
Re-branding ฮซโซ
วัดของญี่ปุ่นนิยมใช้สื่อโซเชียลเน็ตเวิร์กเข้าถึงศาสนิกชนเหมือนกับไทย แต่วิธีการนำเสนอออกจะทันสมัยกว่า
โดย...กรกิจ ดิษฐาน
วัดของญี่ปุ่นนิยมใช้สื่อโซเชียลเน็ตเวิร์กเข้าถึงศาสนิกชนเหมือนกับไทย แต่วิธีการนำเสนอออกจะทันสมัยกว่า อย่างอินสตาแกรมของวัดคิโยมิสึเดระ ผมเห็นแล้วถูกใจมากเลย Follow ไปตามระเบียบ ใครสนใจติดตามได้ครับตามแอกเคานต์ feel_kiyomizudera ที่ต้องติดตามก็เพราะนอกจากวัดนี้จะโด่งดังเป็นสถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยมในเกียวโต ยังเป็นวัดที่สืบทอดขนบนิกายโบราณซึ่งถือเป็น 1 ใน 6 นิกายแรกเริ่มของพุทธศาสนาญี่ปุ่น หรือ โรคุโช (&>0845;&>3447;) นับแต่สถาปนา 6 นิกายหลักมาจนถึงทุกวันนี้อายุถึง 1,500 ปีแล้ว
วัดนี้สังกัดนิกายฮซโซ (&>7861;&&0456;&>3447;) แปลว่า "ธรรมลักษณะ" อินเดียเรียกว่า โยคาจาร หรือในจีนเรียกว่า ฮวบเซี่ยง (ฟาเซี่ยง) ซึ่งพระถังซำจั๋งสถาปนาขึ้น ต่อมาแพร่หลายในญี่ปุ่นจนถึงทุกวันนี้ เดิมนิกายฮซโซ เหลืออยู่ 3 วัดหลัก ตอนนี้เหลือแค่ 2 วัด เพราะคิโยมิสึแยกตัวมาตั้งนิกายคิตะฮซโซ หรือฮซโซฝ่ายอุดร คำสอนไม่ต่าง เพียงแต่ไม่อยู่ในอาณัติวัดที่ใหญ่กว่าอีก
คำสอนของนิกายนี้ซับซ้อนมาก เทียบกับเถรวาทคือสำนักอภิธรรม เพราะศึกษา ธรรมลักษณะ หรือลักษณะของธรรมะ ร้อยพันประการ เป็นปรัชญาล้ำลึก ดังนั้นคนจึงไม่ค่อยสนใจ นิกายนี้จึงเหลือวัดอยู่น้อยมาก แต่ปัจจุบันนิกายนี้ใช้วิธีการ Re-branding ทำให้คนเริ่มกลับมาสนใจกันอีก (ไม่นับวัดนี้ที่เป็นแหล่งท่องเที่ยวสำคัญอยู่แล้ว)
เห็นภาพใน feel_kiyomizudera แล้วอยากให้วัดในเมืองไทยนำเสนอตัวเองแบบในสุนทรียะแบบนี้บ้าง จะได้ต่อติดกับคนรุ่น Hipster กับ Gen C ที่เริ่มแปลกแยกกับศาสนามากขึ้นทุกวัน ภาพลักษณ์ของพุทธศาสนาในสายตาคนรุ่นใหม่บ้านเรา คือคร่ำครึล้าหลัง หากินกับความเชื่อลี้ลับ และไร้รสนิยม ดังจะเห็นได้ว่าเจ้ากูกับโยม "ผู้มีรสนิยม" มักวิวาทกันอยู่เนืองๆ
สื่อมวลชนช่วยพีอาร์ด้านลบอย่างขันแข็ง ด้วยการหากินกับข่าวด้านลบทางศาสนามากกว่าจะเป็นหูเป็นตาให้ศาสนา
ตรงกันข้ามกับภาพลักษณ์ศาสนาพุทธในโลกตะวันตกโดยสิ้นเชิง แม้แต่ในญี่ปุ่นเองศาสนาพุทธก็ปรับตัวเข้ากับโลกสมัยใหม่อย่างแนบเนียน โดยไม่ทิ้งอริยสัจและสุนทรียะเมื่อพันสองพันปีก่อน แม้แต่เกาหลีใต้เองก็ยังส่งเสริมสุนทรียะวิถีพุทธ ให้เป็นหนึ่งในกระแสเกาหลีนิยม (Hanryu) เพื่อย้ำอัตลักษณ์ชาตินิยมทั้งๆ ที่เขาเป็นรัฐโลกวิสัย
ตามหลักปรมัตถ์ธรรม ภาพลักษณ์และรสนิยมเป็นเรื่องฉาบฉวยก็จริง แต่ในโลกบริโภคด่วน เรื่องทำนองนี้ก็จำเป็นเหมือนกันเพื่อการต่อลมหายใจของศาสนา โดยเฉพาะกับคนรุ่นใหม่ๆ ที่เป็นปฏิปักษ์กับศาสนา และคนในวงการศาสนาที่ดื้อด้านต้านทานสมัยนิยม
พุทธศาสนาเถรวาทต้องยึดพระธรรมวินัยไม่ดัดแปลงแก้ไขก็จริง แต่สามาถปรับภาพลักษณ์ได้ (Re-branding) ผมเคยเขียนเรื่องการนำเสนอพุทธศาสนาในญี่ปุ่นไปว่า "หีบห่อ" (Package) น่าดูน่าชมมาก คนไม่สนใจเรื่องทางพระเห็นแล้วยังอดไม่ได้ มี "ผลิตภัณฑ์" เอาใจผู้คนมากมาย แม้แต่หนังสือนำเที่ยววัดสำหรับผู้หญิงก็มี โดยทำเนื้อหาและการจัดหน้าแบบนิตยสารผู้หญิงทันสมัย หรือไกด์บุ๊กแนวฮิปๆ แต่แฝงธรรมะกับธรรมเนียมอย่างกลมกลืน
บ้านเขาใช้ของหวานล่อมากินของขม ส่วนบ้านเราต้องชีวิตขมเสียก่อนค่อยมาดื่มมธุรสจากพระธรรม ซึ่งมันอาจสายไป
อย่างไรก็ดี หน้าที่ Re-branding ไม่ใช่กิจของพระสงฆ์องค์เจ้า โยมที่มีศรัทธามั่นคงดั่งเสาเขื่อนและจินตนาการกว้างไกลอาจเวลาช่วยเหลือในด้านนี้ได้บ้าง ให้บ้านเราเป็นพุทธที่ทันสมัย ใจเปิดกว้าง ไม่ให้ใครเขามาดูแคลนเอาง่ายๆ
ป.ล.สำหรับผู้ที่สนใจนิกายฮซโซ แบบลึกๆ อ่านได้จากหนังสือ "ปรัชญามหายาน" ของ อาจารย์เสถียร โพธินันทะ หรือจะฟังจากคำบรรยายของท่านเรื่อง "อภิธรรมมหายาน"







