posttoday
จี้รัฐบาลเร่งเอาผิด 2บริษัทยักษ์ใหญ่

จี้รัฐบาลเร่งเอาผิด 2บริษัทยักษ์ใหญ่

12 พฤษภาคม 2559

สปท.จี้รัฐบาลเรียกทรัพย์สินคืนแผ่นดิน 2 แสนล้าน เหตุเอไอเอส-คิงเพาเวอร์ทำผิดกฎหมาย

สปท.จี้รัฐบาลเรียกทรัพย์สินคืนแผ่นดิน 2 แสนล้าน เหตุเอไอเอส-คิงเพาเวอร์ทำผิดกฎหมาย

นายชาญชัย อิสระเสนารักษ์ ในฐานะรองประธานคณะอนุกรรมาธิการ (กมธ.) ศึกษาเสนอแนะมาตรการและกลไกในการปราบปรามทุจริตและประพฤติมิชอบ สภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ (สปท.) แถลงว่า ขอเสนอให้รัฐบาลเร่งดำเนินการเรียกทรัพย์สินคืนแก่แผ่นดินจากสองกรณี คือ กรณีบริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส หรือเอไอเอส ได้รับประโยชน์จากการแก้ไขสัญญาโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย และบริษัท ท่าอากาศยานไทย (ทอท.) ร่วมกับบริษัท คิงเพาเวอร์ ดิวตี้ฟรี และบริษัท คิงเพาเวอร์ สุวรรณภูมิ กระทำผิดสัญญาการให้เอกชนเข้าร่วมงาน ซึ่งมีมูลค่าความเสียหายรวมมากกว่า 2 แสนล้านบาท

นายชาญชัย กล่าวว่า สำหรับกรณีของบริษัท เอไอเอส นั้น เป็นผลสืบเนื่องมาจากการที่ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแห่งทางการเมืองมีคำพิพากษายึดทรัพย์นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ซึ่งในคำพิพากษาระบุว่าบริษัท เอไอเอสได้รับประโยชน์จากการแก้ไขสัญญาโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย จากการให้เอกชนร่วมงานหรือดำเนินกิจการของรัฐ ทำให้ไม่ต้องจ่ายค่าสัมปทานแก่บริษัท ทีโอที เป็นเงิน 88,359 ล้านบาท รวมทั้งมีการแก้ไขเพิ่มเติม พ.ร.บ.ภาษีสรรพสามิต พ.ศ. 2527 โดยหักเงินจากการจ่ายค่าสัมปทานไปจ่ายเป็นค่าภาษีอีกจำนวน 36,861 ล้านบาท ซึ่งเป็นเงินที่ควรต้องตกเป็นของแผ่นดินรวมทั้งสิ้น 125,220 ล้านบาท

ขณะเดียวกันยังมีเรื่องของบริษัท ทอท. บริษัท คิงเพาเวอร์ ดิวตี้ฟรี และบริษัท คิงเพาเวอร์ สุวรรณภูมิ เป็นการกระทำผิดสัญญาการให้เอกชนเข้าร่วมงานตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยการให้เอกชนเข้าร่วมงานหรือดำเนินการในกิจการของรัฐ พ.ศ. 2535 โดยมีหลักฐานการให้ข้อมูลต่อศาลของบริษัท คิงเพาเวอร์ ที่ยอมรับว่ามีการลงทุนประมาณ 1,700 ล้านบาท ซึ่งโดยเงื่อนไขกฎหมายนั้น หากมีการลงทุนเกิน 1,000 ล้านบาท จะต้องดำเนินการตาม พ.ร.บ.ดังกล่าว มิฉะนั้นจะถือว่าสัญญานั้นเป็นโมฆะ แต่กลับต่อสัญญากันอีกสองครั้ง

ทั้งนี้ ตลอดระยะสัญญาสัมปทาน 9 ปี พบว่ามีการขายสินค้านอกสนามบิน เป็นมูลค่าร่วมกว่าแสนล้านบาท และหลบเลี่ยงการส่งผลประโยชน์เข้ารัฐประมาณ 2.1 หมื่นล้านบาท ดังนั้น การที่นายนิตินัย ศิริสมรรถการ ผู้อำนวยการใหญ่ ทอท. อ้างว่าการที่สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดินพบว่าไม่มีการติดตั้งเครื่องตรวจสอบระบบ (POS) เพื่อตรวจสอบบัญชีการขายและสต๊อกสินค้าคงคลังไม่ได้เกิดความเสียหายนั้นเท่ากับเป็นการทำผิดกฎหมาย

นายชาญชัย กล่าวว่า อยากให้รัฐบาลใช้มาตรการทางกฎหมายเรียกทรัพย์คืนให้กับคนไทย ซึ่งเป็นการดำเนินการที่ชอบธรรมเพราะเป็นไปตามคำตัดสินของศาล ซึ่งทางคณะอนุ กมธ.ฯ จะเสนอผลการศึกษาทั้งสองเรื่องต่อที่ประชุมใหญ่ของคณะ กมธ.วิสามัญขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศด้านการป้องกันและปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบของ สปท.เพื่อส่งเรื่องให้คณะรัฐมนตรีดำเนินการต่อไป

ข่าวล่าสุด

ปภ. รายงานน้ำท่วมใน 20 จังหวัด- กทม.  เร่งช่วยเหลือฟื้นฟูพื้นที่

ปภ. รายงานน้ำท่วมใน 20 จังหวัด- กทม. เร่งช่วยเหลือฟื้นฟูพื้นที่