posttoday
ต้นแบบที่ดี เป็นเรื่องสำคัญนะ

ต้นแบบที่ดี เป็นเรื่องสำคัญนะ

15 เมษายน 2559

โดย...ปณิฏา สุวรรณปาล บรรณาธิการแมกกาซีน

โดย...ปณิฏา สุวรรณปาล บรรณาธิการแมกกาซีน

เรื่องแปลกแต่จริง มีงานสัปดาห์หนังสือแห่งชาติครั้งใด ผู้คนเป็นแน่นขนัดศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ ล้นมาถึงรถไฟฟ้าใต้ดิน รวมทั้งการจราจรบนท้องถนน ด้วยผู้คนมาเลือกซื้อหนังสือกันอย่างคึกคัก ทว่าผลสำรวจพฤติกรรมการอ่านของคนไทยมันช่างสวนทางกันอย่างสิ้นเชิง

แม้ว่าปีนี้ สำนักงานอุทยานการเรียนรู้ (TK park) ร่วมกับสำนักงานสถิติแห่งชาติ ได้จัดทำผลสำรวจการอ่านของประชากรไทย ปี 2558 จากการเก็บข้อมูลจากกลุ่มตัวอย่าง 5.5 หมื่นครัวเรือนทั่วประเทศ ในเดือน พ.ค.-มิ.ย.ปีที่ผ่านมา พบว่า มีอัตราการอ่านเพิ่มขึ้น โดยคนไทยอ่านหนังสือ 77.7% หรือ 48.4 ล้านคน ซึ่งหนังสือที่อ่านมากที่สุดคือหนังสือพิมพ์ รองลงมาคือสื่อออนไลน์ บทความทั่วไป วารสาร ฯลฯ ที่น่าสนใจคือ เวลาในการอ่านเพิ่มจากปี 2556 จาก 37 นาที/วัน เป็น 66 นาที/วัน

แม้จะหลุดจากมายาคติที่เคยเชื่อกันว่าคนไทยอ่านหนังสือแค่ 5-8 บรรทัด/วัน แต่อย่าเพิ่งดีใจไป เพราะเมื่อเทียบกับประเทศอื่นๆ โดยเฉพาะเพื่อนบ้านในกลุ่มประชาคมอาเซียน หรือเออีซี ที่ยังพบว่าการอ่านของไทยยังอยู่ในอัตราที่ค่อนข้างต่ำ จากการสำรวจของ กุลธร เลิศสุริยะกุล ผู้เชี่ยวชาญด้านการพัฒนาหลักสูตร สำนักงานส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย (กศน.) เมื่อปี 2555 พบว่า คนไทยอ่านหนังสือเฉลี่ยคนละ 2-5 เล่ม/ปี เทียบกับคนสิงคโปร์ 50-60 เล่ม/ปี และคนเวียดนาม 60 เล่ม/ปี

ดิฉันทั้งอ่านข่าวเจอ และเคยไปเข้าร่วมการเสวนาเพื่อหาทางออกให้เกิดวัฒนธรรมการอ่านขึ้นในบ้านเรา หลายต่อหลายครั้งเหมือนจะไม่ได้คำตอบที่นำมาปฏิบัติได้สักเรื่อง ก่อนหน้านี้เหมือนมีการพยายามผลักดันการลดภาษีการนำเข้ากระดาษ เพื่อที่จะช่วยให้ราคาของหนังสือถูกลง คนจะได้เข้าถึงการอ่านได้มากขึ้น แต่ดูเหมือนหนังสือแต่ละเล่มบนแผงนั้นราคากลับสวนทางกับข่าวคราวที่ได้ยินมาเสียอย่างนั้น

ถึงกระนั้น ทุกวันนี้เรียกว่ามีหนังสือมาเสิร์ฟถึงบ้าน ไม่ต้องออกไปซื้อบนแผง เพราะสามารถสั่งออนไลน์ หน้ากระดาษทุกหน้าก็จะมาปรากฏอยู่ในเครื่องอ่านหนังสืออิเล็กทรอนิกส์ รวมถึงไอแพด ซัมซุง กาแล็คซี่ รวมทั้งคอมพิวเตอร์ด้วย ราคาก็ถูกกว่าหนังสือกระดาษจริงอยู่บ้าง หรือแม้แต่เว็บที่ช่วยสแกนให้ (บาง) คนโหลดมาอ่านกันฟรีๆ แต่ดูเหมือนจะช่วยอะไรคนไทยไม่ค่อยได้

ในความคิดส่วนตัว วัฒนธรรมการอ่าน เริ่มจากต้นแบบที่ต้องปลูกฝังให้เป็นนิสัยตั้งแต่เด็กๆ ลองจินตนาการดูว่า ในบ้านที่พ่อแม่เองไม่นิยมอ่านหนังสือ เอาแต่เล่นเกมออนไลน์ ติดโซเชียลมีเดีย (ว่ากันว่า ให้ลูกเลิกเล่นไอแพดง่ายกว่าห้ามพ่อแม่เสียอีก) ติดละคร ซีรี่ส์เกาหลี/ฝรั่ง แล้วลูกจะไปเอาแบบอย่างหรือความคิดอยากอ่านหนังสือมาจากที่ไหน

พูดแบบเชยๆ แต่เป็นเรื่องจริง ถ้าจะสร้างวัฒนธรรมการอ่าน แต่ละครอบครัวแต่ละบ้าน ต้องช่วยสร้างบรรยากาศการรักการอ่าน มองมุมไหนก็มีแต่หนังสือ จะเริ่มจากหนังสือพิมพ์อันเป็นกลุ่มยอดฮิตของสถิติการอ่านก็ยังได้ เมื่อนั้นวัฒนธรรมที่ดีงามแบบนี้ถึงจะเกิดขึ้นในวงกว้าง แถมสถิติการอ่านของคนไทยก็จะโตขึ้นอย่างก้าวกระโดด ไม่ต้องมานั่งเครียด นั่งกลุ้มว่า ทำไม...คนไทยหรือเด็กไทยจึงไม่อ่านหนังสือกันอยู่อย่างนี้

คนละเรื่องเดียวกัน -- ดิฉันเพิ่งไปญี่ปุ่นมาเมื่อต้นปี ก่อนซากุระจะบาน บรรยากาศก่อนจะเข้าสู่ฤดูใบไม้ผลิบนถนนนากา-เมกุโระ หรือถนนเลียบแม่น้ำเมกุโระ ที่เต็มไปด้วยกิ่งก้านแห้งๆ ของต้นซากุระดูเก๋ไปอีกแบบ ชุมชนเล็กๆ สองฝั่งแม่น้ำนี้แสนสะอาดสะอ้านและรักษ์สิ่งแวดล้อม แม้ถนนจะเล็กแคบ แต่อุตส่าห์ตีเส้นแบ่งเลนจักรยานไว้ชัดเจน

ชอบตรงที่บริเวณรั้วริมแม่น้ำสายนี้ ติดป้ายรณรงค์ให้รักษาความสะอาด ห้ามทิ้งขยะลงบนถนนและแม่น้ำเมกุโระ ซึ่งป้ายเหล่านั้นเป็นฝีมือของเด็ก ที่วาดภาพแบบไร้เดียงสา พร้อมเขียนข้อความรณรงค์ดังกล่าว (อ่านไม่ออกแต่เดาเอาจากภาพ)

สำหรับคนญี่ปุ่น เวลาจะทิ้งขยะ เขาสามารถแยกได้ถึง 30 กว่าประเภท ทั้งนี้ก็เพื่อความง่ายในการกำจัด รวมทั้งการนำไปรีไซเคิล เรื่องนี้แม้เริ่มจากการปรับเงินในช่วงแรกๆ สำหรับคนที่แยกขยะลงผิดถัง แต่พอนานๆ ไปก็กลายเป็นความเคยชิน เป็นธรรมชาติของการแยกขยะแบบไม่ต้องผ่านสมอง ว่าขยะแบบนี้ต้องทิ้งถังนี้

ที่บอกว่าเป็นคนละเรื่องเดียวกัน ก็เพราะว่าทั้งเรื่องรักการอ่านและความรักธรรมชาติ ล้วนต้องอาศัยการปลูกฝัง ต้องมีแบบอย่างที่ดีในการจะให้คนรุ่นต่อๆ ไปปฏิบัติตามอย่างไม่ต้องเห็นเป็นยาขมหรือเรื่องบังคับใจกัน ลองคิดดูเล่นๆ ว่า หากประเพณีสงกรานต์เป็นของคนญี่ปุ่น ในสภาวะที่เกิดภัยแล้งครั้งใหญ่ที่สุดในรอบหลายสิบปีเช่นนี้ พวกเขาจะทำอย่างไร

เชื่อว่าต้องไม่ใช่การทำตัวเหมือนเดิมๆ อย่างที่เคยทำมาทุกๆ ปี เช่นที่พี่ไทยเราสาดน้ำสงกรานต์กันในปีนี้อย่างแน่นอน

ทั้งการรักการอ่านและความรักธรรมชาติต่างเป็นส่วนหนึ่งของการพัฒนาประเทศชาติอย่างยั่งยืน ซึ่งจะว่าไปแล้ว ไทยเราก็ช่างน่าเป็นห่วงจริงๆ นั่นแหละ

ข่าวล่าสุด

ปภ. รายงานน้ำท่วมใน 20 จังหวัด- กทม.  เร่งช่วยเหลือฟื้นฟูพื้นที่

ปภ. รายงานน้ำท่วมใน 20 จังหวัด- กทม. เร่งช่วยเหลือฟื้นฟูพื้นที่