
ลดแรงต้านเก็บภาษีที่ดิน
หนึ่งในกฎหมายที่รัฐบาลนี้มีเจตนารมณ์จะให้เป็นกฎหมายเพื่อลดความเหลื่อมล้ำของสังคมระหว่างคนรวยและคนจน คือ ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง ซึ่งได้คิดจะเก็บภาษีเศรษฐีที่ดินที่มีทรัพย์สินเป็นที่ดินเก็บไว้มากมาย แต่ทิ้งรกร้างว่างเปล่าไม่ได้ทำอะไรให้ก่อประโยชน์ต่อเศรษฐกิจ ในขณะที่คนจนไม่มีที่ดินแม้กระทั่งจะอยู่อาศัย
หนึ่งในกฎหมายที่รัฐบาลนี้มีเจตนารมณ์จะให้เป็นกฎหมายเพื่อลดความเหลื่อมล้ำของสังคมระหว่างคนรวยและคนจน คือ ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง ซึ่งได้คิดจะเก็บภาษีเศรษฐีที่ดินที่มีทรัพย์สินเป็นที่ดินเก็บไว้มากมาย แต่ทิ้งรกร้างว่างเปล่าไม่ได้ทำอะไรให้ก่อประโยชน์ต่อเศรษฐกิจ ในขณะที่คนจนไม่มีที่ดินแม้กระทั่งจะอยู่อาศัย
ขณะนี้ไทยใช้ภาษีโรงเรือนและที่ดินที่เก็บบนฐานของค่าเช่าต่อปี คิดในอัตรา 12.5% ของฐานค่าเช่าต่อปี ซึ่งการประเมินค่าเช่าในหลายๆ กรณีเป็นการใช้ดุลพินิจของเจ้าหน้าที่ จึงทำให้เก็บภาษีดังกล่าวได้น้อยมาก เพราะประเมินราคาค่าเช่าในระดับที่ต่ำ ทำให้รัฐมีรายได้จากค่าภาษีโรงเรือนและที่ดินเพียงปีละ 2.3 หมื่นล้านบาท
ส่วนภาษีบำรุงท้องที่ ซึ่งใช้ฐานราคาที่ดินปานกลางของปี 2521 เป็นฐานนั้น กำหนดอัตราภาษีเฉลี่ยอยู่ที่ 0.50% สำหรับราคาที่ดินไม่เกินไร่ละ 3 หมื่นบาท แต่หากราคาที่ดินสูงกว่า 3 หมื่นบาท อัตราภาษีจะลดเหลือเพียง 0.25% ซึ่งเกิดความเหลื่อมล้ำระหว่างคนรวยกับคนจน อีกทั้งการกำหนดข้อลดหย่อนทางภาษี สำหรับเจ้าของที่ดินตั้งแต่ 50 ตร.ว. จนถึง 5 ไร่ ขึ้นอยู่กับที่ตั้งของที่ดิน ไม่ต้องเสียภาษีนี้ ทำให้ 90% ของคนไทยที่ถือครองที่ดินไม่มีภาระภาษีนี้
ภาษีที่ดินนั้นรัฐบาลจะนำมาใช้แทนที่ภาษีบำรุงท้องที่ ภาษีโรงเรือนและที่ดิน ที่เก็บโดยองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) รายได้ที่เก็บได้จะให้กับท้องถิ่น แต่จะปรับปรุงวิธีการจัดเก็บให้ทันสมัย ให้ชัดเจน อาทิ คิดภาษีต่อตารางเมตร (ตร.ม.) ละเท่าไร เพื่อลดดุลพินิจของเจ้าหน้าที่ ส่วนสิ่งปลูกสร้างพิเศษ อาทิ โรงงานจะให้ผู้เชี่ยวชาญมาประเมินเพื่อให้เป็นมาตรฐาน จะได้ไม่เกิดปัญหาภายหลัง ส่วนที่ดินรกร้างว่างเปล่านั้นจะจัดเก็บภาษีที่สูงขึ้นแบบขั้นบันไดตามแนวคิดเดิม เนื่องจากต้องการให้มีการใช้ที่ดินให้เกิดประโยชน์
การร่าง พ.ร.บ.ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างได้ดำเนินการมาเป็นเวลาแรมปีจนใกล้จะถึงปลายทาง โดยกระทรวงการคลังได้จัดทำจนเสร็จและเสนอไปยังสำนักเลขาธิการนายกฯ เพื่อรอบรรจุเข้าที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เห็นชอบ และนำส่งสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) พิจารณาอนุมัติก่อนจะออกเป็นกฎหมายที่มีผลบังคับใช้
แต่ถึงในขั้นตอนนี้ ทางรัฐบาลได้ส่งร่าง พ.ร.บ.ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างคืนมาให้กับกระทรวงการคลังให้ไปทบทวนใหม่ เพราะต้องการให้มีผลกระทบต่อประชาชน โดยเฉพาะผู้มีรายได้น้อยให้น้อยที่สุด โดยอาจยกเว้นภาษีที่อยู่อาศัยให้กับผู้ที่มีบ้านหลังแรก เนื่องจากเป็นปัจจัยดำรงชีพขั้นพื้นฐาน โดยจะกำหนดราคาบ้านที่อยู่อาศัยในมูลค่าเกินระดับหนึ่งให้เสียภาษี โดยข้อยกเว้นที่ไม่ต้องเสียภาษีจะใกล้เคียงกับข้อยกเว้นในกฎหมายภาษีบำรุงท้องที่ให้มากที่สุด
ก่อนหน้านี้มีการเสนอให้ยกเว้นภาษีสำหรับราคาบ้านอยู่อาศัยหลังแรกที่มีราคาไม่เกิน 10 ล้านบาท เพื่อเก็บภาษีจากผู้ที่มีฐานะ จะได้ไม่กระทบกับคนรายได้น้อยและคนชั้นกลาง ซึ่งก็ยังมีปัญหาในรายละเอียด ดังนั้นทางรัฐบาลจึงอยากให้กระทรวงการคลังทำกฎหมายลูกที่เกี่ยวข้องออกมาให้ชัดเจนและให้เสนอกลับมาให้ ครม.พิจารณาอีกครั้ง
จะมองว่านี่เป็นการเตะถ่วงกฎหมาย หรือทำให้กระบวนการออกกฎหมายล่าช้าออกไปคงจะไม่ได้ เนื่องจากหากออกกฎหมายไปแล้วแต่บังคับใช้ไม่ได้ หรือไปถูกตีตกในชั้นของ สนช. รัฐบาลก็จะเสียหายและจะถูกแก้ไขมากจนอาจจะเสียเจตนารมณ์ของการออกกฎหมายไป
กฎหมายนี้เป็นกฎหมายที่ประชาชนให้ความสนใจ เพราะมีผลกระทบต่อคนหมู่มาก มีทั้งคนได้และคนเสีย ก่อนที่รัฐบาลจะนำออกมาใช้ก็ควรเร่งประชาสัมพันธ์ทำความเข้าใจกับประชาชนว่าภาษีดังกล่าวมีขึ้นเพื่ออะไร เพื่อลดกระแสการต่อต้านจากทุกฝ่ายด้วย







