posttoday
วันแม่หมุนหมื่นล.

วันแม่หมุนหมื่นล.

06 สิงหาคม 2553

เพิ่ม4%แต่น้อยกว่าจีดีพีโต

นิยมพาแม่เที่ยวให้เงินทองโพสต์ทูเดย์ — คาดวันแม่ปีนี้ใช้จ่าย 9,509 ล้าน ส่วนใหญ่พาแม่ทำบุญ ของขวัญฮิตเงินสดทอง รวมหยุด 4 วันสะพัด 1.42 หมื่นล้าน

นางเสาวณีย์ ไทยรุ่งโรจน์ รองอธิการบดีฝ่ายวิชาการ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย เผยผลสำรวจ “ทัศนคติและพฤติกรรมของประชาชนเกี่ยวกับวันแม่” จากการสำรวจประชาชน 1,055 ตัวอย่าง วันที่ 30 ก.ค.2 ส.ค. 2553 ว่า การใช้จ่ายในช่วงเทศกาลวันแม่ (12 ส.ค.) ปีนี้ คาดมีเงินสะพัด 9,509 ล้านบาท เพิ่มจากปีก่อน 4% รวมวันหยุด 4 วัน เงินใช้จ่าย 1.42 หมื่นล้านบาท เพิ่ม 56% เฉลี่ยใช้จ่ายคนละ 3,158 บาท

สำหรับแผนทำกิจกรรมช่วงวันแม่ กลุ่มตัวอย่าง 28% จะพาแม่ไปทำบุญ 12.7% ทำอาหารรับประทานที่บ้าน 9.7% ซื้อมารับประทานที่บ้าน 9.6% พาแม่ไปรับประทานอาหารนอกบ้าน ส่วนค่าใช้จ่ายทำกิจกรรมต่างๆ 50.2% ตอบว่าไม่เปลี่ยนแปลง 35.5% เพิ่มขึ้น และ 14.3% ลดลง โดยกิจกรรมที่ใช้จ่ายเพิ่มขึ้น ได้แก่ พาแม่ไปเที่ยวต่างจังหวัด (ค้างคืน) เฉลี่ย 4,456 บาท เพิ่ม 10.7% พาครอบครัวไปรับประทานอาหาร เฉลี่ย 1,060 บาท เพิ่ม 8.4%

ขณะที่ของขวัญยอดนิยมจะซื้อให้แม่ ได้แก่ 25.5% จะให้เงินสดหรือทอง วงเงิน 2,317 บาท 23.1% ให้ดอกไม้ พวงมาลัย งบ 176 บาท 22.7% ซื้อเครื่องดื่มบำรุงร่างกายงบ 705 บาท และ 11.8% ซื้อเวชภัณฑ์ งบ 723 บาท

นอกจากนี้ เมื่อถามว่าจะไปพบแม่ในวันแม่หรือไม่ 55.3% ตอบว่าไป ส่วนอีก 44.7% ไม่ไป เนื่องจาก 47.7% จะรอกลับช่วงเทศกาลปีใหม่ 19.4% มีวันหยุดน้อย 17.4% ค่าเดินทางแพง 15.5% ระยะทางไกลไม่สามารถเดินทางไปได้ ซึ่งเมื่อไม่เดินทางไปหาแล้วก็จะโทรศัพย์ไปพูดคุย 51% ส่งสิ่งของให้แม่ทางไปรษณีย์ 47.7% และอื่นๆ อีก 1.3%

ทั้งนี้ เมื่อถามถึงทัศนะต่อภาวะเศรษฐกิจไทยในปัจจุบันส่วนใหญ่ 61.2% บอกว่าเศรษฐกิจกำลังจะดีขึ้น 29.7% ยังไม่ดีและยังไม่ฟื้น 9.1% ดีขึ้นและฟื้นแล้ว โดยกลุ่มที่ตอบว่าเศรษฐกิจยังไม่ดีขึ้น ส่วนใหญ่ให้เหตุผลว่า เงินหายากขึ้น 35.2% คนออกไปจับจ่ายใช้สอยลดลง 32.9% งานหายากขึ้น 15.9% ส่วนกลุ่มตัวอย่างที่ตอบว่าเศรษฐกิจฟื้นตัวแล้ว ส่วนใหญ่ให้เหตุผลว่า คนออกไปจับจ่ายใช้สอยเพิ่มขึ้น 32.6% เงินไม่ขาดมือ 23.6% และดอกเบี้ยเงินฝากเพิ่มขึ้น 18%

นายธนวรรธน์ พลวิชัย ผู้อำนวยการศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย กล่าวว่า

ด้านการขยายตัวการใช้จ่ายประชาชนในวันแม่ (เฉพาะ 12 ส.ค.) ที่เพิ่ม 4% แม้จะอยู่ในระดับที่คาดไว้ แต่จากเศรษฐกิจปีนี้ที่จะโต 67% การใช้จ่ายวันแม่จึงควรเพิ่มมากกว่านี้หรือขยายตัวระดับ 56% ซึ่งชี้ให้เห็นว่าแม้เศรษฐกิจจะดีขึ้นแต่ยังเป็นแบบกระจุกตัว เพราะการฟื้นตัวเศรษฐกิจมาจากการส่งออกเป็นส่วนใหญ่ ทำให้ประชาชนยังไม่ได้รับประโยชน์จากเศรษฐกิจที่ดีขึ้นจึงยังระมัดระวังการใช้จ่ายต่อไป

อย่างไรก็ตาม เพื่อให้การฟื้นตัวทางเศรษฐกิจเข้าถึงประชาชนในวงกว้าง รัฐบาลต้องเร่งการใช้จ่ายงบประมาณจากโครงการไทยเข้มแข็งให้เม็ดเงินลงสู่ระบบเป็นไปตามกำหนดเวลา และเชื่อว่าจากนี้ราคาพืชผลทางการเกษตรจะทำให้เม็ดเงินกระจายตัวได้มากขึ้น ส่วนการดำเนินการเพื่อให้เศรษฐกิจฟื้นตัวอย่างเข้มแข็งและยั่งยืนคือการ ดูแลเสถียรภาพทางการเมือง การโรดโชว์เพื่อดึงการท่องเที่ยวกลับมาและการคลี่คลายปัญหามาบตาพุดซึ่งปัญหานี้ต้องแก้ไขให้ได้หากไม่สามารถทำได้จะทำให้ภาคการลงทุนในปีหน้าขาดความชัดเจนทันที

ข่าวล่าสุด

สันติธารชู 3 แผนสร้างเสถียภาพพลังงาน ชงอาเซียนผนึกทุนสู้โลกร้อน

สันติธารชู 3 แผนสร้างเสถียภาพพลังงาน ชงอาเซียนผนึกทุนสู้โลกร้อน