
เอสแอนด์พีมองไทยไม่ดีขึ้น
เอสแอนด์พีประเมิน 2 ปีรัฐประหาร ยังมีความไม่แน่นอนทางการเมือง และมองไม่เห็นอนาคตของประเทศไทย
เอสแอนด์พีประเมิน 2 ปีรัฐประหาร ยังมีความไม่แน่นอนทางการเมือง และมองไม่เห็นอนาคตของประเทศไทย
สถาบันจัดอันดับเครดิตชั้นนำของโลก สแตนดาร์ด แอนด์ พัวร์ (เอสแอนด์พี) ประเมินบรรยากาศด้านนโยบายในประเทศไทยยังไม่ดีขึ้นในอนาคตอันใกล้นี้ เช่นเดียวกับความไม่แน่นอนอย่างมากทางการเมือง โดยครบรอบ 2 ปีหลังรัฐประหารเดือน พ.ค. 2557 รัฐบาลทหารยังไม่สามารถสร้างความเชื่อมั่นว่าจะปฏิรูปประเทศไปในทิศทางใด โดยมีความพยายามที่จะยืดอายุการเลือกตั้งออกไปจากที่เคยกำหนดไว้กลางปี 2560
อย่างไรก็ตาม ในที่สุดรัฐบาลปัจจุบันได้ผลักดันให้มีการพัฒนาร่างรัฐธรรมนูญใหม่ที่จะนำไปสู่ความไม่แน่นอนในการเลือกตั้งรัฐบาลและทำให้ประชาธิปไตยอ่อนแอ โดย 5 ปีแรกหลังการเลือกตั้งครั้งหน้า ทหารภายใต้คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) จะสามารถเป็นสมาชิกของรัฐสภาทั้งหมด ร่างรัฐธรรมนูญฉบับดังกล่าวยังกำหนดให้นายกรัฐมนตรีไม่จำเป็นต้องมาจากการเลือกตั้ง ที่ส่งผลให้นักการเมืองคัดค้านร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้ ที่จะมีการลงประชามติวันที่ 7 ส.ค.นี้ ในขณะที่ทหารได้ปกป้องร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้
ทั้งนี้ หากการประชามติมีการปฏิเสธร่างรัฐธรรมนูญ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี สัญญาว่าจะชะลอการเลือกตั้งครั้งใหม่เพื่อร่างรัฐธรรมนูญใหม่ จนกว่าจะชัดเจนในกลางเดือน เม.ย. 2560 อย่างเร็วที่สุดคาดว่ากระบวนการเลือกตั้งจะอยู่ภายใต้รัฐธรรมนูญเดิม ที่จะทำให้เศรษฐกิจไทยยังอ่อนแออย่างที่เป็นมาตั้งแต่มีการรัฐประหาร
นายกรัฐมนตรียังคงรักษาสัญญาที่จะเดินหน้าให้มีการเลือกตั้งมากกว่าความคาดหวังที่จะเห็นเศรษฐกิจเติบโต ไม่มีการรับประกันว่าเขาจะเขียนรัฐธรรมนูญให้เป็นที่ยอมรับของนักการเมือง ส่งผลให้ความขัดแย้งทางการเมืองยังดำเนินต่อไป
แม้ว่าเอสแอนด์พีมีความคาดหวังเพียงเล็กน้อยที่จะเห็นการเปลี่ยนแปลงที่ดีขึ้นจากโครงการสาธารณูปโภคและระบบการศึกษา และคงมีเพียงบรรยากาศการลงทุนและความเป็นศูนย์กลางด้านการท่องเที่ยวเท่านั้นที่ทำให้อัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจดีถึง 3% เมื่อสิ้นปี 2558
อย่างไรก็ตาม ความไม่มั่นคงทางการเมืองได้บั่นทอนศักยภาพทางเศรษฐกิจแม้กระทั่งความสามารถในการแข่งขันในการพัฒนาประเทศเมื่อเทียบกับเวียดนามและเมียนมาที่กำลังเปิดประเทศ
ทั้งนี้ แม้ว่าไม่มีเหตุการณ์รุนแรงทางการเมืองเกิดขึ้นแล้วก็ตาม แต่อัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจของไทยยังชะลอตัวและถูกกัดกร่อนจากอำนาจของรัฐในช่วง 2-3 ปีข้างหน้า
นอกจากนี้ ความแข็งแกร่งจากเศรษฐกิจภายในประเทศจะเป็นตัวขับเคลื่อนสำคัญ0ที่จะสร้างความมั่นคงให้กับรัฐบาลในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ท่ามกลางเศรษฐกิจโลกที่ไม่แน่นอนช่วง 2-3 ปีนี้
เอสแอนด์พีให้เครดิตประเทศไทยที่ BBB+แนวโน้มคงที่มาตั้งแต่วันที่ 21 ธ.ค. 2558 เป็นอันดับสามในประเทศภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้รองจากสิงคโปร์ที่ AAA แนวโน้มคงที่และมาเลเซียที่ A-แนวโน้มคงที่ ได้มาตั้งแต่วันที่ 28 มี.ค. 2559 ดีกว่าอันดับสี่ฟิลิปปินส์ที่ BBB แนวโน้มคงที่มาตั้งแต่วันที่ 21 เม.ย. 2559 อันดับห้า อินโดนีเซีย BB+ แนวโน้มเป็นบวก และเวียดนาม BB- แนวโน้มคงที่
“ท่ามกลางความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจโลก การพัฒนาการทางการเมืองเป็นเรื่องที่สำคัญที่สุดที่จะส่งผลต่อแนวโน้มเครดิตประเทศเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ในมาเลเซีย และไทยยังมีความเสี่ยงเรื่องการเมืองที่ไม่มั่นคง ขณะที่ฟิลิปปินส์การเมืองจะมั่นคงขึ้นหลังการเลือกตั้งประธานาธิบดี” เอสแอนด์พีระบุ







