
คสช.มีแววปฏิรูปไม่สำเร็จ ถ้าไม่ทำอะไร ก็ต้องชุมนุม กันอีก
โดย...ทีมข่าวการเมืองโพสต์ทูเดย์
โดย...ทีมข่าวการเมืองโพสต์ทูเดย์
ศ.ธีรยุทธ บุญมี อดีตผู้อำนวยการสถาบันสัญญา ธรรมศักดิ์ เพื่อประชาธิปไตย บรรยายเรื่อง คนจนคือเบี้ยทางเศรษฐกิจ สังคม และการเมือง ที่สถาบันเอเชียศึกษา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ โดยระบุว่า กลไกของประชาธิปไตยไม่ได้ขึ้นกับกฎหมายท่านั้น แต่ขึ้นกับกฎหมายรัฐ กฎหมายสังคม รวมถึงกฎหมายชุมชน
ทั้งนี้ หากกลไกดังกล่าวไม่สามารถทำงาน สังคมประชาธิปไตยก็จะเดินหน้าไม่ได้ โดยที่ผ่านมา ที่มีการชุมนุมประท้วงครั้งใหญ่หลายสิบครั้ง ล้วนเกิดขึ้นเพราะกลไกบังคับใช้กฎหมายไม่ทำงาน และยังเอื้อประโยชน์ให้กับผู้มีอิทธิพล ข้าราชการ นายทุน รวมถึงทำให้วิถีชีวิตชุมชนพังทลายลง ทำให้สภาพการณ์เสื่อมทราม เลวร้าย นำไปสู่กระแสการเรียกร้องให้เกิดการปฏิรูป
ธีรยุทธ บอกอีกว่า ปัจจุบันคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ยังไม่ได้ดำเนินการปฏิรูปประเทศ และมีแนวโน้มที่จะปฏิรูปไม่สำเร็จ โดยเห็นว่าทหารมีท่าทีกระอักกระอ่วนที่จะยอมรับการปฏิรูป ด้วยเหตุผล 2 ข้อที่สำคัญ คือ 1.ทหารไม่ใช่ผู้เชี่ยวชาญในการตัดสินใจว่าควรปฏิรูปอะไร และ 2.ไม่ได้เชื่อมโยงบุคลากรในวงการต่างๆ ที่พอจะใช้งานได้อย่างวางใจ และไม่มีผลประโยชน์ส่วนตัวเพียงพอ
“ตัวอย่างสำคัญมีให้เห็นในรัฐบาล พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ ซึ่งสุดท้ายไม่ได้มีการปฏิรูปอะไร ส่วนรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ นั้นใช้ทหารอย่างเดียว เพราะเป็นลูกน้องและไว้วางใจ แต่จะรักษาไม่ให้เกิดผลประโยชน์ทับซ้อนได้หรือไม่ จะต้องเฝ้ามองด้วยความห่วงใยต่อไป” ธีรยุทธ ระบุ
เขาบอกอีกว่า ที่ผ่านมาประเทศไทยมีกระแสเรียกร้องให้เกิดการปฏิรูปอยู่หลายครั้ง เช่น มีการกดดันด้วยสีเขียวให้เกิดการปฏิรูป และเกิดรัฐธรรมนูญฉบับประชาชนขึ้นในปี 2540 แต่หลังจากนั้น
ก็มีปัญหา มีการชุมนุมประท้วง มีการจลาจลในปี 2549 และปี 2557 หลังจากนั้นจึงมีการรัฐประหาร 2 หน คนที่เข้ามารับช่วง รวมถึงต้องแบกภารกิจที่ประชาชนเรียกร้องก็คือทหาร แต่สุดท้ายการปฏิรูปยังไม่เกิดขึ้น
ทั้งนี้ ถือเป็นเรื่องน่าเสียดาย เพราะที่ผ่านมามีการศึกษาเรื่องการปฏิรูปหลายด้าน และหลายเวอร์ชั่น ไม่ว่าจะเป็นข้อเสนอของสำนักงานกองทุนวิจัยแห่งชาติ (สกว.) ตั้งแต่ก่อนปี 2540 รวมถึงมีงานของคณะกรรมการปฏิรูปประเทศชุดอานันท์ ปันยารชุน และสมัชชาปฏิรูปประเทศ ของ ศ.นพ.ประเวศ วะสี
รวมถึงครั้งที่ผ่านมา ก็มีสถาบันเอกชนต่างๆ ที่ไม่เคยสนใจการปฏิรูปเข้ามาร่วมด้วย ไม่ว่าจะเป็น หอการค้าไทย สมาคมธนาคารแห่งประเทศไทย ก็ออกมาขยับ จึงถือเป็นโอกาสสำคัญที่จะเริ่มต้นดำเนินการ แต่กลับไม่มีการนำข้อเสนอมาดำเนินการจริงจัง
ธีรยุทธ บอกอีกว่า ที่ผ่านมาฝ่ายการเมืองจะอ้างว่ามีปัญหาทุกครั้ง คืออ้างว่าระบบการเมืองไม่พร้อม เป็นรัฐบาลผสม อ่อนแอ ปฏิรูปไม่ได้ ทำได้แค่ตั้งกรรมการศึกษาเพื่อปฏิรูป การปฏิรูปจึงต้องอาศัยรัฐบาลทหาร แต่ก็น่าเสียดายที่มุมมองด้านการปฏิรูปของทหารยังไม่เพียงพอ
“ลองฟังบทเพลงที่ พล.อ.ประยุทธ์ แต่ง จะเห็นว่าภัยสงครามเกิดจากความแตกแยก ทำให้กระทบชาติ สถาบันพระมหากษัตริย์ และสังคม ท่านจำกัดความว่าปัญหาคือความมั่นคง ไม่ใช่การปฏิรูป หนึ่งปีแรกจึงไม่ได้พูดถึงปฏิรูป อาจจะมีการตั้งกรรมการบ้าง แต่ไม่ใช่หัวใจ เพราะภารกิจของกองทัพคือความมั่นคงของชาติ การแก้ปัญหาคือให้เกิดความสามัคคีของคน แต่นักวิชาการมองเหมือนกันว่าปัญหาอยู่ที่โครงสร้างสังคม แนวคิด วัฒนธรรม แบบแผนของข้าราชการ และนักการเมือง ซึ่งเลวร้ายลงไปเรื่อยๆ”
ในมุมมองของธีรยุทธ เห็นว่าหากไม่เริ่มปฏิรูปวันนี้ ก็จะเกิดการชุมนุมขนาดใหญ่ขึ้นอีก และปัญหาอย่างเดิมก็จะกลับมา ด้วยเหตุนี้ ประเทศไทยจึงต้องการคนอุทิศตัวเสียสละ เพื่อลงแรงให้เกิดการปฏิรูปอย่างจริงจัง
“การปฏิรูปที่สำเร็จได้ ไม่ได้เกิดจากบุคคลธรรมดา ใครคนนึง แต่ต้องเกิดจากสังคม หรือบุคคลพิเศษ ซึ่งมีฐานะพิเศษทางประวัติศาสตร์ เป็นรัฐบุรุษ และเป็นผู้นำในการปฏิรูป เช่น ชาร์ลเดอโกล ของฝรั่งเศส พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 การปฏิรูปเมจิญี่ปุ่น และจอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์ ซึ่งศาสตร์และศิลป์ดังกล่าวทำให้ประชาชน ข้าราชการ นักธุรกิจ เชื่อมั่น ทำให้เกิดอุดมคติ ความคิด ค่านิยมรักชาติ รักประชาธิปไตย มีความรับผิดชอบปักหลัก เป็นการปฏิรูปที่ถาวรของประเทศได้ ปัญหาจึงอยู่ที่ คสช. โดยเฉพาะ พล.อ.ประยุทธ์ ว่าคาดหวังบทบาทตัวเองไว้อย่างไร” ธีรยุทธ ระบุ
“ต้องใช้ศาสตร์และศิลป์ของผู้นำในการเลือกคน เลือกประเด็น และใช้อำนาจในการปฏิรูปให้สำเร็จ ทั้งหมดนี้ไม่ใช่เรื่องง่าย แต่อยากจะให้แง่คิดว่า เราจะโชคดีมากถ้าการปฏิรูปเกิดขึ้นในสังคมไทย แต่จะโชคร้ายมากถ้าการปฏิรูปไม่เกิดขึ้น” ธีรยุทธ กล่าว







