวจพบว่าสิ่งแวดล้อมและชาวบ้านต่างได้รับผลกระทบจากมลพิษ สารโลหะหนักต่างๆ ผสมลงไปในอากาศ ดิน น้ำ ผลผลิตการเกษตร และเลือดของชาวบ้านเพิ่มสูงขึ้นกว่ามาตรฐานในสารหลายประเภท แม้ปัจจุบันจะยังพิสูจน์ว่าสารโลหะหนักหรือสารต่างๆ เพิ่มขึ้นจากธรรมชาติ หรือการทำเหมืองทอง แต่รัฐบาลเลือกที่จะรักษาชีวิตและสิ่งแวดล้อมที่เมื่อเสื่อมโทรมจากมลพิษแล้วอาจต้องใช้เวลา งบประมาณจำนวนมากกว่าจะฟื้นคืนกลับมาได้ หรือบางกรณีอาจไม่สามารถฟื้นคืนกลับมาได้เลย

จึงอยากให้รัฐบาลใช้หลักในการพิจารณาจัดการการลงทุนในรูปแบบต่างๆ ที่จะเกิดขึ้นในอนาคต และอุตสาหกรรมที่ดำเนินการไปแล้ว แต่สร้างผลเสียหายต่อสิ่งแวดล้อมแก่ประชาชนในพื้นที่ ควรไม่ให้อนุญาตหรือไม่ต่อใบอนุญาต หากยังแก้ปัญหาผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมไม่ได้ ไม่ควรปล่อยให้เกิดปัญหายาวนานจนกว่าจะพิสูจน์ทราบได้ ก็อาจจะสายเกินฟื้นฟูธรรมชาติ ช่วยเหลือชีวิตคนให้กลับมาได้ อย่างกรณีของเหมืองแร่ตะกั่วในลำห้วยคลิตี้ และเชื่อว่านักลงทุนที่ดีก็พร้อมจะปฏิบัติตามข้อบังคับมาตรฐานควบคุมมลพิษต่างๆ

อย่างไรก็ตาม ในส่วนของรัฐบาลการอธิบายให้เหตุผลในการไม่ต่อใบอนุญาต น่าจะให้ดูมีน้ำหนักเป็นเหตุเป็นผลมากกว่านี้ การชี้แจงแบบหวังความนิยมมากไป อย่างเช่น แม้ยังไม่ได้ข้อสรุปชัดเจนว่าผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมและสุขภาพของประชาชนเกิดจากกิจการเหมืองทองคำหรือไม่ แต่สิ่งที่เกิดขึ้นไม่คุ้มค่ากับผลกระทบทางสังคม และหากเอกชนจะฟ้องร้อง ทางรัฐบาลก็จะสู้ในชั้นศาล คำชี้แจงดังกล่าวคิดว่าน่าจะเขย่าความเชื่อมั่นลงทุน ที่รัฐบาลกำลังต้องการภาคเอกชนให้ลงทุนได้ กรณีนี้รัฐอาจอธิบายให้เห็นว่า หากพิสูจน์ได้ว่าไม่สร้างผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและสุขภาพ ก็สามารถกลับมาดำเนินการได้ แบบบัวไม่ให้ช้ำน้ำไม่ให้ขุ่นก็น่าจะดี เมื่อรัฐบาลทำดีแล้วก็ควรจะทำให้สุด

ข่าวล่าสุด

การบินไทย ออกมาตรการเยียวยาผู้โดยสาร กระเป๋าตกค้าง ยกเลิกเที่ยวบิน ช่วงน้ำท่วม

การบินไทย ออกมาตรการเยียวยาผู้โดยสาร กระเป๋าตกค้าง ยกเลิกเที่ยวบิน ช่วงน้ำท่วม