
หากไม่มีผลประโยชน์ ก็ควรปล่อยให้เคลื่อนไหว
แม้จะถูกมองว่าสนับสนุนรัฐบาล คสช.มาตลอด แต่ ธีรยุทธ กลับไม่เห็นด้วยกับแนวทางของ คสช. ที่ต้องการจำกัดการชุมนุมเคลื่อนไหวในประเด็นต่างๆ โดยเห็นว่าการแสดงออกเชิงประชาธิปไตยยังเป็นสิ่งที่จำเป็น และเป็นสิ่งที่ควรสนับสนุน
แม้จะถูกมองว่าสนับสนุนรัฐบาล คสช.มาตลอด แต่ ธีรยุทธ กลับไม่เห็นด้วยกับแนวทางของ คสช. ที่ต้องการจำกัดการชุมนุมเคลื่อนไหวในประเด็นต่างๆ โดยเห็นว่าการแสดงออกเชิงประชาธิปไตยยังเป็นสิ่งที่จำเป็น และเป็นสิ่งที่ควรสนับสนุน
“การเคลื่อนไหว ถ้าไม่มีเรื่องผลประโยชน์ การรับจ้าง หรือการก่อกวน ก็ไม่สมควรที่จะต้องไปห้าม หากการแสดงออกเชิงประชาธิปไตยเกิดจากความคิด ผมเปิดกว้าง ยอมรับ และถือเป็นสิ่งที่ควรจะมีในสังคม”ธีรยุทธ ระบุ
ทั้งนี้ เขายังแสดงความไม่เห็นด้วยกับ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม รวมถึงทีมโฆษก คสช. ที่แถลงข่าวตลอดว่า คสช.ไม่ได้ “ละเมิดสิทธิมนุษยชน” เพราะในความเป็นจริงการค้นบ้าน จับกุม หรือกักขังคนนั้นละเมิดสิทธิเสรีภาพแน่นอน
“ถ้าท่านจะทำ ต้องอธิบายเลยว่าเป็นความจำเป็น หรือไม่จำเป็นอย่างไร เช่น อาจจะพูดว่าเป็นความจำเป็นที่ต้องทำเพื่อความสงบ เรื่องสิทธิเสรีภาพที่อ้างมาเป็นเหตุผลที่ไม่ถูกต้อง หากท่านใช้เหตุผลอื่น คนจะรับฟังเองว่าสมเหตุสมผลหรือไม่ ถ้าคนบอกถูกก็แสดงว่าสมเหตุสมผล แต่ถ้าคนเริ่มค้าน ก็แปลว่าไม่สมเหตุสมผล”
นอกจากนี้ ธีรยุทธ ยังไม่เห็นด้วยกับข้อเสนอ สว.แต่งตั้งจาก คสช.จำนวน 200 คน และคัดสรรอีก 50 คน เพื่อดูแลสถานการณ์และปฏิรูปอีก 5 ปี เพราะเห็นว่าการปฏิรูปควรต้องรีบทำขณะนี้ มากกว่าจะรออำนาจจาก สว. หรือผลักภาระให้กับรัฐบาลชุดต่อไป ซึ่งโดยหลักการเห็นว่าการปฏิรูปควรต้องรีบทำขณะที่มีอำนาจเชิงเดี่ยว ต่างจากรัฐบาลปกติที่มีอำนาจ 3-4 อำนาจคอยถ่วงดุล ทำให้การปฏิรูปเดินหน้าได้ลำบาก
“ด้วยเหตุนี้ จึงต้องให้แง่คิดว่าการเสียสละหลักการประชาธิปไตยที่ผ่านมา มันสมเหตุสมผลจริงหรือไม่ ท่านต้องอธิบายให้ได้ ถ้าไม่สมเหตุสมผล ในอนาคตคนก็จะมองว่าไม่สมเหตุสมผล และในที่สุดก็จะสร้างปัญหาขึ้นมาอีกในอนาคต”
ธีรยุทธ แสดงความเห็นอีกว่า ในช่วง 2 ปีที่ผ่านมาของรัฐบาล คสช. เน้นแต่เรื่องของการจัดระเบียบ แต่กลับไม่ได้ส่งเสริมให้อำนาจของประชาชนเข้ามามีบทบาทในการจัดการปัญหา นอกจากนี้ ยังมองว่าร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ยังไม่ได้มุ่งแก้ปัญหาที่สำคัญ รวมถึงเปิดโอกาสให้ประชาชนเข้ามามีส่วนร่วมในการปฏิรูปได้เพียงพอ
“ยังหวังว่าในรอบหนึ่งปีเศษของรัฐบาลนี้ น่าจะทำส่วนที่ยังไม่ได้ทำให้มากขึ้น เช่น การส่งเสริมให้อำนาจของประชาชน เพิ่มอำนาจการปกครองท้องถิ่น ให้มุ่งรับใช้ประชาชน และสร้างประโยชน์ให้กับสาธารณะ โดยประเด็นดังกล่าวควรทำให้เป็นนโยบายที่รัฐบาลชุดใดๆ ในอนาคตเข้ามาเปลี่ยนแปลงได้ยาก”







