
ส่งออกไทยโคม่า พ่นพิษเศรษฐกิจดิ่ง
การส่งออกไทยที่อาการหนักหนาสาหัส กำลังเป็นมะเร็งร้ายของเศรษฐกิจไทย กัดกร่อนให้อาการแย่ลงอย่างรวดเร็วขึ้นทุกวัน
โดย...เกียรติศักดิ์ ผิวเกลี้ยง
การส่งออกไทยที่อาการหนักหนาสาหัส กำลังเป็นมะเร็งร้ายของเศรษฐกิจไทย กัดกร่อนให้อาการแย่ลงอย่างรวดเร็วขึ้นทุกวัน
เดือน มี.ค.ที่ผ่านมา ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ประเมินว่า การส่งออกของไทยปีนี้จะติดลบ 2% ถือว่าแย่แล้ว จนต้องปรับลดประมาณการขยายตัวเศรษฐกิจจาก 3.5% เหลือ 3.1%
แต่ล่าสุด ธนาคารโลกประเมินเศรษฐกิจไทยปีนี้จะโตได้แค่ 2.5% และปี 2560 จะโต 2.6% สาเหตุก็มาจากการส่งออกของไทยอาการหนักกว่าที่คาดไว้เดิม เนื่องจากเศรษฐกิจจีนหดตัว ส่งผลสะเทือนต่อการส่งออกไทย เนื่องจากไทยมีสัดส่วนมูลค่าการส่งออกไปจีนถึง 12% ของมูลค่าส่งออกทั้งหมด
นอกจากนี้ การส่งออกของไทยยังมีปัญหาเรื่องการปรับโครงสร้างที่ไม่มีความคืบหน้า ทำให้ไม่สามารถผลิตสินค้าที่มีนวัตกรรมที่มีความซับซ้อนทางด้านเทคโนโลยีและเป็นที่ต้องการของตลาดโลกได้ และยังทำให้ไม่สามารถยกระดับราคาสินค้าให้สูงขึ้น เพราะสินค้าไม่มีความหลากหลายและยังผลิตสินค้าที่เน้นแรงงานราคาถูก ซึ่งสู้คู่แข่งไม่ได้ ทำให้การส่งออกของไทยยิ่งนับวันยิ่งแย่ลง
ด้านสำนักวิจัย ธนาคารซีไอเอ็มบี ประเทศไทย มองว่า การส่งออกของไทยปีนี้อาการหนัก ส่อติดลบถึง 4% ทำให้เศรษฐกิจขยายตัวได้แค่ 2.7% และมองว่าการส่งออกของไทยปี 2560 จะยังขยายตัวติดลบ 1.9% ทำให้เศรษฐกิจไทยปีหน้าโต 2.8% หรือต่ำกว่า 3% เป็นปีที่ 5 ติดต่อกัน
จากการประเมินของสำนักต่างๆ ทางเศรษฐกิจ เห็นชัดว่า การส่งออกกำลังทำให้เศรษฐกิจไทยวิกฤตขยายตัวขึ้น เพียงแค่ผ่านไตรมาสแรกของปี 2559 การส่งออกของไทยที่กระทรวงพาณิชย์คาดว่าจะขยายตัวได้ 5% แต่กลับถูกมองว่าจะติดลบแทน และติดลบมากถึง 4% ในมุมมองของสำนักวิจัย ธนาคารซีไอเอ็มบี เท่ากับบวกลบไปกลับการส่งออกของไทยแย่กว่าที่กระทรวงพาณิชย์ประเมินไว้ถึง 9%
นอกจากนี้ การส่งออกของไทยมีมูลค่าทางเศรษฐกิจสูงถึง 70% ของผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (จีดีพี) ที่เหลือ 30% เป็นเรื่องการบริโภคเอกชน การลงทุนเอกชน และการใช้จ่ายภาครัฐ เมื่อส่งออกของไทยมีปัญหา เศรษฐกิจก็เซไปด้วย
ยิ่งดูตัวเลขเครื่องยนต์ต่างๆ ในปี 2559 ของสำนักต่างๆ พบว่า ทั้งการบริโภคเอกชน การลงทุนภาคเอกชน และการใช้จ่ายภาครัฐยังขยายตัวได้เป็นบวก โดยเฉพาะการใช้จ่ายภาครัฐที่มีการเร่งการลงทุนของประเทศขนานใหญ่ แต่ไม่สามารถทำให้เศรษฐกิจขยายตัวได้ เพราะการส่งออกของไทยปีนี้ดิ่งเร็วและแรงกว่าที่รัฐบาลประเมินไว้
ปัญหาการส่งออกไม่ใช่เป็นเรื่องใหม่ เพราะการส่งออกของไทยหดตัวติดลบมาหลายปี แต่รัฐบาลก็แก้ปัญหาเฉพาะหน้าไม่ตก โดยการส่งออกปี 2558 ที่ผ่านมา ติดลบ 5.8% เป็นสัญญาณร้ายที่รัฐบาล
รู้อยู่เต็มอก และพยายามสร้างความมั่นใจว่าการส่งออกปีนี้จะดีขึ้น โดยตั้งเป้าเติบโตไว้สูงถึง 5%
แต่สถานการณ์จริงชี้ให้เห็นว่าการส่งออกของไทยปีนี้ อาการแย่ตั้งแต่เดือน ม.ค. 2559 ที่ติดลบ 8.9% เป็นการหดตัวในเกือบทุกกลุ่มสินค้าส่งออก ทั้งในแง่ของราคาและปริมาณ และยังติดลบมากที่สุดในรอบ 4 ปี ที่หนักที่สุด คือ การส่งออกหดตัวทั้งในตลาดอาเซียน ญี่ปุ่น และสหรัฐ ซึ่งเป็นตลาดสำคัญของการส่งออกไทย
แม้ว่าการส่งออกเดือน ก.พ. 2559 จะขยายตัวได้ 10.27% ถือเป็นครั้งแรกในรอบ 14 เดือน แต่การส่งออกที่เพิ่มขึ้นก็มาจากรายการสินค้าที่ไม่ปกติ คือการส่งออกทองคำ น้ำมัน และยุทโธปกรณ์ซ้อมรบ หักลบรายการเหล่านี้ออก ส่งออกของไทยก็ยัง ติดลบ 2% ดีขึ้นนิดหน่อย เพราะติดลบน้อยลงจากเดือนก่อนหน้าเท่านั้น
จากสภาพที่เกิดขึ้นต้องถือว่า ปัญหาการส่งออกของไทยตอนนี้อยู่ในภาวะไหลลงก้นเหว ยิ่งนานวันยิ่งแย่ จนรัฐบาลไม่สามารถกางตำราแก้ปัญหาได้ทัน นอกจากนี้ จะเห็นได้ว่า เวลานี้กระทรวงพาณิชย์ยังไม่มีมาตรการรับมือวิกฤตของการส่งออกเร่งด่วน นอกจากการเดินสายหาตลาดเพิ่ม ซึ่งทำมาตั้งแต่ปีที่ผ่านมา แต่ก็ไม่สามารถทำให้การส่งออกกระเตื้องขึ้น
นอกจากนี้ กระทรวงพาณิชย์ยังหลงทางแก้ปัญหาการส่งออกไม่ตรงประเด็น เช่น ความพยายามที่จะนำเรื่องของมูลค่าการส่งออกสินค้าบริการ หรือการนำเงินไปลงทุนต่างประเทศ มาคิดเป็นส่วนหนึ่งของการส่งออก ซึ่งเป็นการสร้างตัวเลขทางบัญชี แต่ไม่ได้แก้ไขปัญหาที่ต้นตอของปัญหาการส่งออก คือ เรื่องของปรับโครงสร้างการผลิตและคุณภาพของสินค้าของไทยให้มีมูลค่าสูง และมีสินค้านวัตกรรมใหม่ๆ ที่สู้กับคู่แข่งได้
ขณะเดียวกัน กระทรวงพาณิชย์ยังสร้างความเชื่อมั่นที่คลาดเคลื่อนจากข้อเท็จจริง เพราะยังยืนยันว่า การส่งออกปีนี้จะขยายตัวได้ 5% โดยอ้างว่าเป็นตัวเลขที่วางไว้เพื่อสร้างให้เกิดความมุ่งมั่นในการทำงาน
แต่ในความเป็นจริงกลับทำให้นักลงทุนและประชาชนเกิดความไม่เชื่อมันตัวเลขเศรษฐกิจของรัฐบาลทั้งหมด ส่งผลให้เศรษฐกิจไทยจะเกิดวิกฤตความเชื่อมั่นตามมา เพราะตัวเลขการส่งออกที่ตั้งไว้สูงเกินจริง ต่อไปก็จะมีคำถามว่า แล้วตัวเลขเศรษฐกิจอื่นๆ ของหน่วยงานภาครัฐว่ามีการทำไว้สูงเกินจริงหรือไม่ โดยเฉพาะตัวเลขการขยายตัวทางเศรษฐกิจที่กระทรวงคลัง และสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) ยังคาดว่าจะขยายตัวได้มากกว่า 3% ทั้งๆ ที่หน่วยงานเอกชนส่วนใหญ่คาดว่าเศรษฐกิจปีนี้โตไม่ถึง 3%
แม้ว่ารัฐบาลจะออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจออกมาอย่างต่อเนื่อง ทั้งเร่งการบริโภค การลงทุนทั้งเอกชนและรัฐบาล แต่อย่างที่รู้กันว่า เครื่องยนต์ทั้งหมดมีสัดส่วนมูลค่าทางเศรษฐกิจน้อย ให้เติบโตได้มากแค่ไหนก็ไม่สามารถชดเชยมูลค่าการส่งออกของไทยที่หายไปได้
ดังนั้น การแก้ปัญหาของเศรษฐกิจไทย ถึงอย่างไรก็ต้องแก้วิกฤตการส่งออกให้ได้ ต้องยกเครื่องทีมงานและมาตรการต่างๆ มีการแก้ปัญหาเฉพาะหน้า ที่ทำควบคู่ไปกับการปรับโครงสร้างการส่งออกระยะยาว
การนั่งขายฝันสวยหรู ด้วยการตั้งเป้าการส่งออกไว้สูงเกินจริง และอ้างวิกฤตการส่งออกของไทยว่ามาจากภาวะเศรษฐกิจต่างประเทศ ไม่สามารถใช้บริหารเศรษฐกิจได้อีกต่อไป เพราะหากรัฐบาลไม่ลงมือเร่งแก่วิกฤตการส่งออกเป็นวาระเร่งด่วน เศรษฐกิจไทยปีนี้คงหนีวิกฤตไปไม่ได้อีกหนึ่งปี







