
มติเอกฉันท์สว.โหวตนายกฯ
สนช.รับลูก สปท.ดันรัฐสภาเลือกนายกฯ อ้างเพื่อให้ปฏิรูปประเทศต่อเนื่อง เผยคณะ กมธ.ของ สนช.ส่วนใหญ่เห็นตรงกัน
สนช.รับลูก สปท.ดันรัฐสภาเลือกนายกฯ อ้างเพื่อให้ปฏิรูปประเทศต่อเนื่อง เผยคณะ กมธ.ของ สนช.ส่วนใหญ่เห็นตรงกัน
ที่ประชุมสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) มีมติด้วยคะแนน 152 ต่อ 0 และงดออกเสียง 15 คน เห็นชอบกับการให้ตั้งคำถามพ่วงประชามติร่างรัฐธรรมนูญ ว่า เห็นชอบหรือไม่ว่า เพื่อให้การปฏิรูปประเทศเกิดความต่อเนื่องตามแผนยุทธศาสตร์ชาติ สมควรกำหนดไว้ในบทเฉพาะกาลว่า ในระหว่าง 5 ปีแรกนับแต่วันที่มีรัฐสภาชุดแรกตามรัฐธรรมนูญนี้ ให้ที่ประชุมร่วมกันของรัฐสภาเป็นผู้พิจารณาให้ความเห็นชอบบุคคลซึ่งสมควรได้รับการแต่งตั้งเป็นนายกรัฐมนตรี
สำหรับขั้นตอนจากนี้ นายพรเพชร วิชิตชลชัย ประธาน สนช. จะส่งมติของ สนช.ให้กับคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ดำเนินการตามรัฐธรรรมนูญฉบับชั่วคราว พ.ศ. 2557 ต่อไป
นอกจากนี้ นายกล้านรงค์ จันทิก สมาชิก สนช. ในฐานะรองประธานคณะกรรมาธิการ (กมธ.) สามัญพิจารณาศึกษา เสนอแนะ และรวบรวมความเห็นเพื่อประกอบการพิจารณาจัดทำร่างรัฐธรรมนูญ สนช. ชี้แจงว่า คณะ กมธ.สามัญของ สนช. รวมถึงสมาชิก สนช.ได้นำเสนอคำถามประชามติมาหลากหลาย เช่น ให้ สว.ร่วมโหวตเลือกนายกรัฐมนตรีในระยะเปลี่ยนผ่านและให้มีอำนาจอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาล
อย่างไรก็ตาม หลังจากคณะ กมธ.สามัญพิจารณาศึกษาฯ ทำหน้าที่รวบรวมความเห็นทั้งหมดแล้ว เห็นว่าควรเสนอคำถามโดยเน้นความเห็นของสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ (สปท.) เป็นหลักในการพิจารณา จึงเห็นว่าควรตั้งคำถามว่าเห็นด้วยหรือไม่ ที่จะให้ที่ประชุมร่วมรัฐสภาเป็นผู้พิจารณาเห็นชอบบุคคลสมควรได้รับการแต่งตั้งเป็นนายกรัฐมนตรี
ด้าน นายจตุพร พรหมพันธุ์ ประธานแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) กล่าวว่า พรรคประชาธิปัตย์ควรบอกความชัดเจนกับประชาชนว่าจะรับร่างรัฐธรรมนูญหรือไม่รับ ส่วน นปช.และพรรคเพื่อไทยประกาศชัดแล้วว่าไม่รับ รวมทั้งการประกาศจุดยืนทำประชามติว่ารับหรือไม่รับนั้น ไม่เป็นการผิดกฎหมาย
นายจตุพร กล่าวว่า ตนเองไม่มีทางบิดเบือนเนื้อหาร่างรัฐธรรมนูญตามที่กรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) บางคนแสดงความวิตก เพราะที่ผ่านมาได้ต่อสู้กับเนื้อหารัฐธรรมนูญไม่เป็นประชาธิปไตยอยู่แล้ว โดยเฉพาะการเปิดประตูให้เกิดนายกรัฐมนตรีคนนอก รวมทั้งการตั้งคำถามพ่วงประชามติ แสดงได้ชัดเจนว่า ถ้าร่างรัฐธรรมนูญผ่าน ก็ได้สิ่งที่พ่วง คือ เสนอให้ สว. 250 คน เลือกนายกรัฐมนตรีได้ด้วย
ทั้งนี้ ถึงที่สุดแล้ว เมื่อหัวหน้า คสช.เป็นฝ่ายแต่งตั้ง สว. จึงได้เสียง 250 คน ไว้ในมือแล้ว ถ้าประชามติผ่าน ย่อมได้สิ่งที่พ่วงไปอีก จึงไม่ต้องการให้ประเทศเลือกตั้งเพียงสนองตัณหา โดยไม่มองถึงอนาคตบ้านเมืองว่าจะเกิดอะไรขึ้นตามมา







