posttoday

ถอดรหัสคำถามพ่วงรธน. พรรคกลาง+สว. = นายกฯคนนอก

19 เมษายน 2559

สถานการณ์การเมืองประเทศกำลังเดินหน้าสู่วันลงประชามติที่จะโหวต “รับ” หรือ “ไม่รับ” ร่างรัฐธรรมนูญ

โดย...ทีมข่าวการเมืองโพสต์ทูเดย์

สถานการณ์การเมืองประเทศกำลังเดินหน้าสู่วันลงประชามติที่จะโหวต “รับ” หรือ “ไม่รับ” ร่างรัฐธรรมนูญ จึงมีความเคลื่อนไหวการแสดงความคิดเห็นจากกลุ่มต่างๆ ทั้งนักศึกษา นักวิชาการ และการขยับตัวของผู้มีส่วนได้ส่วนเสียโดยตรงคือ พรรคการเมือง กลุ่มการเมือง ที่ยังมีความเห็นไปใน 2 ทิศทาง คือพรรคขนาดใหญ่ยังไม่เห็นด้วย

ขณะที่พรรคขนาดกลางเริ่มออกมาส่งสัญญาณสนับสนุนร่างรัฐธรรมนูญ ท่ามกลางเสียงวิจารณ์การออกมารับลูกสนับสนุนของพรรคขนาดกลางว่า รอโอกาสที่จะเข้าเป็นรัฐบาลเนื่องจากร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้เอื้อให้เกิดรัฐบาลผสมหลายพรรค

สมบัติ ธำรงธัญวงศ์ อดีตสมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) ให้ความเห็นว่า ถ้าคนเข้าใจการเลือกตั้งระบบสัดส่วนผสมหรือแบ่งสันปันส่วนผสม ระบบนี้นำไปสู่การจัดตั้งรัฐบาลผสมมากกว่ารัฐบาลพรรคเดียวที่มีเสียงข้างมาก ทำให้มีโอกาสเกิดรัฐบาลผสมที่อ่อนแอ ซึ่งจะเกิดมากในประเทศที่ด้อยพัฒนาหรือล้าหลัง แต่ประเทศที่พัฒนาแล้วไม่เป็นปัญหา เพราะประเทศในสหภาพยุโรปก็ใช้ระบบนี้

ทั้งนี้ ระบบแบ่งสันปันส่วนผสมจะทำให้ไม่มีพรรคใดได้เสียงข้างมากเบ็ดเสร็จเด็ดขาด และการจัดตั้งรัฐบาลพรรคขนาดกลางจะมีอำนาจต่อรองในทางการเมืองมากที่สุด ถึงขนาดที่ว่าพรรคขนาดกลางบอกไม่อยากได้หัวหน้าพรรค แต่จะเอาคนนอกก็ได้ ถ้าอยากตั้งรัฐบาลพรรคขนาดกลาง หรือพรรคขนาดกลางจะสามารถรวมตัวกันเพื่อจัดตั้งรัฐบาลก็ได้ ขณะที่พรรคขนาดใหญ่อย่างพรรคประชาธิปัตย์และพรรคเพื่อไทย ยากที่จะร่วมกันจัดตั้งรัฐบาล

สมบัติ ฉายภาพต่อว่า เมื่อพรรคขนาดกลางมีอำนาจสูงมากในการเลือกตั้งแบบสัดส่วนผสม จึงเป็นเหตุผลสำคัญว่าทำไมพรรคขนาดกลางออกมาส่งสัญญาณสนับสนุนร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้ เพราะได้ประโยชน์สูงสุดในการต่อรองจัดตั้งรัฐบาล แต่เราต้องคำนึงถึงการได้มารัฐบาลผสมที่มีเสียงไม่ถึงครึ่งเหมือนในอดีตที่พรรคประชาธิปัตย์กับพรรคภูมิใจไทย เราจึงได้รัฐบาลผสมที่อ่อนแอไม่สามารถแก้ปัญหาประเทศได้ ปฏิรูปประเทศอะไรก็ไม่ได้

“แปลกใจว่า คสช.ต้องการปฏิรูปประเทศให้มีกรรมการยุทธศาสตร์แห่งชาติ และ สว.มาดูแลการปฏิรูปประเทศ แต่กลับออกแบบรัฐธรรมนูญให้มีรัฐบาลผสมที่อ่อนแอ ถามว่าจะปฏิรูปอะไรได้ ซึ่งมันขัดแย้งกันสิ้นเชิง เพราะการปฏิรูปให้สำเร็จรัฐบาลต้องเข้มแข็ง มีเสถียรภาพมากพอ มีอำนาจในการตัดสินใจ ขนาดปัจจุบันรัฐบาล คสช.เข้มแข็งมาก อีกทั้งยังมีอำนาจพิเศษตามมาตรา 44 ถามว่าการปฏิรูปประเทศเวลานี้มีปัญหาอุปสรรคหรือไม่ คำตอบคือยังมี แล้วจะนับประสาอะไรกับรัฐบาลผสมที่อ่อนแอ ที่คาดหวังจะให้ไปสานต่อการปฏิูรูปประเทศ” สมบัติ กล่าว

ข้อกังขาที่หวังจะให้มีรัฐบาลผสม แล้วให้มีนายกรัฐมนตรีคนนอกเพื่อวางให้คนใน คสช.เข้ามาเล่นการเมืองต่อนั้น สมบัติ ระบุว่า ต้องวิเคราะห์ต่อไป แต่ที่ต้องโฟกัสคือประเด็นคำถามพ่วงท้ายที่ให้ สว.เลือกนายกรัฐมนตรี ซึ่งเป็นเจตนาของสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ (สปท.) และสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ต้องการให้มีนายกฯ คนนอก และต้องได้เสียงเกินครึ่งจากรัฐสภา หากพรรคขนาดกลางและเล็กเกิน 126 เสียง รวม สว. 250 เสียง ได้คะแนนเกินครึ่งก็นำไปสู่การเลือกนายกฯ คนนอกได้ หากว่าพรรคขนาดกลางและเล็กรวมกันไม่ถึง โอกาสมีนายกฯ คนนอกก็ยาก แม้ สว.ทั้งหมดต้องการก็ตาม

สมบัติ กล่าวว่า เพราะถ้าพรรคขนาดใหญ่ไม่เอาด้วยก็ทำไม่ได้ และโอกาสพรรคใหญ่จะเอาคนนอกก็ยากเข้าไปอีก ฉะนั้นคำถามพ่วงแก้รัฐธรรมนูญให้คนนอกเป็นนายกฯ ได้ ก็ต้องมีเงื่อนไขให้พรรคขนาดกลางและเล็กต้องมีเสียงไม่เกิน 126 เสียง ถึงมีโอกาส แต่สมมติว่าได้เลือกนายกฯ คนนอก พรรคใหญ่ไม่เอาด้วย ก็เป็นนายกฯ ของรัฐบาลเสียงข้างน้อย และมาสู้ฝ่ายค้านที่เป็นพรรคขนาดใหญ่ จะนำพาประเทศไปรอดหรือไม่ และคิดว่าคนนอกจะสามารถต่อกรกับสองพรรคใหญ่ในสภาได้หรือ และไม่ได้หมายความว่าการมี สว.สรรหาจะคุ้มครองนายกฯ คนนอกได้ตลอด เพราะการบริหารประเทศในสภาวะปกติขึ้นอยู่กับสภาผู้แทนราษฎร จะรับมือการอภิปรายได้อย่างไร มันไม่ใช่เรื่องง่าย

ด้าน นิคม ไวยรัชพานิช อดีตประธานวุฒิสภา กล่าวว่า เป้าหมายรัฐธรรมนูญฉบับนี้ชัดเจนแล้วว่าไม่ประสงค์ให้พรรคการเมืองเข้มแข็ง ไม่ต้องการให้มีพรรคใหญ่เป็นรัฐบาลที่มีเสียงข้างมาก อำนาจการต่อรองจึงตกไปที่พรรคขนาดกลางและเล็กที่จะร่วมกันเป็นรัฐบาล

“เขาเขียนให้พรรคเล็ก พรรคน้อย ไปรวมกับ สว.เพื่อสร้างให้เกิดพรรคใหญ่ เพราะ สว.มีอำนาจร่วมโหวตนายกรัฐมนตรีได้ด้วย ดังนั้นคนที่ออกมาคัดค้านไม่เห็นด้วย ผมว่าถูกต้องแล้ว เพราะไม่มีอะไรที่เป็นไปตามหลักสากลที่เขาทำกันเลย” นิคม กล่าว

นิคม ระบุว่า หากในอนาคตมีรัฐบาลผสมจะเกิดความวุ่นวายเหมือนในอดีตที่ผ่านมา ที่ไม่สามารถบริหารประเทศได้ เกิดปัญหามากมายทั้งการแย่งเก้าอี้รัฐมนตรี แย่งตำแหน่งอำนาจหน้าที่กัน จะเกิดการหาช่องว่างช่วงชิงการจัดสรรงบประมาณ ที่จะไปสร้างประโยชน์ให้พรรคและพื้นที่ของตนเอง รับรองว่าการบริหารประเทศจะไม่เหมือนกับที่ คสช.หวังไว้ เพราะรัฐบาลผสมจะไม่เหมือนกับรัฐบาลทหารที่สามารถสั่งให้ซ้ายหันขวาหันได้ ขนาดรัฐบาลทหารยังบริหารประเทศยากเลย แล้วถ้าเป็นรัฐบาลผสมจะเกิดอะไรขึ้น

เสรี สุวรรณภานนท์ สมาชิก สปช. กล่าวว่า ตรรกะที่ว่าเอื้อประโยชน์ต่อพรรคขนาดกลาง ขนาดเล็ก คิดกันไปเอง เพราะยังไม่มีทางรู้ได้ว่าใครจะได้ประโยชน์เสียประโยชน์ เนื่องจากคะแนนเสียงอยู่ที่ประชาชนเราไม่รู้ว่าจะเลือกใคร ซึ่งการเลือกตั้งตามที่คณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) กำหนดใช้บัตรใบเดียวและใช้คะแนนเสียง สส.เขต มาเป็นตัวกำหนดจำนวน สส. ส่งผลให้พรรคขนาดกลางและเล็กลำบากด้วยซ้ำ เพราะไม่สามารถที่จะส่ง สส.ได้ทุกเขต ต่างกับพรรคใหญ่ที่จะได้เปรียบในประเด็นนี้

ข่าวล่าสุด

ถ่ายทอดสด แอสตัน วิลล่า พบ เอฟเวอร์ตัน พรีเมียร์ลีก วันนี้ 18 ม.ค.69