เจ้าของพ่อพันธุ์ช้างแฝด โต้ไม่คิดแย้งลูกช้าง
นายกสมาคมช้างไทย เจ้าของ “พลายภัสดิน” พ่อพันธุ์ช้างแฝด โต้ ไม่ได้แย้งลูกช้าง
นายกสมาคมช้างไทย เจ้าของ “พลายภัสดิน” พ่อพันธุ์ช้างแฝด โต้ ไม่ได้แย้งลูกช้าง
นายไชยพงษ์ แสนดี นายกสมาคมช้างไทยและเจ้าของปางช้างไทรโยค หมู่ 3 ต.ลุ่มสุ่ม อ.ไทรโยค จ.กาญจนบุรี เจ้าของช้างพลายภัสดิน อายุ 25 ปี พ่อพันธุ์ภัสดิน กล่าวถึงกรณีที่ นายประไพ โมกหอม อายุ 41 ปี อยู่บ้านเลขที่ 152 บ้านท่าลาด ต.ศรีณรงค์ อ.ชุมพลบุรี จ.สุรินทร์ ผู้เป็นเจ้าของพลายทองคำและพลายทองแท่ง ลูกช้างพลายแฝดคู่แรกของโลก ได้ออกมามาให้สัมภาษณ์ว่า ขอสิทธิ์ลูกช้างแฝดเชือกใดเชือดหนึ่งเพื่อนำไปเลี้ยงที่จ.กาญจนบุรี นั้นไม่มีความคิดพรากลูกช้างแฝดตามที่นายประไพกล่าวหาแต่อย่างใด
ทั้งนี้ภายใต้ข้อตกของการนำพ่อพันธุ์ไปผสมพันธุ์คือ หากลูกช้างตกลูกออกมาเป็นช้างพัง จะต้องชำระค่าพ่อพันธุ์ จำนวน 50,000 บาท แต่หากตกลูกเป็นช้างพลาย จะต้องชำระค่าพ่อพันธุ์ จำนวน 40,000 บาท โดยมีเงื่อนไขว่าภายใน 5 เดือน ลูกช้างที่ตกออกมาจะต้องมีชีวิตรอด และหลังจากนั้นเจ้าของช้างจะต้องชำระเงินค่าพ่อพันธุ์ แต่จนถึงปัจจุบัน นายประไพ ยังไม่ยอมชำระเงินค่าพ่อพันธุ์แต่อย่างใด จึงได้ทำหนังสือทวงถาม
ที่ผ่านมาไม่เคยพบกรณีที่นำพ่อพันธุ์ไปผสมพันธุ์แล้วได้ช้างแฝด แต่ครั้งนี้เป็นครั้งแรก ดังนั้นลูกช้างที่คลอดออกเชือกแรกก็เป็นสิทธิ์อันชอบธรรมของเจ้าของช้าง แต่ลูกช้างที่คลอดออกมาเป็นเชือกที่สอง เจ้าของช้างควรที่จะให้ความเป็นธรรมด้วยการพิจารณาผลประโยชน์ในส่วนนี้เท่านั้น แต่ไม่ได้เป็นการไปแย้งลูกช้างตามที่ นายประไพ ออกมากล่าวอ้าง เพราะทราบดีว่า หากแยกลูกช้างออกมา ลูกช้างดังกล่าวก็จะไม่ใช่ช้างแฝดทันที
นายไชยพงษ์ กล่าวอีกว่า หากนายประไพ ไม่พิจารณาผลประโยชน์ใดๆ ในส่วนนี้ เขาก็ขอเรียกร้องแค่ให้ ช้างพลายภัสดิน ซึ่งเป็นพ่อพันธุ์ ได้มีส่วนร่วมในการถวาย พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ เนื่องจากเป็นลูกช้างแฝดเพศเดียวกันคู่แรกของโลก รวมทั้งกิจกรรมต่างๆ ด้วย เพื่อแสดงให้เห็นว่าเป็นครอบครัวของช้างพลายแฝดคู่แรกของโลกเท่านั้น
นอกจากนี้ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่ผ่านมา ช้างพลายภัสดิน ได้ผสมพันธุ์กับช้างพังที่อยู่ในปางช้างไทรโยค จนได้ลูกช้างถึง 25 เชือก มาแล้ว โดยในปีนี้ปีเดียวได้ลูกช้างถึง 4 เชือกด้วยกัน จึงถือได้ว่า ช้างพลายภัสดิน เป็นพ่อพันธุ์ที่ดีที่สุดในประเทศไทย ในขณะนี้


