posttoday
ไมตรีต่อประเทศถูกทิ้ง การรุกคืบของจีนในอุษาคเนย์

ไมตรีต่อประเทศถูกทิ้ง การรุกคืบของจีนในอุษาคเนย์

29 มีนาคม 2559

ประเทศจีนเริ่มสร้างเขื่อนกั้นแม่น้ำโขงตอนบนมาตั้งแต่ปี 2536 ก่อสร้างแล้วเสร็จไปแล้ว 6 เขื่อน จากเป้าหมายจะสร้างไม่น้อยกว่า 15 เขื่อน ทั้งหมดก็เพื่อผลิตพลังงานไฟฟ้าตอบสนองการพัฒนาประเทศตัวเอง และส่งขายประเทศผู้ซื้อ

ประเทศจีนเริ่มสร้างเขื่อนกั้นแม่น้ำโขงตอนบนมาตั้งแต่ปี 2536 ก่อสร้างแล้วเสร็จไปแล้ว 6 เขื่อน จากเป้าหมายจะสร้างไม่น้อยกว่า 15 เขื่อน ทั้งหมดก็เพื่อผลิตพลังงานไฟฟ้าตอบสนองการพัฒนาประเทศตัวเอง และส่งขายประเทศผู้ซื้อ

ผลที่ตามมาทำให้ประเทศที่อยู่ตอนล่างของแม่น้ำได้รับผลกระทบ การปล่อยน้ำจากเขื่อนที่ไม่มีความแน่นอน ส่งผลให้ระดับน้ำในลำน้ำมีความผิดปกติ 8 จังหวัดของไทยที่แม่น้ำโขงไหลผ่านก็ถูกคุกคามจากการสร้างเขื่อนอย่างมิอาจปฏิเสธ

เมื่อหลายจังหวัดในภาคเหนือและอีสานของไทยประสบภัยแล้ง เร็วๆ นี้ จีนจึงปล่อยน้ำมาช่วยบรรเทาความเดือดร้อนเพื่อแสดงน้ำใจ (บ้าง) จนรัฐบาลไทยถึงกับป่าวประกาศขอบคุณในน้ำมิตรเป็นการใหญ่

ทว่าความจริงไม่ได้เป็นเช่นนั้น เพราะกว่า 23 ปี หลังมีเขื่อนม่านวาน ซึ่งเป็นคันกั้นน้ำขนาดยักษ์ขวางลำน้ำโขง ชีวิตของประชาชนประเทศท้ายน้ำได้รับความเดือดร้อนมาอย่างต่อเนื่อง

“ชาวบ้านไม่สามารถใช้ภูมิรู้ที่มีอยู่เดิมในการดำรงชีวิตได้อีกต่อไป การประมงมีฤดูอพยพของปลาที่ต้องอาศัยความสมบูรณ์ของแม่น้ำ เมื่อขึ้นลงไม่ปกติปลาก็ไม่สามารถดำรงอยู่ได้ เปรียบเทียบแล้วจับได้ลดลงกว่าเมื่อก่อนถึง 90%

“หรือการเกษตรริมฝั่งเมื่อก่อนสามารถคำนวณได้ว่าจะเพาะปลูกอะไรเมื่อใด ปัจจุบันบางหมู่บ้านถึงกับเลิกทำไปเลย เพราะปีหนึ่งน้ำท่วมผลผลิต 3-4 รอบ” จีระศักดิ์ อินทะยศ ผู้ประสานงานกลุ่มรักษ์เชียงของ อ.เชียงของ จ.เชียงราย บอกเล่าถึงความเปลี่ยนแปลงของระดับน้ำหลังจากเขื่อนม่านวานปรากฏตัวขึ้น

บาดแผลของชาวบ้านริมฝั่งโขง อาจเป็นเรื่องน้อยนิด เมื่อเปรียบเทียบกับระดับความสัมพันธ์ไทย-จีน ที่เพิ่งเฉลิมฉลองครบรอบ 40 ปี ไปเมื่อปี 2558

นายกรัฐมนตรี ม.ร.ว.คึกฤทธิ์ ปราโมช คือผู้นำไทยคนแรกที่เดินทางไปเปิดสัมพันธ์ทางการทูตกับจีนอย่างเป็นทางการ ณ กรุงปักกิ่ง เมื่อปี 2518 การเจรจาความเมืองในครั้งนั้น นำมาสู่ความสัมพันธ์อันแนบแน่นระหว่างสองประเทศกระทั่งบัดนี้

ล่าสุด พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี กล่าวสุนทรพจน์ในพิธีเฉลิมฉลองในโอกาสครบรอบ 40 ปี ความสัมพันธ์ทางการทูตไทย-จีน ณ เมืองทองธานี เมื่อวันที่ 27 มิ.ย. 2558 ตอนหนึ่งว่า “...รัฐบาลจะผลักดันความร่วมมือหุ้นส่วนเชิงยุทธศาสตร์ที่มีคุณภาพและเกิดประโยชน์อย่างแท้จริงต่อประชาชนทั้งสองฝ่าย รวมทั้งความเจริญรุ่งเรืองและความมั่นคงของภูมิภาคนี้”

ภายใต้มิตรภาพข้างต้น พล.อ.ประยุทธ์ ได้เดินทางไปเยือนจีนมาแล้ว 2 ครั้ง

การยกย่องเชิดชูจีนชนิดเอาหลังพิงของผู้นำไทยในปัจจุบัน ไม่ใช่เรื่องน่าประหลาดของประเทศผู้ถูกทิ้งจากนานาประเทศ ที่จำต้องหาตัวช่วยในภาวะถูกบีบรัด

แต่อย่างไรก็ดี เมื่อย้อนไปดูการก้าวขึ้นมาเป็นมหาอำนาจของพญามังกร ที่ผ่านมาจีนก็ได้หยิบยื่นไมตรีต่อประเทศในอุษาคเนย์มาอย่างต่อเนื่อง กระทั่งมีการยกระดับการพัฒนาความสัมพันธ์เชิงยุทธศาสตร์ไปสู่จุดความสัมพันธ์ทวิภาคีที่มุ่งส่งเสริมผลประโยชน์ทางด้านการค้าและการลงทุนระหว่างประเทศมากขึ้นเป็นลำดับ

นโยบายเปลี่ยนสนามรบเป็นสนามการค้าของรัฐบาล พล.อ.ชาติชาย ชุณหะวัณ ถือเป็นจุดเปลี่ยนครั้งสำคัญในการสร้างศูนย์กลางการค้าในลุ่มน้ำโขง ซึ่งสอดคล้องกับแนวคิดสี่เหลี่ยมเศรษฐกิจและการเชื่อมต่ออนุภูมิภาคลุ่มน้ำโขง (GMS) ของธนาคารพัฒนาเอเชีย

จุดเริ่มต้นดังกล่าวนำไปสู่การเปิดศักราชใหม่ของการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐาน เพื่อเชื่อมต่อประเทศต่างๆ ในภูมิภาค แต่ทว่าหลายโครงการได้เอื้อประโยชน์ให้จีนสามารถขยายอิทธิพลทางเศรษฐกิจและการเมืองสู่ลุ่มน้ำโขงได้อย่างรวดเร็ว

การแผ่อิทธิพลของจีนมีลูกล่อลูกชนสูง และมีชั้นเชิงทางการเมืองแพรวพราว โดยช่วงที่ไทยได้รับผลกระทบจากวิกฤตเศรษฐกิจอย่างรุนแรงในปี 2541 จีนก็จ่ายเงินช่วยไทยถึง 1,000 ล้านเหรียญสหรัฐ เพื่อกอบกู้วิกฤตไอเอ็มเอฟ

ในแง่การเมือง รัฐบาลชุดต่อๆ มาก็เอาใจจีนมาต่อเนื่อง หลังรัฐประหาร 19 ก.ย. 2549 แม้นโยบายต่างประเทศของจีนในอุษาคเนย์จะสะดุดบ้าง แต่รัฐบาล พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ ก็ดำเนินความสัมพันธ์ให้ราบรื่นไปได้ด้วยดี ขณะที่จีนเองก็ถึงกับแสดงท่าทีต่อการทำรัฐประหารว่าเป็นกิจการภายในของไทย และยังเสนอความช่วยเหลือทางทหารแก่ไทยอีกด้วย

ไม่แตกต่างจากรัฐบาลชุดปัจจุบัน ที่ดูพินอบพิเทากรณีส่งตัวอุยกูร์กลับให้จีน จนเป็นต้นเหตุความรุนแรงขึ้นใจกลางกรุงเทพฯ ขณะที่จีนก็มีความเอื้ออาทรให้อย่างต่อเนื่อง ถึงขนาดปล่อยน้ำมาช่วยในยามยาก

แต่กล่าวอย่างถึงที่สุด ภายใต้ความสัมพันธ์ที่แนบแน่นกับจีน ทุกรัฐบาลได้ให้น้ำหนักไปกับการใช้กลไกรัฐชี้นำการใช้ทรัพยากรธรรมชาติอย่างสะดวกมือ แต่ได้ปล่อยให้ทุกข์ของชาวบ้านริมฝั่งโขงกลายเป็นความเงียบงัน

ชาวบ้านแขวงบ่อแก้ว และบางพื้นที่ใน สปป.ลาว กำลังเดือดร้อนอย่างหนัก เพราะสวนกล้วยที่จีนมาเช่าปลูกบริเวณฝั่งตรงข้าม อ.เชียงของ ได้ปล่อยสารเคมีลงลำน้ำจนกระทบต่อวิถีชีวิต ขณะที่ชาว อ.พญาเม็งราย และ อ.ขุนตาล จ.เชียงราย ก็ไม่แตกต่างกัน เพราะทุนจีนซึ่งเข้ามาเช่าพื้นที่ปลูกกล้วยหอมและพืชอื่นกว่า 2,700 ไร่ ได้สูบน้ำจากแม่น้ำอิงจนแห้งขอด เกษตรกรต้องยกขบวนไปร้องถึงอำเภอ

ฉะนั้นหุ้นส่วนในเชิงยุทธศาสตร์ระหว่างประเทศจึงต้องตั้งอยู่บนเงื่อนไขความเป็นธรรม มิใช่การใช้ความสัมพันธ์เอื้อต่อกลไกตลาดเสรี โดยมิเหลียวมองวิถีความเป็นอยู่ของผู้คนที่ได้รับผลกระทบ

ข่าวล่าสุด

สันติธารชู 3 แผนสร้างเสถียภาพพลังงาน ชงอาเซียนผนึกทุนสู้โลกร้อน

สันติธารชู 3 แผนสร้างเสถียภาพพลังงาน ชงอาเซียนผนึกทุนสู้โลกร้อน