
ตร.ยันไทยไม่ใช่เป้า
“บิ๊กป้อม” ยันแม้ไทยไม่ใช่คู่ขัดแย้ง แต่ให้ระวังกลุ่มก่อการร้ายที่อาจเข้าออกไทย เพิ่มระดับ รปภ.เส้นทางคมนาคม สนามบิน
“บิ๊กป้อม” ยันแม้ไทยไม่ใช่คู่ขัดแย้ง แต่ให้ระวังกลุ่มก่อการร้ายที่อาจเข้าออกไทย เพิ่มระดับ รปภ.เส้นทางคมนาคม สนามบิน
พล.ต.ท.ณัฐธร เพราะสุนทร ผบช.สตม. ในฐานะรองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยว่า หลังเกิดเหตุระเบิดที่ท่าอากาศยานนานาชาติในกรุงบรัสเซลส์ ประเทศเบลเยียม ทาง สตม.ได้กำชับให้ดูแลสนามบินนานาชาติทั้ง 6 แห่ง อาทิ สุวรรณภูมิ ดอนเมือง ภูเก็ต หาดใหญ่ เชียงใหม่ และเชียงราย โดยตรวจเข้มบุคคลที่เดินทางเข้าออก
ขณะเดียวกัน ทางเจ้าหน้าที่ได้ประสานกับทางสถานทูตเบลเยียมเพื่อนำประวัติผู้ต้องสงสัยเข้าบรรจุในฐานข้อมูลบุคคลต้องห้ามต่อไป อย่างไรก็ตามยืนยันว่าประเทศไทยไม่ใช่เป้าหมายของการก่อเหตุ แต่ทาง สตม.ได้เริ่มระดมกวาดล้างชาวต่างชาติที่อยู่ในราชอาณาจักรโดยผิดกฎหมายซึ่งเริ่มเมื่อปี 2558 โดยในเดือน ต.ค. มีชาวต่างชาติอยู่เกินกำหนด 8.1 แสนคน แต่หลังจากมีการระดมกวาดล้างทุกเดือน ทำให้ชาวต่างชาติที่อยู่โดยผิดกฎหมายเหลือเพียง 3.2 แสนคน ในเดือน มี.ค. 2559
พ.ต.อ.พันธนะ นุชนารถ รอง ผบก.ป. กล่าวว่า ที่ผ่านมามีการส่งคดีอาชญากรรมข้ามชาติ เข้ามาต่อเนื่องทั้งในสังกัด บช.ก. และตำรวจสากล หรืออินเตอร์โพล รวมทั้งสถานทูตต่างๆ เป็นคลังข้อมูลที่มีประโยชน์จำแนกแผนประทุษกรรมของคนร้าย 18 ประเภท รวมทั้งรวบรวมความเชื่อมโยงกับกลุ่มก่อการร้ายสากล
พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนะเจริญ รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กล่าวว่า ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ได้กำชับให้หน่วยงานการข่าว สันติบาล บูรณาการการข่าวกับหน่วยข่าวของไทยและ
ต่างประเทศ และเน้นย้ำให้หน่วยปฎิบัติการดูแลพื้นที่ที่มีนักท่องเที่ยวอยู่เป็นจำนวนมาก
พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯและ รมว.กลาโหม กล่าวว่า แม้ไทยไม่ใช่คู่ขัดแย้ง แต่ทางการไทยก็ไม่ประมาท และได้เพิ่มความระมัดระวังกลุ่มก่อการร้ายที่อาจผ่านเข้าออกไทย โดยเฉพาะเส้นทางคมนาคม สนามบิน รถไฟฟ้า รถไฟ สถานทูต
“เราระมัดระวังมาตลอด เพราะการก่อการร้ายสามารถเกิดได้ทุกพื้นที่ ไม่ว่า ที่ไหน เราต้องมีมาตรการในการป้องกันให้ได้ เราพยายามทำให้เกิดความปลอดภัยให้มากที่สุด” พล.อ.ประวิตร กล่าว
พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า ได้มอบหมายให้สภาความมั่นคงแห่งชาติ พิจารณาแผนในการป้องกันการก่อการร้าย แต่ยังไม่มีรายงานกลุ่มต้องสงสัยเข้ามาในไทย







