
แนะผู้ประกอบการลุยค้าปลีกซาอุฯ
สถาบันอาหาร แนะลุยซาอุฯ หลังไฟเขียวส่งเสริมนักลงทุนต่างชาติถือหุ้นค้าปลีก 100%
สถาบันอาหาร แนะลุยซาอุฯ หลังไฟเขียวส่งเสริมนักลงทุนต่างชาติถือหุ้นค้าปลีก 100%
นายยงวุฒิ เสาวพฤกษ์ ผู้อำนวยการสถาบันอาหาร เปิดเผยว่า แนวโน้มธุรกิจค้าปลีกอาหารในซาอุดิอาระเบียมีทิศทางที่สดใส โดยองค์กรส่งเสริมการลงทุนแห่งราชอาณาจักรซาอุดิอาระเบียได้ออกกฎระเบียบใหม่ โดยอนุญาตให้นักลงทุนต่างชาติมีกรรมสิทธิ์ 100% ในธุรกิจค้าปลีกและค้าส่งซาอุดิอาระเบีย โดยจะเริ่มใช้ในปี 2559 ซึ่งเป็นการส่งเสริมให้นักลงทุนต่างชาติเข้ามาทำธุรกิจในซาอุดิอาระเบียมากยิ่งขึ้น ซึ่งจะส่งผลดีในหลายด้าน เช่น การปรับโครงสร้างของภาคธุรกิจในซาอุดิอาระเบีย การเพิ่มผลผลิต การเติบโตทางเศรษฐกิจ และการเพิ่มโอกาสในการจ้างงานของคนในซาอุดิอาระเบีย
ปัจจุบันจำนวนไฮเปอร์มาร์เก็ตในซาอุดิอาระเบียยังมีอยู่ที่ประมาณ 220 แห่ง ซูเปอร์มาร์เก็ตมีประมาณ 680 แห่ง ส่วนร้านสะดวกซื้อมีอยู่ประมาณ 3.95 หมื่นแห่ง มีสัดส่วนยอดขายคิดเป็น 22% 23% และ 55% ของยอดขายปลีกอาหารทั้งหมดตามลำดับ
ทั้งนี้ ในปี 2559 คาดการณ์ว่าการบริโภคอาหารในประเทศซาอุดิอาระเบียจะมีมูลค่าอยู่ที่ 1.13 แสนล้านเหรียญสหรัฐ เนื่องจากซาอุดิอาระเบียเป็นประเทศที่มีการบริโภคอาหารมากที่สุดในกลุ่ม 6 ประเทศความร่วมมืออ่าวอาหรับ (ซีจีจี) หรือคิดเป็น 60% ของปริมาณการบริโภคอาหารทั้งหมด สาเหตุหลักมาจากการเติบโตของประชากรในประเทศ โดยมีจำนวนประชากรเกือบ 2 เท่าของสมาชิกที่เหลืออีก 5 ประเทศรวมกัน ทั้งยังเป็นผู้นำเข้าสินค้าอาหารและการเกษตรรายใหญ่ที่สุดในกลุ่ม ประกอบกับการคาดการณ์ว่าซาอุดิอาระเบียจะมีการเติบโตประชากรประมาณ 3% ต่อปี และมีความต้องการการบริโภคสินค้าอาหารที่มีคุณภาพสูงมากขึ้น
“สำหรับผู้ประกอบการไทยที่สนใจนำสินค้าอาหารเข้าสู่ตลาดซาอุดิอาระเบียควรเป็นสินค้าอาหารพร้อมรับประทาน อีกทั้งควรวางจำหน่ายในช่องทางค้าปลีกสมัยใหม่ เพราะเป็นช่องทางหลักที่ผู้โภคในเมืองเลือกซื้อสินค้า ควรตั้งราคาจำหน่ายให้ใกล้เคียงกับประเทศที่ส่งสินค้าไปขายในภูมิภาคนี้ เช่น ไต้หวัน เกาหลีใต้ และสิงคโปร์ เน้นผลิตสินค้าที่ตอบสนองความต้องการของกลุ่มผู้บริโภคที่มีกำลังซื้อและมองหาสินค้าที่มีคุณภาพสูง” นายยงวุฒิ กล่าว
สำหรับภาพรวมระหว่างปี 2557-2562 ปริมาณการบริโภคอาหารในกลุ่มประเทศจีซีซีจะมีอัตราการเติบโตอยู่ที่ 3.5% เนื่องจากมีการขยายตัวของประชากร 2.4% จาก 50 ล้านคน จากในปี 2558 ที่มีประชากร 57.6 ล้านคน และคาดการณ์ว่ารายได้ต่อคนต่อหัวจะเพิ่มขึ้นอีก 2.5% ในปี 2562 ส่งผลต่อพฤติกรรมการเลือกบริโภค โดยจะสนใจซื้ออาหารที่มีราคาสูงเพิ่มมากขึ้น เช่น สินค้าเกษตรอินทรีย์ เนื้อหมัก นมปรุงแต่ง และอาหารพร้อมปรุง ส่วนธัญพืชเป็นหมวดสินค้าอาหารที่มีการบริโภคมากที่สุดในภูมิภาค คาดว่าในปี 2562 จะมีสัดส่วนถึง 46.5% ของปริมาณการบริโภคอาหารทั้งหมด







