
โซลาร์ฟาร์ม1.8หมื่นล้านฉลุย
67 สหกรณ์ คว้าโซลาร์ฟาร์ม 281 เมกะวัตต์ เรกูเลเตอร์คาดเงินสะพัดกว่า 1.8 หมื่นล้าน
67 สหกรณ์ คว้าโซลาร์ฟาร์ม 281 เมกะวัตต์ เรกูเลเตอร์คาดเงินสะพัดกว่า 1.8 หมื่นล้าน
นายวีระพล จิรประดิษฐกุล กรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.) หรือเรกูเลเตอร์ ในฐานะโฆษก เปิดเผยว่า ผลการจับสลากคัดเลือกโครงการรับซื้อไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์สำหรับสหกรณ์การเกษตรอย่างไม่เป็นทางการ มีโครงการที่ได้รับสิทธิรวม 67 ราย กำลังการผลิต 281.32 เมกะวัตต์ ต่ำกว่าแผนรับซื้อไฟฟ้าเฟสแรกที่กำหนดไว้ 300 เมกะวัตต์
ทั้งนี้ สาเหตุที่ได้ผู้ขายไฟฟ้าไม่ครบตามแผนนั้น จากการประมวลผลผ่านระบบโปรแกรมคอมพิวเตอร์ พบว่า โครงการเสนอขายไฟฟ้ามีความซ้ำซ้อนกันในพื้นที่ระบบสายส่งไฟฟ้าที่ยังมีข้อจำกัด ไม่สามารถรับซื้อไฟฟ้าได้ทั้งหมด ดังนั้นตามกระบวนการจะต้องใช้วิธีการแข่งขันแยกไปตามจุดเชื่อมต่อที่แต่ละโครงการเสนอ โดยจะเลือกจากโครงการที่จับสลากได้หมายเลขลำดับต้นๆ แต่หากเสนอขายไฟฟ้าสูงกว่าระบบสายส่ง ก็จะได้ตามจำนวนสายส่งที่รับได้
สำหรับ 67 สหกรณ์ ที่ได้สิทธิขายไฟฟ้า อยู่ในพื้นที่การไฟฟ้านครหลวง 6 ราย และการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค 61 ราย โดยแยกตามรายภาคดังนี้ ภาคกลาง 25 ราย จำนวน 108.20 เมกะวัตต์ ภาคตะวันตก 18 ราย จำนวน 76 เมกะวัตต์ ภาคตะวันออก 17 ราย จำนวน 70.47 เมกะวัตต์ ภาคเหนือ 1 ราย จำนวน 5 เมกะวัตต์ และเขตนครหลวง 6 ราย จำนวน 21.65 เมกะวัตต์
อย่างไรก็ตาม จะนำรายชื่อทั้ง 67 โครงการที่ได้รับสิทธิเสนอขายไฟฟ้าเข้าที่ประชุมเรกูเลเตอร์ วันที่ 25 เม.ย.นี้ และจะประกาศรายชื่ออย่างเป็นทางการในวันที่ 26 เม.ย. หลังจากนั้นเจ้าของโครงการหรือผู้สนับสนุนโครงการจะต้องดำเนินการลงนามสัญญาซื้อขายไฟฟ้ากับการไฟฟ้าที่เป็นคู่สัญญา ภายใน 120 วัน และกำหนดวันจำหน่ายไฟฟ้าเชิงพาณิชย์ภายในวันที่ 30 ธ.ค. 2559
นายพรเทพ ธัญญพงศ์ชัย ประธานคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน กล่าวว่า การเปิดรับซื้อไฟฟ้าโครงการโซลาร์ฟาร์มสหกรณ์ตามแผนจำนวน 300 เมกะวัตต์ครั้งนี้ จะก่อให้เกิดการลงทุนราว 1.6- 1.8 หมื่นล้านบาท หรือประมาณ 60 ล้านบาท/เมกะวัตต์ แต่หากการรับซื้อรอบนี้ไม่ครบทั้งจำนวนก็จะนำไปรวมกับการเปิดรับซื้อโครงการระยะสองต่อไป โดยเบื้องต้นจะเป็นการรับซื้อจากโครงการหน่วยงานราชการ 400 เมกะวัตต์ และโครงการจากหน่วยงานสหกรณ์เพิ่มอีก 100 เมกะวัตต์ คาดว่าจะเปิดรับซื้อภายในปลายปีนี้ถึงต้นปี 2560
นายเติมชัย บุนนาค กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท โกลบอล เพาเวอร์ ซินเนอร์ยี่ (GPSC) กล่าวว่า บริษัท ผลิตไฟฟ้าและพลังงานร่วม หนึ่งในบริษัทในเครือของ GPSC ได้รับสิทธิเสนอขายไฟฟ้า 1 โครงการ คือ สหกรณ์ผู้เลี้ยงกุ้งจันทบุรี ขนาดกำลังการผลิต 5 เมกะวัตต์ ที่ จ.จันทบุรี คาดว่าจะใช้แหล่งเงินทุนจากสถาบันการเงินในประเทศ เพื่อดำเนินโครงการครั้งนี้
ทั้งนี้ บริษัทพร้อมที่จะดำเนินโครงการได้ในทันที หลังจากทราบการประกาศผลอย่างเป็นทางการในวันที่ 26 เม.ย.นี้ เชื่อมั่นว่าสามารถที่จะดำเนินการจ่ายไฟฟ้าในเชิงพาณิชย์ (SCOD) ได้ตามกำหนด
นายฤทธี กิจพิพิธ กรรมการบริหาร ผู้อำนวยการสายงานบริหารและการตลาด บริษัท สแกน อินเตอร์ หรือ SCN ผู้ประกอบธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องกับก๊าซธรรมชาติแบบครบวงจร กล่าวว่า บริษัทได้เตรียมเงินลงทุนในโครงการโซลาร์ฟาร์ม ประมาณ 250 ล้านบาท โดยเลือกใช้พื้นที่ของสหกรณ์การเกษตรสตรีบางภาษี จ.นครปฐม จำนวน 60 ไร่ คาดว่าจะดำเนินงานจำหน่ายไฟฟ้าเชิงพาณิชย์เข้าสู่ระบบ (COD) ได้ภายในสิ้นปีนี้ ตามที่ กกพ.ได้กำหนดไว้ โดยคาดว่าจะมีผลตอบแทนจากการลงทุน (IRR) จากโครงการนี้อยู่ที่ 12% ซึ่งจะเข้ามาช่วยหนุนรายได้รวมของในปี 2560 เพิ่มขึ้นอีกกว่า 60 ล้านบาท







