
แวดวงสงฆ์
สมเด็จพระพุทธชินวงศ์ (ศ.ดร.สมศักดิ์ ป.ธ.9) เรียกระดมพระสงฆ์ปริญญามหาบัณฑิต สาขาวิปัสสนาภาวนา
โดย...สมาน สุดโต
สมเด็จฯ ระดมมหาบัณฑิตวิปัสสนา ช่วยศาสนา
สมเด็จพระพุทธชินวงศ์ (ศ.ดร.สมศักดิ์ ป.ธ.9) เรียกระดมพระสงฆ์ปริญญามหาบัณฑิต สาขาวิปัสสนาภาวนา ที่จบจากวิทยาเขตบาฬีพุทธโฆส 9 รุ่น จำนวน 196 รูป/คน มาประชุมเพื่อหาอาสาสมัครไปเป็นพระวิปัสสนาจารย์ในศูนย์ต่างๆ ทั่วประเทศ
ณ ศาลาปฏิบัติธรรมชินวงศ์สภา วัดพิชยญาติการาม เวลา 09.30 น. วันที่ 19 เม.ย. 2559 สมเด็จพระพุทธชินวงศ์ กรรมการมหาเถรสมาคม เจ้าคณะใหญ่หนกลาง ประธานศูนย์เผยแผ่พระพุทธศาสนาแห่งชาติ ได้กล่าวถึงจุดประสงค์ที่เรียกประชุมว่า 1.เพื่อทราบความเคลื่อนไหวของมหาบัณฑิตสายวิปัสสนาที่จบไปแล้วว่าได้ไปรับใช้งานพระศาสนาอย่างไรบ้าง บังเกิดผลประโยชน์ต่อสังคม ชาติ ศาสนาอย่างไร สามารถประเมินผลได้ว่ามหาบัณฑิตสาขานี้ทำงานรับใช้สังคม 2.ต้องการให้รวมตัวตั้งเป็นศูนย์ หรือเป็นสมาคม เพื่อส่งข่าวการเคลื่อนไหวให้ทราบซึ่งกันและกัน โดยเฉพาะเรื่องอบรมวิปัสสนา หากที่ใดขาดจะได้จัดส่งไปช่วยกันได้
3.ในฐานะที่เป็นประธานศูนย์เผยแผ่พระพุทธศาสนาแห่งชาติ เน้นการเผยแผ่การปฏิบัติวิปัสสนา จึงมีการอบรมวิปัสสนาจารย์ เพื่อสนับสนุน ส่งเสริมงานคณะสงฆ์ เนื่องจากมหาเถรสมาคม (มส.) กำหนดระเบียบการตั้งสำนักวิปัสสนาว่า สำนักนั้นๆ ต้องมีพระวิปัสสนาจารย์ประจำ แต่ละปีต้องการประเมินผลว่าได้ทำกิจกรรมตามระเบียบหรือไม่ ถ้าไม่มีพระวิปัสสนาจารย์ หรือไม่มีกิจกรรม ผู้อำนวยการศูนย์ประจำจังหวัด หรือเจ้าคณะจังหวัด สามารถสั่งยุบได้ ปัจจุบันมีสำนักปฏิบัติธรรมขอจัดตั้งแล้ว แต่ทำตามระเบียบไม่ได้มีให้เห็นแล้ว
ตนเห็นข้อบกพร่องนี้ จึงจัดอบรมวิปัสสนาจารย์ขึ้นเพื่อแก้ปัญหานั้น โดยกำหนดให้แต่ละภาค รวม 18 ภาคของฝ่ายมหานิกายจัดตั้งศูนย์ประจำภาค เปิดอบรมภาคละ 60 รูป หรือปีละ 1,200 รูป ส่วนธรรมยุตมี 2 ภาค จัดอบรมเช่นกัน แต่การฝึกอบรมแต่ละครั้งใช้เวลา 45 วัน จึงเกิดปัญหาขาดพระวิปัสสนาจารย์ จึงมาขอที่สมเด็จฯ โดยตรง การประชุมวันนี้ (19 เม.ย.) เพื่อหาอาสาสมัครไปช่วยงานในฐานะพระวิปัสสนาจารย์ตามศูนย์ต่างๆ ในแต่ละที่ตามร้องขอมา เช่น ภาค 18 ส่วนภาค 17 เพิ่งเปิดศูนย์วันที่ 17 เม.ย. แต่มีพระวิปัสสนาจารย์รูปเดียว ต้องการเพิ่มอีก 2-3 รูป
ภาคอื่นๆ อาจแสดงความจำนงในเดือน พ.ค. ส่วนต่างประเทศก็แจ้งความจำนงด้วยวาจาว่าต้องการพระวิปัสสนาจารย์เช่นกัน
พร้อมกันนั้น สมเด็จฯ ได้แนะนำมหาบัณฑิตที่ประชุมกันเป็นครั้งแรก นับแต่ก่อตั้งมากว่า 10 ปี ว่าขอให้แต่ละรูปใฝ่หาความรู้และประสบการณ์ในสำนักปฏิบัติธรรมอื่นๆ เพื่อเพิ่มความรู้ใหม่ๆ เพราะการอบรมคนย่อมพบปัญหา หากมีประสบการณ์ มีความรู้เท่าทันย่อมแก้ปัญหาได้
นอกจากนั้น สมเด็จฯ ได้กระตุ้นให้พระวิปัสสนาจารย์ติดตามร่างรัฐธรรมนูญ มาตรา 67 ด้วย ว่าจะช่วยให้พระพุทธศาสนาเถรวาทเข้มแข็ง มั่นคงในอนาคตได้อย่างไร
สุดท้าย สมเด็จฯ กล่าวในฐานะที่ มส.แต่งตั้งให้เป็นประธานอนุรักษ์พุทธมณฑลให้เป็นศูนย์กลางพระพุทธศาสนาแห่งชาติ และของโลก ว่าท่านมีแผนการจัดตั้งศูนย์ศึกษาพุทธศาสนาครบวงจร ทั้งภาคทฤษฎีและภาคปฏิบัติ รวมทั้งจะจัดตั้งวิทยาลัยเผยแผ่พุทธศาสนาเถรวาท สร้างหอประชุม หอปฏิบัติธรรม และจัดตั้งธรรมโฮมสเตย์ แต่รูปเดียวทำไม่ได้ ถ้าไม่ได้รับความร่วมมือจากฝ่ายต่างๆ
พระมหาสุรชัย วราสโภ ผู้อำนวยการวิทยาลัยสงฆ์บาฬีศึกษาพุทธโฆส ให้ภูมิหลังว่า หลักสูตรพุทธศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิปัสสนาภาวนา เป็นหลักสูตรที่เปิดการเรียนการสอนที่วิทยาเขตบาฬีศึกษาพุทธโฆส เพียงแห่งเดียวในประเทศ ซึ่งเปิดสอนรุ่นแรกเมื่อ พ.ศ. 2548 โดยมีพระภิกษุ/แม่ชี และฆราวาสจากหลายๆ จังหวัดเกือบทั่วประเทศเดินทางมาศึกษา ถึงวันนี้สำเร็จการศึกษารับปริญญาไปแล้ว 9 รุ่น จำนวน 196 รูป/คน ในจำนวนนั้นเป็นพระภิกษุ 159 รูป/คน ปัจจุบันเปิดสอนรุ่นที่ 11
ส่วนการรับอาสาสมัครเป็นพระวิปัสสนาจารย์ ตามที่เจ้าพระคุณสมเด็จต้องการนั้น พระมหาประเชิญ ปญฺญาวุโธ ป.ธ.9 พธ.ม. วิปัสสนาภาวนา รุ่นแรก อายุ 51 ปี คณะ น. 23 วัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม กล่าวว่ามีผู้แสดงความจำนงเป็นอาสาสมัครจำนวนมาก รวมทั้งตัวท่านพระมหาประเชิญเอง เพราะเรียนจบมาแล้วก็ต้องการทำงานเพื่อสนองงานเจ้าพระคุณสมเด็จ และคณะสงฆ์ ก็คอยว่าจะเรียกไปรับใช้เมื่อไร







