
นวัตกรรมฝ่าวิกฤต
ประชุมวิชาการการแพทย์ฉุกเฉินระดับชาติประจำปี 2559 ในหัวข้อเคลื่อนวงล้อการแพทย์ฉุกเฉินไทย ตัวแทนจากสถานพยาบาล หน่วยงานวิชาการทั้งภาครัฐและเอกชนได้ร่วมกันนำเสนอผลงานวิชาการประเภทนวัตกรรมและสิ่งประดิษฐ์เพื่อช่วยเหลือชีวิตผู้ป่วยฉุกเฉิน โดยหนึ่งในผลงานที่มีความน่าสนใจเป็นอย่างมากคือ ผ้าพันศีรษะฉุกเฉิน หรือ Field Head Saver ที่คิดค้นขึ้นโดยหน่วยงานอุบัติและฉุกเฉิน โรงพยาบาลเทิง จ.เชียงราย
ประชุมวิชาการการแพทย์ฉุกเฉินระดับชาติประจำปี 2559 ในหัวข้อเคลื่อนวงล้อการแพทย์ฉุกเฉินไทย ตัวแทนจากสถานพยาบาล หน่วยงานวิชาการทั้งภาครัฐและเอกชนได้ร่วมกันนำเสนอผลงานวิชาการประเภทนวัตกรรมและสิ่งประดิษฐ์เพื่อช่วยเหลือชีวิตผู้ป่วยฉุกเฉิน โดยหนึ่งในผลงานที่มีความน่าสนใจเป็นอย่างมากคือ ผ้าพันศีรษะฉุกเฉิน หรือ Field Head Saver ที่คิดค้นขึ้นโดยหน่วยงานอุบัติและฉุกเฉิน โรงพยาบาลเทิง จ.เชียงราย
ปรีชา มะโนยศ เจ้าหน้าที่หน่วยงานอุบัติและฉุกเฉิน โรงพยาบาลเทิง เล่าถึงที่มาที่ไปของการคิดค้นนวัตกรรมชิ้นนี้ขึ้นมาว่า เมื่อผู้ป่วยฉุกเฉินได้รับบาดเจ็บที่ศีรษะ การช่วยเหลือห้ามเลือดให้กับผู้ป่วยฉุกเฉินจะต้องทำอย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ แต่ที่ผ่านมามีปัจจัยหลายอย่างทำให้การปฐมพยาบาลเบื้องต้นในเคสผู้ได้รับบาดเจ็บที่ศีรษะล่าช้า ไม่ว่าจะจากผู้ป่วยเองที่ไม่ให้ความร่วมมือเพราะไม่สามารถครองสติได้
นอกจากนี้ ในผู้ป่วยฉุกเฉินบางรายที่ต้องช่วยเหลือด้วยการใส่ท่อช่วยหายใจ การผูกมัดหรือยึดตรึงไว้เพื่อไม่ให้ท่อช่วยหายใจเลื่อนหลุดด้วยมักเกิดปัญหาการเลื่อนหลุดเมื่อปลาสเตอร์ที่ใช้ยึดตรึงไปสัมผัสกับสารคัดหลั่ง จึงได้คิดค้นนวัตกรรมผ้าพันศีรษะฉุกเฉิน เพื่อเช่วยห้ามเลือดผู้ป่วยฉุกเฉินที่ได้รับบาดเจ็บที่ศีรษะ ป้องกันภาวะแทรกซ้อนจากการเสียเลือด และเพื่อลดการเลื่อนหลุดของท่อช่วยหายใจ
ยังมีอีกนวัตกรรม ใช้ชื่อว่า “การพัฒนานาฬิกาจับเวลาขณะที่ผู้ป่วยหัวใจหยุดเต้น” โดย น้ำผึ้ง ขึ้นกันกง และ ธวัชชัย ไร่ดี เจ้าหน้าที่แผนกฉุกเฉินของโรงพยาบาลธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติ โดยจะจับเวลา
ขณะปั๊มหัวใจเพื่อช่วยเหลือชีวิตผู้ป่วยฉุกเฉินเป็นหนึ่งในกระบวนการกู้ชีพ ซึ่งในทางปฏิบัติสากลนั้นการกดหน้าอกต้องได้จำนวน 100-200 ครั้ง/นาที และเปลี่ยนผู้ปั๊มหัวใจทุก 2 นาที พร้อมกับให้ยากระตุ้นหัวใจทุก 3 นาที
อย่างไรก็ตาม ในสถานการณ์ฉุกเฉินนั้นบุคลากรทางการแพทย์มีไม่เพียงพอ และสภาพแวดล้อมในการช่วยเหลือผู้ป่วย อาจส่งผลต่อสมาธิของผู้จับเวลา ทำให้จับเวลาคลาดเคลื่อนและส่งผลให้การช่วยเหลือชีวิตผู้ป่วยฉุกเฉินไม่มีประสิทธิภาพ จึงได้ร่วมกันพัฒนานวัตกรรมชิ้นนี้เป็นตัวช่วย
สำหรับการทำงานจะใช้แสงไฟเตือนควบคู่กับการจับเวลา โดยใช้สีของไฟและเสียงออดในการเตือนเวลา 2 และ 3 นาที และมีจอแสดงผลดิจิทัลนับถอยหลังและเสียงเตือนบอกเวลา นอกจากนี้ยังสามารถปรับจังหวะที่เครื่องปรับได้ 100-200 ครั้ง/นาที ซึ่งการปั๊มหัวใจโดยใช้นาฬิกาจับเวลาจะช่วยเพิ่มความสะดวกให้กับเจ้าหน้าที่มากขึ้นอีกด้วย







