
"มาร์ค" วอนรับฟังความเห็นต่างหวั่นประชามติเสียของ
ปชป.เตรียมประกาศท่าทีประชามติ ต้นเม.ย.ยึดเป้าประเทศเดินหน้าสู่ประชาธิปไตยยั่งยืน วอนรับฟังความเห็นแตกต่าง หวั่นประชามติเสียของ
ปชป.เตรียมประกาศท่าทีประชามติ ต้นเม.ย.ยึดเป้าประเทศเดินหน้าสู่ประชาธิปไตยยั่งยืน วอนรับฟังความเห็นแตกต่าง หวั่นประชามติเสียของ
นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) กล่าวว่า หลังจากเห็นร่างรัฐธรรมนูญแล้ว ตอนนี้สมาชิกที่สนใจกำลังอ่านและจะได้มีบทวิเคราะห์ออกมา ส่วนการกำหนดท่าทีต่อประชามติคาดว่าประมาณต้นเดือนเม.ย.นี้ น่าจะกำหนดได้ อย่างไรก็ตามเบื้องต้นเรื่องสิทธิเสรีภาพประชาธิปไตย ถดถอยจากปี 2550 โดยเฉพาะในบทเฉพาะกาลเรื่องบทบาทหน้าที่สว. ตรงนี้เป็นจุดอ่อนที่ชัดเจน อีกทั้งการแก้ไขรัฐธรรมนูญก็ทำได้ค่อนข้างยาก แต่พรรคสนับสนุนทุกมาตรการที่เกี่ยวกับการปราบโกง
อย่างไรก็ตาม การพิจารณาของสมาชิกพรรคต่อไปต้องประกอบกับสถานการณ์ทางการเมืองด้วย โดยเป้าหมายสุดท้ายต้องการให้ประเทศเดินหน้าได้ โดยเดินไปสู่ประชาธิปไตยที่มีความยั่งยืน โดยจะต้องดูปัจจัยอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับพรรคด้วย นอกจากนี้ อยากให้ คสช.มีความชัดเจนว่าในกรณีที่ประชาชนไม่รับร่างรัฐธรรมนูญจะทำอย่างไร ไม่เช่นนั้นจะกลายเป็นเรื่องทางการเมืองมากกว่าเนื้อหาสาระ
“เนื้อหาสาระผมบอกแล้วว่ามันถดถ้อย แต่การตัดสนใจในเรื่องประชามติต้องคำนึงถึงการเดินหน้าของประเทศ เพราะฉะนั้นต้องมาชั่งน้ำหนักให้ดี คงต้องดูอีกหลายปัจจัย โดยเฉพาะ ถ้าคสช.จะบอกกับประชาชนว่า ทางเดินในกรณีที่ไม่รับคืออะไร จะช่วยทำให้เกิดความชัดเจนมากขึ้น”นายอภิสิทธิ์ กล่าว
อย่างไรก็ตาม การทำประชามติิเป้าหมายคือเพื่อให้ประชาชนได้มีส่วนร่วม ถ้าไม่เปิดโอกาสให้ประชาชนมีส่วนร่วม และไม่ให้คนที่มีความเห็นแตกต่างแสดงความเห็นได้ ตัวประชามติ ก็ไม่มีความหมาย เสียงบประมาณเปล่าๆ ไม่ได้สามารถสร้างความคุ้มกันได้ หรือสร้างความชอบธรรมให้กับรัฐธรรมนูญได้ จึงอยากให้คสช. รับฟังปัญหาที่แตกต่าง
“ที่ผ่านมาคนที่ถูกเรียกไปปรับทัศนคติ ปรับออกมาแล้วก็ไม่เห็นทัศนคติเปลี่ยนกันเลย ไปเข้าคอร์สก็เท่านั้น และถ้าถูกมองว่าเป็นการข่มขู่ก็ยิ่งไปกันใหญ่ คสช.ต้องรับฟังความเห็นที่หลากหลายมากขึ้น”นายอภิสิทธิ์ กล่าว
นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ไม่สบายใจกับกลุ่มที่แสดงท่าทีไม่รับร่างรัฐธรรมนูญแล้วจะนำเรื่องการเมืองเข้ามาผสม หรือนำไปเป็นเงื่อนไขที่จะสร้างความขัดแย้งทางการเมืองอีก เพราะฉะนั้นต้องระวัง และชั่งน้ำหนักให้ดี เพราะเป้าหมายคือทำอย่างไรให้ประเทศเดินหน้าได้ในแนวทางประชาธิปไตยที่ยั่งยืน ถ้าในช่วงแรกจะไม่เป็นประชาธิปไตย ก็ต้องมีคำตอบ ที่ชัดเจนว่าแล้วจะกลับไปสู่ประชาธิปไตยได้อย่างไร
เมื่อถามว่ามาตรา 271 ในบทเฉพาะกาลที่เกี่ยวกับอำนาจหน้าที่ สว.เกี่ยวกับการพิจารณากฎหมายที่กระทบต่อกระบวนการยุติธรรม ตรงนี้เท่ากับเปิดช่องทั้งรับหรือไม่รับเรื่องนิรโทษกรรมหรือไม่ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ตรงนี้ใช่ และต้องแกะรหัสให้ครบถ้วน เพราะบางทีการเขียนด้วยเจตนาอย่างหนึ่ง แต่พอถึงเวลาจริงอาจจะไปอีกอย่าง
“เหมือนที่เคยคิด จะเอาข้าราชการฝ่ายความมั่นคงไปถ่วงดุล คานอำนาจ แต่ผลที่เกิดขึ้นในปีแรกอาจจะใช่ แต่ปีต่อๆไป เขาเป็นรัฐบาลเขาอาจจะไปแทรกแซงหน่วยงานความมั่นคง เพราะเขารู้ว่า คนเหล่านี้จะไปเป็นสว.ด้วย ตรงนี้ก็เหมือนกัน ซึ่งเข้าใจเจตนาของคนเขียนว่ากลัวจะมีคนไปทำกฎหมายเรื่องนิรโทษกรรม อาจจะในความหมายที่ไม่อยากให้ทำ แต่ทำไปทำมาถ้าสถานการณ์ผลิกผัน จะไปทำก็ได้ เพราะฉะนั้นตรงนี้เป็นสิ่งที่ควรดูกันให้ครบถ้วน จริงๆ”นายอภิสิทธิ์กล่าว







