posttoday
ขุดคอคอดกระ...ชักศึกเข้าบ้าน

ขุดคอคอดกระ...ชักศึกเข้าบ้าน

17 เมษายน 2559

พูดถึงในแง่การเมืองระหว่างประเทศ ถามว่าไทยควรดำเนินนโยายกับจีนอย่างไรถึงจะเหมาะสม อาจารย์วรศักดิ์ บอกว่า

พูดถึงในแง่การเมืองระหว่างประเทศ ถามว่าไทยควรดำเนินนโยายกับจีนอย่างไรถึงจะเหมาะสม อาจารย์วรศักดิ์ บอกว่า มีคำตอบ 2 ประเด็น คือ 1.เราต้องเข้าใจประเพณีในนโยบายต่างประเทศของจีน ซึ่งจีนใช้มาเป็นพันๆ ปีแล้ว เรียกมันว่าวัฒนธรรม “ห่าวฮั่น” คือ ห่าว แปลว่าดี ฮั่น แปลว่าคนจีน หรือนโยบาย “คนจีนที่แสนดี”

ภายใต้นโยบายนี้จีนจะมองประเทศเล็กประเทศน้อยว่าขึ้นต่อเขา แต่เมื่อใดประเทศเหล่านี้ถูกรังแก จีนจะยื่นไมตรีแบบ “เอื้ออาทร” เพื่อทำให้มิตรประเทศอุ่นใจว่ายังมีจีน ด้วยเหตุนี้จีนจึงประกาศว่าจีนมีนโยบายไม่แทรกแซงกิจการภายในประเทศ

“อย่างกรณีไทย มีรัฐบาลมาจากการเลือกตั้งจีนก็สนับสนุน แต่เมื่อมีรัฐบาลมาจากรัฐประหาร จีนก็ไม่แทรกแซง ไม่แซงชั่น ยิ่งเมื่อเกิดรัฐประหารและไทยถูกแซงชั่นจากชาติตะวันตก จีนก็มาเลย จีนมาอย่างเท่าทันเพื่อให้ความอุ่นใจ ซึ่งวัฒนธรรมเหล่านี้มัน ‘ซื้อใจ’ มิตรประเทศมานักต่อนัก

“ถามว่าในแง่กลยุทธ์ จีนใช้วิธีนี้ดีหรือไม่ แน่นอนว่าเขาได้เต็มๆ ในขณะที่คุณถูกทอดทิ้งแล้วคุณต้องการมิตร แล้วมิตรของคุณก็มาหาคุณ แล้วคุณจะไล่เขาออกไปด้วยความระแวงก็คงไม่ใช่วิธีทางการทูตที่ดี

“2.การรู้เท่าทันมันควรอยู่ระดับไหน ผมคิดว่าถึงขณะนี้หน่วยงานไทยที่เกี่ยวข้องในเรื่องนี้เขารู้เท่าทัน ฉะนั้นจะเห็นได้ว่าในขณะที่รัฐบาลปัจจุบันที่มาจากรัฐประหารก็ยังมีความสัมพันธ์ที่ดีกับจีน ขณะเดียวกันเราก็ไม่เห็นว่าไทยหยุดทำความเข้าใจกับประเทศตะวันตก ก็คือยังแคร์อยู่

“ถามว่าไทยต้องการตะวันตกหรือไม่ ก็ต้องการสิ ไม่เช่นนั้นคุณประยุทธ์ จะประกาศทำไมว่าปี 2560 เลือกตั้งแน่ๆ คำว่ารู้เท่าทันของผมคือว่า ไม่ใช่ว่าถูกแซงชั่นแล้วฉันจะไม่แคร์ เพราะไทยเสียผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจมหาศาล ไทยจึงต้องแคร์ ไม่แคร์ไม่ได้”

ดูเหมือนไทยจะเอาหลังพิงจีนชัดเจน? วรศักดิ์ ระบุว่า ที่ผ่านมาโดยภาพรวมไทยดำเนินนโยบายต่อจีนได้อย่างเหมาะสม แต่จีนเขาเปลี่ยนเร็วมาก จนบางทีไล่ตามเขาไม่ทัน อาจทำให้การปฏิสัมพันธ์เกิดความขลุกขลักขึ้นบ้าง

“โดยภาพรวมแล้วไทยค่อนข้างเป็นตัวของตัวเอง ในหลายๆ เรื่องที่จีนค่อนข้างเร่งเร้าแต่ไทยก็ไม่ได้สนองตอบทุกเรื่อง เรียกว่าอะไรร่วมได้ก็ร่วม อะไรร่วมไม่ได้ก็ไม่ร่วม ยกตัวอย่างเช่น คอคอดกระ ถือว่าเร่งเร้าหนักกว่าทุกๆ เรื่องเท่าที่ผมเคยสัมผัส แต่ไทยก็ไม่ได้สนองตอบ นี่คือความเป็นตัวของตัวเอง”

การรุกคืบของจีนด้วยข้อเสนอให้ไทยขุดคอคอดกระ วรศักดิ์ บอกว่า จากการทำวิจัยของไทยสรุปว่าถ้าขุดจะไม่คุ้ม ขุดแล้วไม่ได้ช่วยย่นระยะเวลาการอ้อมช่องแคบมะละกามากเท่าใด

“ผมก็ไม่เห็นด้วยที่จะขุด เหตุผลของผมก็คือสมมติขุดแล้วมันคุ้ม ประเทศได้เงินเป็นกอบเป็นกำ ผมก็ยังเห็นว่ามีประเด็นเรื่องความมั่นคง ก็เรื่องทะเลจีนใต้ ถ้ามันวิกฤตขึ้นมาเมื่อใด ทั้งจีนและสหรัฐก็จะเข้ามาใช้ประโยชน์จากคลองกระ เราไม่ได้เป็นคู่พิพาท แล้วเราจะไปยุ่งทำไม ผมถึงคัดค้านมาโดยตลอด เพราะจริงๆ เขาคิดถึงแต่ผลประโยชน์ของเขา แต่เขาไม่คิดถึงหัวอกของเรา

“เรื่องคอคอดกระตลอด 10-20 ปี ที่ผมไปจีน เจอเจ้าหน้าที่ทุกระดับของเขา เขาจะต้องพูดอยู่สักครั้งหนึ่งว่าในฐานะที่ผมเป็นนักวิชาการ อยากให้กลับมาเขียนบทความสนับสนุนให้รัฐบาลไทยขุดคอคอดกระ ผมบอกผมทำไม่ได้ เพราะเรามีข้อสรุปแล้วว่ามันไม่เหมาะ มันไม่คุ้ม แต่ก็พบว่ามีการนำเสนอรัฐบาลประยุทธ์อีกถึง 2 ครั้ง ซึ่งผมรู้สึกดีที่รัฐบาลประยุทธ์ยังไม่เอาด้วย”

ความมั่งคั่งของจีนยังส่งผลต่อไทย โดยเฉพาะนักท่องเที่ยวจีนที่เดินทางมาจำนวนมาก เขาชอบทะเล ชอบนิสัยคนไทย แต่ก็มาสร้างปัญหาอยู่ไม่น้อย ซึ่งวรศักดิ์ เห็นว่า เมื่อมีปัญหาก็ต้องสร้างข้อจำกัด ไม่ใช่ไปกดดันเขา เพราะรายได้จากการท่องเที่ยวจำเป็น และปัญหานักท่องเที่ยวจีนเจอเหมือนกันทั่วโลก

“มันมีสิ่งหนึ่งที่จำเป็นต้องเข้าใจคือเรื่องพฤติกรรมของนักท่องเที่ยว ผมหวังว่าในอนาคตมันจะดีขึ้น เมื่อปีสองปีก่อน ผมอยู่ที่สนามบินที่ปักกิ่ง เตรียมเดินทางกลับไทย พบกรุ๊ปทัวร์ 20 คน กำลังยืนฟังไกด์ของเขาอธิบายเรื่องเมืองไทยว่า คนไทยมีวัฒนธรรมประเพณีอย่างไร มีกิริยามารยาทอย่างไร อะไรที่ควรทำ อะไรที่ไม่ควรทำ แล้วกรุ๊ปทัวร์กลุ่มนี้ก็ตั้งใจฟังอย่างมาก

“ไกด์เขาพูดละเอียดมากถึงขั้นประเภทที่ว่าไปนั่งที่ร้านกาแฟ ถ้าอยู่ในจีนคนจีนชอบเอาทิชชู่มาเช็ดเท้า สิ่งนี้เป็นสิ่งที่ไม่ควรทำในประเทศไทย นั่นเพราะเขาถูกวิจารณ์เยอะ เขาก็ใส่ใจรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ เหล่านี้

เมื่อพูดถึงพฤติกรรมที่ไม่ดี เมื่อสำรวจแล้วมันก็เป็นเพียงส่วนน้อย

“คนเหล่านี้ส่วนใหญ่จะเป็นวัยกลางคนขึ้นไป เขาเติบโตในยุคที่จีนยังเป็นสังคมนิยมและฐานะทางเศรษฐกิจในเวลานั้นยังไม่ค่อยดี เรื่องการกินก็ไม่ค่อยเต็มที่แบบทุกวันนี้ คนเหล่านี้เคยยากจนมาก่อน ตอนนี้เขามีฐานะดีขึ้นมาบ้างแล้ว เขาก็เข้ามาเป็นกรุ๊ปทัวร์ ฉะนั้นเรื่องความฝังใจเช่นนี้มันก็ส่งผลกระทบ

“อย่างที่เราเห็นเรื่องตักกุ้งมันก็เป็นพฤติกรรมของบางกลุ่มบางคน สิ่งที่ผมชื่นชมก็คือว่ารัฐบาลจีนให้ความสำคัญกับเรื่องนี้ เขาลงโทษเลย อย่างคู่สามีภรรยาที่เอาบะหมี่สำเร็จรูปสาดหน้าแอร์โฮสเตส รู้สึกจะถูกปรับหลายแสนบาทและถูกจำคุกด้วย ผมก็หวังว่าในอนาคตพอเขารู้จักประเทศไทยมากขึ้น เขาก็คงจะปรับตัวได้” วรศักดิ์ ระบุ

ข่าวล่าสุด

ปภ. รายงานน้ำท่วมใน 20 จังหวัด- กทม.  เร่งช่วยเหลือฟื้นฟูพื้นที่

ปภ. รายงานน้ำท่วมใน 20 จังหวัด- กทม. เร่งช่วยเหลือฟื้นฟูพื้นที่