
แก้ปัญหาค้าบริการเด็ก
โดย...ฐากูร นิ่มสมบุญ
โดย...ฐากูร นิ่มสมบุญ
ปัจจุบันนี้การแสวงหาประโยชน์ทางเพศกับเด็กเป็นเรื่องที่ได้รับความสนใจจากทั่วโลก โดยเฉพาะอย่างยิ่งการที่ประเทศไทยซึ่งถือเป็นเป้าหมายของต่างชาติที่เดินทางเข้ามาเพื่อหาประโยชน์ทางเพศกับเด็กมาโดยตลอด (Child Sex Tourism) เช่น การซื้อบริการทางเพศ ล่อลวงถ่ายรูปลามกอนาจารหรือถ่ายหนังโป๊เก็บไว้เพื่อประโยชน์ทางเพศหรืออาจเผยแพร่ต่อเพื่อการค้า ในบางกรณีอาจเป็นความผิดฐานการค้ามนุษย์อีกด้วย รูปแบบต่างๆ เหล่านี้สามารถพบเห็นได้ทั่วไปตามเมืองท่องเที่ยวต่างๆ เช่น พัทยา เชียงใหม่ หรือภูเก็ต อาจเป็นเพราะเรามีเด็กเร่ร่อนจำนวนมาก หรือเด็กที่ครอบครัวไม่มีเวลาดูแลเอาใจใส่ ทำให้ตกเป็นเหยื่อได้ง่ายมาก
ในขณะที่ความร่วมมือกันของผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องโดยเฉพาะภาครัฐในการปกป้อง ช่วยเหลือ ฟื้นฟูเด็กก็ทำกันไปในรูปแบบเดิมๆ ต่างคนต่างมองแต่เป้าหมายขององค์กรตนเอง ตำรวจนักสืบมุ่งไปที่การสืบสวนจับกุมผู้กระทำความผิด ฝ่ายสอบสวนเน้นการสอบสวนเพื่อทำสำนวนให้เสร็จ บ้านพักเด็กเน้นการดูแลและฟื้นฟูเหยื่อ NGO หลายแห่งเน้นการป้องกันและสนับสนุน ในขณะที่บางแห่งเน้นการช่วยเหลือเด็ก ฯลฯ สรุปว่าทำงานไปคนละทิศคนละทางตามอำนาจหน้าที่และวัตถุประสงค์ขององค์กรทำให้ไม่สามารถทำงานกันเป็นทีมอย่างแท้จริงได้เพราะขาดเป้าหมายร่วมกันที่ถือเป็นศูนย์กลางของการทำงานทั้งหมด ซึ่งส่งผลให้การดำเนินคดีกับผู้ต้องหาเป็นไปอย่างไม่มีประสิทธิภาพเท่าที่ควร โดยเฉพาะอย่างยิ่งกรณีที่ต้องมีการประสานความร่วมมือของหน่วยงานระหว่างประเทศต่างๆ ส่วนเด็กที่ตกเป็นเหยื่อแทนที่จะได้รับการฟื้นฟูจิตใจกลับต้องเผชิญกับการสอบสวนซ้ำๆ หลายครั้งตามขั้นตอนกฎหมายและระเบียบต่างๆ ที่มีอยู่มากมาย รูปแบบของการบูรณาการหรือการทำงานร่วมกันอย่างจริงจังของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจึงเป็นเรื่องที่จำเป็นอย่างยิ่ง
โชคดีที่ประเทศไทยมีตัวอย่างของรูปแบบการทำงานร่วมกันเพื่อแก้ไขปัญหาดังกล่าวเกิดขึ้นโดยได้รับการพิสูจน์แล้วว่าทำให้การสืบสวนสอบสวน ช่วยเหลือและฟื้นฟูเด็กประสบความสำเร็จอย่างสูง Children Advocacy Center of Thailand หรือศูนย์ ACT ซึ่งเป็นองค์กรที่ไม่หวังผลกำไร ได้เริ่มทำงานมาแล้วกว่าหนึ่งปี และเพิ่งจะมีการเปิดตัวอย่างเป็นทางการไปเมื่อเร็วๆ นี้ ศูนย์ดังกล่าวเป็นความร่วมมือกันของผู้ดำเนินการ Hug Project ตำรวจภูธรภาค 5 หน่วยงานบังคับใช้กฎหมายของอเมริกา เช่น Homeland Security Department และ Federal Bureau of Investigation และมูลนิธิต่างๆ ซึ่งทุกหน่วยได้ร่วมกันสนับสนุนงบประมาณในกิจการของศูนย์
ความสำเร็จดังกล่าวเกิดจากการตั้งเป้าหมายว่าเด็กหรือเหยื่อเป็นศูนย์กลางของการทำงานทั้งหมด ทำอย่างไรจึงจะป้องกัน ช่วยเหลือเด็กจากการตกเป็นเหยื่อ และเด็กต้องได้รับการดูแลและฟื้นฟูจิตใจที่ดีที่สุด โดยที่ไม่ต้องพบปะกับผู้คนมากหน้าหลายตาตามกระบวนการที่กำหนดให้มีผู้เกี่ยวข้องมากมายกับผู้เสียหาย
ศูนย์ ACT ได้เข้าไปให้ความรู้กับเด็กเพื่อป้องกันการตกเป็นเหยื่อการแสวงหาประโยชน์ทางเพศโดยได้ถ่ายทอดความรู้ผ่านกิจกรรมต่างๆ เช่น การสอนภาษา ศิลปะ กีฬา และการรู้เท่าทันภัยเทคโนโลยี หาข้อมูลที่เกี่ยวข้องเพื่อสนับสนุนการทำงานของตำรวจ นอกจากนี้ยังได้ทำตัวเป็นพี่เลี้ยงเด็กทั้งกระบวนการของคดีให้เด็กบอบช้ำน้อยที่สุดโดยในขณะเดียวกันก็ทำให้เด็กรู้สึกปลอดภัยที่จะมอบข้อมูลต่างๆ ให้กับเจ้าหน้าที่ จัดทำห้องสอบปากคำที่สามารถให้เจ้าหน้าที่หลายฝ่ายเข้ามาสอบปากคำเด็กได้พร้อมๆ กัน โดยมีอุปกรณ์บันทึกเสียงและภาพไว้ด้วย หรือแม้กระทั่งการสอบปากคำทาง VDO Conference กับทั้งในและต่างประเทศ
การดำเนินการของศูนย์ ACT ทำให้เกิดรูปแบบของความร่วมมือทำงานเป็นเนื้อเดียวกันของเจ้าหน้าที่หลายๆ หน่วยทั้งภาครัฐและเอกชน สนับสนุนงานของกันและกัน ไม่ซ้ำซ้อน มีประสิทธิภาพ เพราะมีเด็กเป็นศูนย์กลางและทำตั้งแต่ป้องกัน ตรวจสอบข้อมูล ช่วยเหลือและฟื้นฟูดูแลเด็ก ผลที่ได้อย่างเป็นรูปธรรมคือมีเด็กที่ตกเป็นเหยื่อน้อยลง ตำรวจได้รับข้อมูลสนับสนุนครบถ้วนมากขึ้นในการจับกุมผู้ต้องหา หน่วยงานต่างประเทศได้รับข้อมูลสำหรับการดำเนินคดีกับผู้ต้องหาให้ถึงที่สุด ส่วนเด็กที่เป็นผู้เสียหายก็ได้รับการช่วยเหลือและคุ้มครองให้จิตใจบอบช้ำน้อยที่สุด และได้รับการเตรียมความพร้อมสำหรับการดำเนินชีวิตต่อไป การดำเนินการในรูปแบบดังกล่าวทำให้ศูนย์ได้รับการชื่นชมจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องโดยเฉพาะอย่างยิ่งจากต่างประเทศ นอกจากนี้ยังได้รับการสนับสนุนจากหลายฝ่ายให้จัดตั้งศูนย์ในรูปแบบเดียวกันนี้ในหลายพื้นที่ที่พบเด็กกลุ่มเสี่ยงที่อาจตกเป็นเหยื่อของการแสวงหาประโยชน์ทางเพศหรือการค้ามนุษย์
ความสำเร็จของศูนย์ ACT นอกจากจะเกิดขึ้นจากการทุ่มเทเสียสละของผู้ที่เกี่ยวข้องแล้วยังเกิดจากการที่ทุกฝ่ายสามารถมุ่งไปที่เป้าหมายเดียวกันได้คือการยึดเด็กเป็นศูนย์กลางของทุกเรื่อง กระบวนการที่เกี่ยวข้องและหน้าที่ของแต่ละฝ่ายได้ถูกออกแบบมาเพื่อให้เด็กได้รับการดูแลอย่างดีที่สุด ทีมงานไม่มีการเกี่ยงงอนว่าเนื้องานไม่ใช่อำนาจหน้าที่ของตน อดคิดไม่ได้ว่าถ้าหน่วยงานราชการของไทยยึดรูปแบบของศูนย์ ACT เป็นตัวอย่างโดยออกแบบกระบวนการต่างๆ สำหรับบริการประชาชนให้ดีที่สุดแล้วคนไทยจะมีความสุขมากแค่ไหน
คงไม่ใช่เรื่องง่ายที่จะทำให้คนจากหลายองค์กรทำงานร่วมกันได้อย่างแท้จริง ต้องหาเป้าหมายร่วมหรือศูนย์กลางของการทำงานให้พบ ที่สำคัญคือต้องหาคนที่มีความเสียสละและมุ่งมั่นในการทำงานมาร่วมงานกันเคยมีคนบอกว่าพลังที่ยิ่งใหญ่ที่สุดคือพลังของจิตอาสาเพราะพวกเขาทำงานโดยไม่หวังผลตอบแทนและมีความตั้งใจจริงในการทำงาน ถึงเวลาแล้วที่ประเทศไทยต้องให้ความสำคัญกับพลังของจิตอาสามากขึ้นกว่าที่ผ่านมา โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกรณีที่พิสูจน์แล้วว่าเป็นรูปแบบที่ประสบความสำเร็จ







