posttoday
ยุคแห่งการเปลี่ยนแปลง

ยุคแห่งการเปลี่ยนแปลง

09 พฤษภาคม 2559

โดย...ชลลดา อิงศรีสว่าง

โดย...ชลลดา อิงศรีสว่าง

ระบบเศรษฐกิจไทยเริ่มเข้าสู่ช่วงการเปลี่ยนแปลงที่เห็นได้ชัดอีกช่วงหนึ่ง เป็นยุคแห่งการเปลี่ยนแปลงโดยมีเทคโนโลยีเข้ามาเป็นตัวกำหนด หลังจากโลกมีคอมพิวเตอร์ก็เกิดการเปลี่ยนแปลงขนานใหญ่ จนเมื่อมีโทรศัพท์มือถือและผนึกเทคโนโลยีเข้าด้วยกัน นำทุกอย่างใส่เข้าไปในโทรศัพท์เคลื่อนที่ จนกลายเป็นโลกทั้งโลกเข้ามาอยู่ในมือเรา อยากรู้อยากดูอะไรง่ายแค่ปลายนิ้วกด

หลายทศวรรษที่ทำงานมา เศรษฐกิจไทยปฏิรูปเข้าสู่ระบบสากลไม่แพ้ประเทศอื่น อะไรที่ไม่มีก็มีแล้ว เช่น เครดิตบูโร การบริหารความเสี่ยง การทำแผนฉุกเฉินทางธุรกิจ การเปิดเสรี การปรับประสิทธิภาพเพื่อที่จะลงแข่งขันกับคู่แข่งอื่นๆ ที่ไม่ใช่คนไทยด้วยกันแล้ว แต่ต้องไปแข่งขันกับนักลงทุนทั่วโลก

นักเศรษฐศาสตร์และนักธุรกิจอาวุโสหลายท่านมักจะบอกว่า เศรษฐกิจไทยขับเคลื่อนโดยเอกชน เอกชนไทยเข้มแข็ง ส่วนราชการเป็นกองหนุน คนที่เป็นคนขับเคลื่อนทางภาครัฐคือข้าราชการ ฉะนั้นแม้ประเทศไทยจะมีการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองกี่ครั้งกี่หน ผลกระทบต่อเศรษฐกิจก็มีเพียงช่วงหนึ่ง แต่ประเทศก็ยังเดินหน้าต่อไป เห็นได้จากอัตราการขยายตัวของผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (จีดีพี) ที่ยังโตมากโตน้อยตามสถานการณ์

การเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจที่ดิฉันเห็นว่ากำลังเกิดขึ้น เมื่อไทยก้าวขึ้นเป็นเศรษฐกิจดิจิทัล การทำบัญชีเดียว การใช้ระบบเนชั่นแนลอี-เพย์เมนต์ ฯลฯ เหล่านี้ล้วนแต่เป็นผลดีต่อระบบเศรษฐกิจโดยรวมทั้งสิ้น การจัดการที่เป็นระบบทำให้การตรวจสอบทำได้ง่ายขึ้น การทุจริตคอร์รัปชั่นทำได้ยากขึ้น หรือทำแล้วก็จะจับได้เร็วกว่าเดิม ความเสียหายต่อเศรษฐกิจและสังคมก็จะบรรเทาลง

ทางภาคเอกชนนั้นไม่น่าเป็นห่วงเท่าไหร่ เพราะการปรับตัวหรือการรับมือความผันผวนจะคล่องตัวมากกว่าเอกชน แต่ทางภาคราชการนั้น น่าเป็นห่วงบางหน่วยงานที่มองไปแล้วยังเหมือนหลุดโลก ตามไม่ทันคนอื่น ยังมีแนวคิดแบบเดิมๆ ทำแบบเดิมๆ ทั้งที่บางหน่วยงานเป็นหน่วยงานที่สำคัญมาก เป็นผู้สร้างและกำหนดอนาคตของประเทศเสียด้วยซ้ำ

ส่วนหนึ่งที่ระบบราชการเสียหายนั้น ดิฉันเห็นว่าเป็นเพราะการเมืองทำให้เกิดปัญหาขึ้น โดยเฉพาะระบบการเมืองแบบเก่าๆ แบบเดิมๆ ที่มีการต่อรองกำหนดโควตาเป็นรายกระทรวง บางพรรคการเมืองไม่ต้องการกระทรวงใดเลย นอกจากหน่วยงานที่ตัวเองชื่นชอบ เป็นหน่วยงานที่ถอนทุนคืนได้เร็ว ถึงจะมีการมองว่าเป็นกระทรวงเกรดบี ก็ไม่เป็นไร

บางพรรคการเมืองครองอำนาจในกระทรวงเดียวยาวนานนับ 10 ปี และผลจากการยึดหน่วยงานราชการเป็นฐานสร้างอำนาจและผลประโยชน์ ก็ได้ทำให้โครงสร้างของบางหน่วยงานเสียไปเลย เพราะใช้ระบบอุปถัมภ์มากจนเกินไป ในองค์กรอุดมไปด้วยเด็กเส้น ความสามารถของคนเหมาะกับงานหรือไม่ ไม่ต้องคิด คิดแต่เพียงว่าเป็นคนของใคร และจะทำงานตอบสนองตามใบสั่งให้ได้หรือไม่ ฉะนั้นเมื่อมีแต่ข้าราชการที่วิ่งเต้นเก่งแต่ทำงานไม่เก่ง สุดท้ายองค์กรก็แย่ เวลาเกิดปัญหาวิกฤตที่จะต้องแก้ไขและใช้คนเก่งเข้ามาทำงาน ก็จะไม่มีคนเก่งจริงที่จะแก้ไขปัญหาของชาติได้

ระบบเส้นสาย และระบบอุปถัมภ์ ที่นักการเมืองสร้างขึ้นมา ทำลายคนและบั่นทอนขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศอย่างหนัก เพราะคนเก่งคนดีก็ลาออกไปทำงานกับเอกชนหมด ผลตอบแทนที่ให้ก็ต่ำกว่าเอกชนอยู่แล้ว ระบบการให้คุณให้โทษยังแย่กว่ามาก หากยังไม่เลิกระบบ “ลงโทษคนขยัน ให้รางวัลคนขี้เกียจ” หรือ “คนเก่งอยู่ไปก็เสียคนเลียทำแล้วได้ดี” ก็จะพบกับปัญหาได้บุคลากรชั้น 2 มาทำงานสำคัญให้ประเทศต่อไป

คงไม่ต้องไปลงรายละเอียดว่า ดิฉันเห็นว่ากระทรวงไหนที่โดนครอบครองนานจนโครงสร้างเสียหาย ดิฉันว่าท่านผู้อ่านที่ติดตามข่าวสารบ้านเมืองน่าจะทราบดีว่าเป็นที่ไหน และจนป่านนี้หน่วยงานก็ยังทำงานต้วมเตี้ยมตามโลกไม่ทันอยู่

ในอนาคต ดิฉันคิดว่าระบบและการเปลี่ยนแปลงของโลกเริ่มบังคับให้คนไร้ประสิทธิภาพมีบทบาทน้อยลง หากไม่เก่งจริงคุณก็จะทำงานได้ยาก ตัวอย่างที่ดิฉันพบด้วยตัวเองก็มี ในช่วงหนึ่งที่เคยทำงานอยู่ที่กระทรวงพาณิชย์ มีเรื่องสนุกสนานมันปากข้าราชการที่นั่นมาก เมื่อประกาศรายชื่อทูตพาณิชย์ หรือเลขานุการออกมา ข้าราชการบางคนที่ได้รับการแต่งตั้งเป็นที่ปรึกษา หรือเลขานุการ การพาณิชย์สำนักงานในต่างประเทศ พูดภาษาอังกฤษไม่เก่ง นอกจากแค่สนทนาพื้นๆ เลยไม่ค่อยได้ไปออกงานสังสรรค์กับใครมากนัก วันๆ ก็แปลข่าวจากหนังสือพิมพ์ต่างประเทศ ส่งกลับมาที่กระทรวงเท่านั้น จนน่าสงสัยว่าส่งไปทำไม นอกจากได้เงินค่าตอบแทนสูงกว่าอยู่ในประเทศเท่านั้น

ปัจจุบันและในอนาคต ถ้าจะมาทำงานกันแค่นั้นคงจะไม่ได้แล้ว เพราะข่าวสารทั่วโลกเชื่อมโยงกันหมด เกิดเหตุอะไรนิดเดียวในประเทศไทยก็รู้ หากคนในพื้นที่ไม่รู้ก็ต้องพิจารณาตัวเองได้ การค้า การลงทุน การส่งออก เป็นเรื่องสำคัญต่อระบบเศรษฐกิจ การจะใช้คนที่ความสามารถไม่เหมาะสมกับงานไปทำงานก็จะลดลง หากขึ้นโต๊ะไปเจรจาความกัน เก่งจริงหรือไม่ เห็นกันได้ตรงนั้นเลย

ภาคเอกชนรู้ฤทธิ์ของเรื่องนี้ดี เพราะการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยี ทำให้หลายธุรกิจที่ปรับตัวไม่ทัน หรือปรับตัวไม่ได้ เริ่มล้มหายตายจากไป หากธุรกิจหลายอุตสาหกรรมมีแรงกดดันท้าทายอยู่เสมอ ในขณะที่ภาคราชการยังมีน้อยกว่ามาก แต่ก็ไม่ใช่ว่าจะไม่มี

ส่วนภาคการเมืองเองก็โดนการเปลี่ยนแปลงกดดันเช่นกัน นักการเมืองที่คิดแบบเก่าก็จะอยู่ไม่ได้อีกแล้ว เป็นช่วงแห่งการเปลี่ยนแปลงอย่างแท้จริง

โลกอนาคตเป็นโลกแห่งการแข่งขัน การมีประสิทธิภาพ ซึ่งทุกคนจะต้องปรับตัวเพื่อความอยู่รอด ซึ่งอันนี้เป็นเรื่องที่ระบบกำจัดจุดอ่อนเอง ใครไร้ประสิทธิภาพสุดท้ายก็จะอยู่ไม่ได้

หลายท่านคงคิดว่าสิ่งที่ดิฉันคิดคงจะอีกนานถึงจะเกิดขึ้นได้ แต่ดิฉันคิดว่าคงไม่นาน เพราะปัจจุบันนี้ก็เริ่มเห็นการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นแล้ว ใครตามไม่ทันก็ตกรถทันทีค่ะ

ข่าวล่าสุด

ถ่ายทอดสด นิวคาสเซิ่ล พบ แอสตัน วิลล่า พรีเมียร์ลีก วันนี้ 16 ต.ค.69

ถ่ายทอดสด นิวคาสเซิ่ล พบ แอสตัน วิลล่า พรีเมียร์ลีก วันนี้ 16 ต.ค.69