
บิ๊กตู่สั่งเคลียร์แผนงาน "คสช.-สปท." ให้ชัดใน2ปีก่อนหมดอายุรัฐบาล
"พล.อ.ประยุทธ์" สั่งนำเอาวาระงานคสช.-สปท.มาสร้างความชัดเจนให้เป็นแผนงานก่อนหมดอายุรัฐบาล
"พล.อ.ประยุทธ์" สั่งนำเอาวาระงานคสช.-สปท.มาสร้างความชัดเจนให้เป็นแผนงานก่อนหมดอายุรัฐบาล
เมื่อวันที่ 26 เม.ย. พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคสช. กล่าวภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี(ครม.) ว่า ได้สั่งการถึงสิ่งที่จะทำใน 2 ปี ระหว่างปี 59 ถึง ปี 60 จะต้องชัดเจนว่าอะไรต้องทำต่อในแผนปฏิรูป และแผนการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติหรือตามแผนสภาพัฒน์ แผนละ 5 ปี อีก 4 แผน โดยนำเอางานทั้ง 11 วาระงานของคสช. และ อีก 37 วาระงานของสภาปฏิรูปประเทศ มาสร้างความชัดเจนว่าสิ่งใดที่จะทำหรือจะมีผลผูกพันต้องทำต่อในระยะเวลาที่ไม่ยาวนัก เพราะเราต้องให้ดำเนินการในช่วงที่รัฐบาลนี้ยังอยู่จะได้ไม่เป็นภาระมากนัก และจะได้สอดคล้องกับการทำปีงบประมาณ ปี60 ซึ่งจะผูกพันไปปีงบประมาณปี 61 ถึงแม้ว่ารัฐบาลนี้จะอยู่หรือไม่อยู่ก็ต้องทำงบประมาณตรงนี้ไว้ ซึ่งต่อไปเป็นเรื่องของรัฐบาลที่เข้ามาใหม่จะไปทำอะไรก็แล้วแต่เขา
นายกฯ กล่าวว่า สำหรับวาระงานที่จะต้องทำให้เกิดความชัดเจนนั้น เช่น เรื่องการเกษตร การบริหารจัดการน้ำ โครงสร้างพื้นฐาน สาธารณสุข ประชานต้องรับรู้ให้ชัดเจนขึ้น ว่าจะมีการแก้ไขปรับปรุง อย่างไร ในอนาคตจะเชื่อมโยงกับภาคธุรกิจอย่างไร รัฐจะอุดหนุนตรงไหน เพื่อให้เป็นทางเลือกประชาชน หากต้องการให้มีความสะดวกมากขึ้นอาจจะต้องผู้กับภาคเอกชน เราจะทำให้ดีขึ้น และยืนยันว่าจะไม่ลดของเดิมแน่นอน สำหรับปัญหารายรับรายจ่ายของรัฐบาลที่ยังไม่สมดุลตอนนี้ ก็ทำให้งบประมาณในการลงทุนน้อยจนทำอะไรได้น้อยมาก
นอกจากนี้ยังมีเรื่องที่จะต้องทำให้ชัดเจนอีกคือเรื่อง การปรับโครงสร้างกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศ (ไอซีที)ที่จะนำไปสู่การสนับสนุนเศรษฐกิจดิจิตอล ในปี 60 อย่างน้อยต้องสัมฤทธิ์ผลในระยะที่1 ส่วนเรื่องความมั่นคงเรามีแผนสำหรับการพัฒนา กองทัพ การปฏิรูปตำรวจต้องมีความชัดเจนขึ้น ขณะนี้ตนได้สั่งการให้ดำเนินการแล้ว ขณะที่ส่วนเรื่องกฎหมายและงานในกระบวนการยุติธรรม จะทำให้เกิดความชัดเจนขึ้นว่ากฎหมายที่เราออกไปแล้วเป็นอย่างไร เพราะกฎหมายไม่ใช่เรื่องพรบ.อย่างเดียวรวมถึงกฎกระทรวง ระเบียบต่างๆด้วย ส่วนที่ตนระบุว่ากฎหมายกว่า 5 พันฉบับนั้นเป็นการยกตัวอย่าง ซึ่งในต่างประเทศมีการรื้อ แต่เราคงทำไม่ได้เพราะเวลามีจำกัด และกฎหมายบางอย่างมีความจำเป็น แต่ออกมาแล้วไม่ได้ใช้ก็ไม่เสียหายอะไร ดังนั้นต้องทำกฎหมายที่เร่งดวนและเป็นพื้นฐานของประเทศก่อน ส่วนกฎหมายที่ทุกคนเป็นห่วงว่าจะออกไม่ได้ วันนี้ออกได้ต้องออกในขั้นต้นก่อน ดุในสิ่งที่เราต้องการแก้ปัญหาอะไร มีการเปลี่ยนแปลงเพื่อให้การทำงานเกิดขึ้น ซึ่งวันหน้ากฎหมายเหล่านี้สามารถเพิ่มเติมได้ ทั้งนี้เราได้รับฟังความคิดเห็นของทุกภาคส่วน แต่ต้องเห็นใจเราด้วยว่าเราต้องการทำงานให้มีประสิทธิผล ประสิทธิภาพและผลสัมฤทธิ์ ในช่วงนี้







