
สรรหาแบบ Proactive (1)
จากที่แรงงานในประเทศของเราขาดแคลน โดยเฉพาะภาคอุตสาหกรรมที่ต้องใช้แรงงานแทนเครื่องจักร
โดย...ดร.กฤติน กุลเพ็ง
จากที่แรงงานในประเทศของเราขาดแคลน โดยเฉพาะภาคอุตสาหกรรมที่ต้องใช้แรงงานแทนเครื่องจักร เพราะต้องอาศัยความละเอียด รอบคอบ และความชำนาญพิเศษ ที่เครื่องจักรไม่สามารถทำได้ จำเป็นต้องอาศัยแรงงานคน เช่น ธุรกิจด้านการบริการลูกค้า ธุรกิจด้านอาหาร ธุรกิจด้านการท่องเที่ยวและบริการ ธุรกิจด้านสุขภาพ
กระบวนการสรรหาคนเข้าสู่องค์กรในยุคปัจจุบัน จึงเป็นปัญหาหลักและเป็นปัญหาใหญ่มากสำหรับผู้บริหารองค์กร เพราะว่าผู้เขียนได้มีโอกาสได้เข้าไปบรรยายในบริษัทที่เป็นธุรกิจ ขนาดเล็ก ขนาดกลาง และขนาดใหญ่ มักจะพูดกันเป็นเสียงเดียวว่า หาคนมาสมัครงานก็ยาก มาทำงานแล้วก็ทำงานไม่ค่อยทน และเมื่อเข้ามาทำงานแล้วก็ไม่ค่อยเต็มที่ให้กับองค์กร ถึงเวลาแล้วที่นักบริหารงานบุคคลควรจะมีการทบทวนระบบการสรรหาเสียใหม่ โดยเริ่มจาก
1.การวิเคราะห์ดูว่าตำแหน่งงานไหนบ้างที่ต้องใช้ระยะเวลานานหรือหายากในตลาดแรงงาน ในการสรรหา ตำแหน่งไหนบ้างที่หายาก ควรจะนำมาจัดทำแผนการสรรหาเชิงรุก เช่น การลดเวลาในการสรรหาโดยการสรรหาและคัดเลือกบุคลากรไว้ล่วงหน้า
2.องค์กรจัดตั้งโรงเรียนหรือสถาบันการศึกษาเป็นของตัวเองเพื่อผลิตคนที่มีความรู้และทักษะเฉพาะ เพื่อไม่ให้เกิดการขาดแคลนแรงงานที่มีผลกระทบต่อบริษัทและกระบวนการผลิต เช่น บริษัท เจริญโภคภัณฑ์ ที่รับมาเป็นนักศึกษาและทำงานไปด้วย
3.การให้ทุนนักเรียนนักศึกษาและให้ทำงานพร้อมๆ ไปกับการเรียน การสร้างระบบในลักษณะนี้ ก็จะเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้แก้ไขปัญหา การขาดแคลนแรงงานในระดับหนึ่งได้ และจะเกิดแรงจูงใจในการทำงานให้กับองค์กร เกิดความทุ่มเท พิทักษ์ผลประโยชน์ให้กับบริษัท
4.การพัฒนาทักษะความสามารถของพนักงานให้มีความพร้อมอยู่ตลอดเวลา เพราะว่าทักษะความเชี่ยวชาญในงาน จะเพิ่มปีละ 3% บริษัทและองค์กรต่างๆ จึงควรมุ่งเน้นใส่ใจ พัฒนา ความรู้ ความสามารถพนักงาน ให้มีทักษะที่เพิ่มขึ้น เพื่อเพิ่มความเชี่ยวชาญในการปฏิบัติงาน ซึ่งจะทำให้องค์กรประหยัดค่าใช้จ่าย ด้านอัตรากำลังได้ในระดับหนึ่ง
5.การช่วยเหลือสังคมและชุมชนบริเวณรอบบริษัท ให้ชุมชนได้รู้จักองค์กร และสินค้า ก็จะเป็นอีกแนวทางหนึ่งที่จะทำให้ ชุมชนในละแวกบริษัท เกิดความศรัทธาและนับถือ ส่งลูกหลาน เข้ามาทำงานในองค์กร โดยทำให้เกิดความผูกพันระหว่างองค์กรและชุมชน กระบวนการสรรหาคนก็ไม่ต้องเดินทางไปไกล สามารถใช้แรงงานจากชุมชนที่ใกล้บริเวณบริษัท ส่งผลดีตามมาก็คือ บริษัทไม่มีค่าใช้จ่ายในการจัดสถานที่พัก สะดวกในการเดินทางมาปฏิบัติงาน
ตัวอย่าง บริษัท ปูนซิเมนต์ไทย ได้เข้าไปมีส่วนช่วยเหลือชุมชนใกล้เคียงกับโรงงาน โดยการบริจาคปูนให้กับชุมชน ซึ่งทำให้ชุมชนมีสภาพความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น มีถนนคอนกรีตเข้าถึงทุกหมู่บ้าน และการชำรุดเสียหายค่อนข้างมีน้อย ทำให้ทุกชุมชนเกิดความศรัทธา และเชื่อมั่นว่าบริษัทได้ช่วยเหลือ เป็นผู้มีบุญคุณกับชุมชน
นอกจากนั้น ก็ยังให้ความรู้แก่ชุมชนให้มีรายได้เลี้ยงตัวเอง เช่น จัดหาอาจารย์มาสอนชาวบ้าน ให้มีความรู้เกี่ยวกับการทำสมุนไพรจากพืชผักสวนครัวของชาวบ้าน การทำขนมไทย การปั้นโอ่ง เป็นต้น สิ่งที่บริษัทได้ลงทุนไป ในระยะยาวสิ่งที่ได้รับตามมาก็คือ ชุมชนได้ส่งลูกหลานเข้ามาทำงานที่บริษัท โดยไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายในการประชาสัมพันธ์ใน Internet หรือตามหน้าหนังสือพิมพ์
(อ่านต่อสัปดาห์หน้า)







