
ปลดล็อกกฟผ.ลงทุนตปท.
“อารีพงศ์” ยกเครื่อง กฟผ.อินเตอร์ ปลดล็อกกฎเหล็กรัฐวิสาหกิจเพิ่มความคล่องตัว พร้อมขยายการลงทุนธุรกิจพลังงานประเทศเพื่อนบ้าน เมียนมา-ลาว-กัมพูชา
“อารีพงศ์” ยกเครื่อง กฟผ.อินเตอร์ ปลดล็อกกฎเหล็กรัฐวิสาหกิจเพิ่มความคล่องตัว พร้อมขยายการลงทุนธุรกิจพลังงานประเทศเพื่อนบ้าน เมียนมา-ลาว-กัมพูชา
นายอารีพงศ์ ภู่ชอุ่ม ปลัดกระทรวงพลังงาน ในฐานะประธานคณะกรรมการการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) เปิดเผยว่า มีแผนที่จะผลักดันให้บริษัท กฟผ.อินเตอร์เนชั่นแนล มีบทบาทในการเข้าไปลงทุนธุรกิจพลังงานในต่างประเทศมากขึ้น โดยเฉพาะกลุ่มประเทศเพื่อนบ้านอย่างเมียนมา ลาว และกัมพูชา ซึ่งมีหลายโครงการที่น่าสนใจเข้าไปร่วมลงทุน
ทั้งนี้ จะไปหารือกับกระทรวงการคลังเพื่อหารือกฎระเบียบของรัฐวิสาหกิจที่ทำให้การดำเนินงานของ กฟผ.อินเตอร์ ไม่มีความคล่องตัว ทั้งๆ ที่มีสถานะคล้ายกับบริษัท ปตท. โดยเฉพาะการเสนอแผนลงทุน จะผ่อนผันให้กำหนดเป็นกรอบการลงทุนหรือแผนลงทุนประจำปีได้หรือไม่ จากเดิมที่ต้องลงในรายละเอียดของโครงการ
อย่างไรก็ตาม ในอนาคต กฟผ.จะต้องเข้าไปขยายการลงทุนโรงไฟฟ้าในประเทศเพื่อนบ้าน เนื่องจากเป็นกลุ่มประเทศที่มีความสัมพันธ์ที่ดี ซึ่งกรณีของประเทศเมียนมา แม้จะมีการจัดตั้งรัฐบาลใหม่ แต่ที่ผ่านมาก็มีความร่วมมือด้านพลังงานโดยตลอดกับไทย โครงการที่จะเข้าไปสานต่อคือโครงการโรงไฟฟ้าพลังน้ำมายตง กำลังผลิต 7,000 เมกะวัตต์
นอกจากนี้ ยังมีโครงการโรงไฟฟ้าพลังน้ำสะตึมนัม ประเทศกัมพูชา กำลังการผลิต 70 เมกะวัตต์ ซึ่งขณะนี้ได้หารือกันไปแล้ว จะมีจุดที่เชื่อมชายแดนบริเวณ จ.ตราด และจันทบุรี โดยไทยจะได้ประโยชน์จากการผันน้ำมาสู่ภาคตะวันออกไว้ใช้ได้อีกทางหนึ่งด้วย
นายอารีพงศ์ กล่าวว่า กฟผ.ยังมีแผนเข้าไปลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน ระบบสายส่งไฟฟ้าในประเทศเพื่อนบ้าน เพื่อเชื่อมโยงไฟฟ้าระหว่างประเทศ รวมทั้งเป็นการพัฒนาระบบส่งไฟฟ้า โดยในประเทศลาวมีประมาณ 5 จุด และเมียนมาอีก 2 จุด ซึ่งทั้งหมดเป็นการสร้างความมั่นคงด้านพลังงานให้ยั่งยืน
“โครงการใหญ่ที่จะเกิดขึ้นในประเทศเพื่อนบ้านจะให้ กฟผ.อินเตอร์ เข้าไปทำ แต่ตอนนี้ติดปัญหาตรงที่ยังไม่มีความคล่องตัว ซึ่งจะต้องเข้าไปคุยกับคลังเพื่อขอให้การเสนอแผนลงทุนกำหนดเป็นเพียงกรอบแผนลงทุนว่าปีนี้จะลงทุนเท่าไหร่ เพราะ ปตท.ก็ใช้กฎรัฐวิสาหกิจเหมือนกัน ทำไมทำได้ ผมให้โจทย์เรื่องนี้ไปแล้ว” นายอารีพงศ์ กล่าว
สำหรับความคืบหน้ากระบวนการสรรหาผู้ว่าการ กฟผ.คนใหม่นั้น นายอารีพงศ์ กล่าวว่า ขณะนี้ มีผู้สมัคร 5 ราย ทั้งหมดเป็นบุคลากรภายในของ กฟผ. ซึ่งในด้านภาระหน้าที่ของผู้ว่าการคนใหม่ ต้องให้ความสำคัญกับการขยายการลงทุนด้านพลังงานไปยังประเทศเพื่อนบ้าน เนื่องจากเป็นกลุ่มประเทศที่มีศักยภาพทั้งเรื่องโรงไฟฟ้าและระบบสายส่ง
นอกจากนี้ ที่ผ่านมาในการประชุมกับต่างประเทศที่เกี่ยวข้องด้านพลังงาน ทุกประเทศให้ความสำคัญกับการเชื่อมโยงพลังงานในภูมิภาค เพื่อสร้างความมั่นคงด้านพลังงานอย่างยั่งยืนร่วมกัน
“ดังนั้นคนที่จะมารับตำแหน่งผู้ว่าการคนใหม่ อยากให้เข้ามาให้ความสำคัญกับการเชื่อมโยงด้านพลังงานกับประเทศเพื่อนบ้านมากขึ้น จากเดิมที่ดำเนินการอยู่แล้ว ต้องขยายให้มากขึ้น ส่วนจะเป็นใครก็ได้ทั้งนั้น เพราะถือเป็นคนในองค์กร” นายอารีพงศ์ กล่าว
สำหรับผู้ว่าการ กฟผ.คนใหม่ ที่จะเข้ารับตำแหน่งแทนนายสุนชัย คำนูณเศรษฐ์ ผู้ว่าการคนปัจจุบัน มีภารกิจสำคัญคือ การพัฒนาโครงการโรงไฟฟ้าถ่านหินในพื้นที่ จ.กระบี่ กำลังผลิต 780 เมกะวัตต์ และโรงไฟฟ้าถ่านหินเทพา จ.สงขลา 2 ชุด กำลังผลิตรวม 2,000 เมกะวัตต์ ตามที่กำหนดในแผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้าใหม่ของประเทศ หรือ PDP (Power Development Plan 2558-2579) ซึ่งกระบวนการต่างๆ อยู่ระหว่างเปิดรับฟังความคิดเห็นของประชาชนในพื้นที่ ซึ่งมีแรงต่อต้านค่อนข้างมาก







