posttoday

ปลดล็อก เคลื่อนไหว ก่อนป่วน

22 เมษายน 2559

แรงกระเพื่อมเริ่มก่อตัวอีกครั้งหลังกลุ่มพลเมืองโต้กลับออกมารวมตัวและเตรียมยกระดับเคลื่อนไหววันศุกร์นี้

โดย...ทีมข่าวการเมืองโพสต์ทูเดย์

แรงกระเพื่อมเริ่มก่อตัวอีกครั้งหลังกลุ่มพลเมืองโต้กลับออกมารวมตัวและเตรียมยกระดับเคลื่อนไหววันศุกร์นี้

​เบื้องต้น พ.อ.ปิยพงศ์ กลิ่นพันธุ์ ทีมโฆษกคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ​ประเมินว่า ​จากการติดตามความเคลื่อนไหวตลอดเวลา ​เชื่อว่า “จุดกระแสไม่ติด” เพราะประชาชนเบื่อหน่ายต่อการชุมนุมทางการเมือง

ทว่า​สิ่งที่ คสช.เป็นห่วงคือความปลอดภัยของเขา เพราะมีกลุ่มที่ไม่เห็นด้วยกับการเคลื่อนไหวของเขาเช่นกัน ต้องระมัดระวังในส่วนนี้ อย่างไรก็ตาม การดูแลคงให้เป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจเป็นหลักภายใต้กฎหมายปกติ

ปัจจัยที่ทำให้ คสช.​ มั่นใจว่าแรงกระเพื่อมจะไม่ลุกลามบานปลายไปมากกว่าที่เป็นอยู่ ไม่ได้มีเพียงแค่บรรยากาศที่ประชาชนเบื่อหน่ายการชุมนุม

แต่ด้วยอำนาจเบ็ดเสร็จเด็ดขาดในมือ คสช. พร้อมกฎระเบียบที่ออกมาควบคุมสถานการณ์ ย่อมทำให้การเคลื่อนไหวถูกตีกรอบ​ให้อยู่ในวงจำกัด ไม่ว่าจะเป็นกลุ่มใดหรือเคลื่อนไหวด้วยเรื่องอะไรก็ตาม

กรณีล่าสุด​ อานนท์ นำพา ทนายความสิทธิมนุษยชน หนึ่งในแกนนำกลุ่มพลเมืองโต้กลับ ​ออกมาชี้แจงถึงการจัดกิจกรรม​ “ยืนสงบนิ่ง” ที่สถานีบีทีเอส เพื่อเรียกร้องให้ปล่อยตัว วัฒนา เมืองสุข แกนนำพรรคเพื่อไทย

อีกด้านหนึ่ง วีรดา เมืองสุข บุตรสาว​วัฒนา ออกมายื่นหนังสือร้องทุกข์ต่อสถานเอกอัครราชทูตสหรัฐอเมริกาประจำประเทศไทย เรียกร้องให้องค์การระหว่างประเทศหรือบุคคลที่เกี่ยวข้องกับงานด้านสิทธิมนุษยชนสากลตรวจสอบการดำเนินการกับผู้เห็นต่างทางการเมืองของ คสช.ว่าขัดต่อหลักสิทธิมนุษยชนหรือไม่

แม้ชนวนจากการควบคุมตัววัฒนา จะเป็นประเด็นที่ “เปราะบาง” เมื่อเกี่ยวข้องไปถึงสิทธิการแสดงออกที่เป็นสิทธิขั้นพื้นฐานของประชาชน และยังมีความพยายามดึงองค์กรระหว่างประเทศเข้ามาช่วยกดดัน

แต่สุดท้ายด้วยอำนาจในมือ คสช. คงยากที่การเคลื่อนไหวจะลุกลามบานปลายจนคุมไม่อยู่ ​แถมล่าสุด พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา หัวหน้า คสช. ออกมาส่งสัญญาณดิสเครดิตการเคลื่อนไหวรอบนี้​

“ไม่รู้เหรอว่าใคร มาจากไหน ใครล่ะที่สนับสนุนกันมา ใครวางแผน ล็อบบี้ยิสต์ต่างประเทศ ทักษิณ เดี๋ยวพรุ่งนี้ก็ตีผมเละอีก ต้องการแค่นี้ประเทศก็ปั่นป่วนเหมือนเดิม สื่อก็ช่วยผมได้แค่นี้ ทำให้ยุ่งขึ้น และต้องยอมรับสิ่งที่เกิดต่อจากนี้ ถ้าสื่อจะทำแบบนี้ เลือกตั้งจะได้ไหมอยู่ที่สื่อไม่ใช่ผม ถ้าไม่เรียบร้อยผมก็จะใช้กฎหมาย วันนี้พยายามใช้กฎหมายให้เป็นกฎหมายก็ไม่ยอมกันอีก มันจะอยู่กันด้วยอะไร”

ทว่าการใช้กฎหมายที่เคร่งครัดเกินไป แม้เบื้องต้นอาจจะช่วย “ตัดตอน” ความเคลื่อนไหวต่างๆ ให้ขยายวงจนควบคุมไม่อยู่ แต่หากใช้บ่อยและนานเกินไปสุดท้ายก็จะกลายเป็นดาบสองคมที่ย้อนกลับมาเป็นปัญหาให้ คสช.ในที่สุด

ต่อเนื่องไปจนถึงการทำประชามติร่างรัฐธรรมนูญที่จะมีขึ้นเร็วๆ นี้ ซึ่งอาจได้รับผลกระทบจากการเคลื่อนไหวของกลุ่มต่างๆ ที่เติมเชื้อความขัดแย้ง

โดยเฉพาะสัญญาณจาก วิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ที่ออกมาชี้แจงว่า ถึงการกระทำที่สุ่มเสี่ยงต่อการผิดกฎหมาย ไม่ว่าจะเป็น พ.ร.บ.การออกเสียงประชามติร่างรัฐธรรมนูญที่ระบุชัดว่าอะไรคือความผิด ส่วนอะไรที่ไม่ชัดก็ต้องไปที่ศาลยุติธรรม อาทิ ศาลแขวง ศาลอาญา

แถมยังมีดาบสองเป็นประกาศหรือคำสั่งของ คสช.​ ซึ่งมีผลเป็นกฎหมาย ซึ่งสามารถให้เจ้าหน้าที่ห้ามปราบปรามหรือนำตัวมาปรับทัศนคติ นำตัวมาสอบถามได้ ดังนั้นไม่ว่าจะเป็นการกระทำอะไรที่ทำให้เกิดความรุนแรง หรือเป็นคำพูดเฮตสปีชก็อาจจะมีความผิดหรือถูกใช้มาตรการดังกล่าวได้ ต่อด้วยดาบสามเป็น ​พ.ร.บ.การชุมนุมสาธารณะ ที่จะใช้ต่อเมื่อมีการชุมนุม ​

ทั้งหมดล้วนแต่เป็นเครื่องมือที่ทำให้ คสช.​มั่นใจว่ากระแสเคลื่อนไหวรอบนี้จะ “จุดไม่ติด” หรือมีผลลุกลามไปจนถึงการออกเสียงประชามติร่างรัฐธรรมนูญในอนาคต

แต่ปัจจัยเสี่ยงอยู่ที่หาก คสช.​ยังมั่นใจอำนาจเบ็ดเสร็จเด็ดขาดในมือและยังยืนกรานใช้แต่ “ไม้แข็ง” สกัดกลุ่มต่างๆ ที่จะออกมาเคลื่อนไหวทุกกลุ่มแบบไม่แยกแยะ เบื้องหน้า เบื้องหลัง หรือเป้าหมายของแต่ละกลุ่ม โดยเหมารวมว่าทุกกลุ่มไม่สามารถเคลื่อนไหวได้ ไม่ว่าจะเป็นกรณีใดก็ตาม 

สุดท้ายนี่อาจกลายเป็นน้ำผึ้งหยดเดียวที่ทำให้สถานการณ์ยิ่งย่ำแย่ลงไป โดยเฉพาะหากการใช้ไม้แข็งนี้เป็นการบีบให้กลุ่มต่างๆ ที่ได้รับผลกระทบจาก คสช.​ออกมาจับมือรวมตัวเคลื่อนไหวด้วยกัน

ยิ่งเวลานี้​เริ่มจะเห็นแนวร่วมที่เปิดหน้ามาเคลื่อนไหวมากขึ้นเรื่อยๆ สิ่งที่ คสช.ประเมินว่ากระแสจุดไม่ติดอาจไม่เป็นเช่นนั้น

ข่าวล่าสุด

บัตรทองหมา แมว ทำได้ทันที เอาใจคนรักสัตว์ 6 ล้านครัวเรือน