
แม่สอดผวาเมียนมาปิดท่าเรือ
ตากระงับสร้างพนังกั้นตลิ่งริมแม่น้ำเมย หลังเมียนมาปิดท่าเรือประท้วงกระทบสินค้าตกค้างอื้อ
ตากระงับสร้างพนังกั้นตลิ่งริมแม่น้ำเมย หลังเมียนมาปิดท่าเรือประท้วงกระทบสินค้าตกค้างอื้อ
นายสุทธา สายวาณิชย์ รองผวจ.ตาก สั่งการให้ระงับการก่อสร้างพนังกั้นดินริมแม่น้ำเมย บริเวณพระธาตุเจดีย์เมยโค้ง บ้านท่าอาจ หมู่ 3 ต.ท่าสายลวด อ.แม่สอด หลังกองกำลังป้องกันชายแดน หรือบีจีเอฟ ของเมียนมา สั่งปิดท่าเรือขนส่งสินค้าริมแม่น้ำเมยกว่า 20 แห่ง ทำให้สินค้าตกค้างฝั่งไทยจำนวนมาก โดยอ้างว่าเพื่อประท้วงที่ไทยก่อสร้างพนังกั้นตลิ่งแม่น้ำเมย ส่งผลกระทบต่อเมียนมา
นายสุทธา กล่าวว่า ฝ่ายไทยกับเมียนมาจะมีการประชุมแก้ไขปัญหาดังกล่าว ที่จังหวัดเมียวดี ตรงข้าม อ.แม่สอด อีกครั้งในช่วงปลายเดือน เม.ย.นี้ และจะไม่มีผลกระทบต่อการค้าขายและเศรษฐกิจชายแดนอย่างแน่นอน หากมีการปิดด่านชายแดนทุกจุดจริงทั้งสองฝ่ายจะมีการประสานงานและแจ้งล่วงหน้าก่อนเสมอ
ด้านแหล่งข่าวเปิดเผยว่า การที่ฝ่ายบีจีเอฟสั่งปิดท่าเรือทั้งหมดเนื่องจากไม่พอใจที่ตำรวจไทยบางหน่วยตั้งจุดสกัดบริเวณชายแดน ห้ามไม่ให้ประชาชนทั้งสองฝั่งข้ามแดนทางท่าเรือซึ่งบีจีเอฟควบคุมดูแลอยู่ แต่ไม่มีการไปตั้งจุดสกัดในพื้นที่ตรงข้ามกับกาสิโนในฝั่งเมืองเมียวดี ทำให้กองกำลังบีจีเอฟไม่พอใจที่ฝ่ายไทยเลือกปฏิบัติ
ทั้งนี้ ตั้งแต่ช่วงเช้าวันที่ 21 เม.ย.บีจีเอฟวางกำลังตามท่าเรือริมแม่น้ำเมยในฝั่งเมียนมา ส่งผลให้การค้าชายแดนและการข้ามแดนทางท่าเรือไม่สามารถกระทำได้ ยกเว้นไปข้ามทางสะพานมิตรภาพไทย-เมียนมาเท่านั้น ส่งผลให้สินค้าจากฝั่งไทยที่รอลำเลียงข้ามแม่น้ำเมยเข้าไปในเมียนมาต้องตกค้างจำนวนมาก หน่วยงานที่เกี่ยวข้องฝ่ายไทยจึงต้องเร่งเจรจากับเมียนมาเพื่อให้เปิดท่าเรือ เพื่อมิให้กระทบต่อการค้าชายแดน ซึ่งมีมูลค่าวันละนับร้อยล้านบาท ซึ่งต่อมาฝ่ายบีจีเอฟได้ยกเลิกการปิดท่าเรือ
อย่างไรก็ตาม ปัญหาการก่อสร้างพนังกั้นตลิ่งแม่น้ำเมยส่งผลกระทบต่อทั้งสองประเทศมาแล้วหลายครั้ง







