posttoday

"แว่นอ้อย ฉายภิรมย์" แม่ของลูก 500 ชีวิต

23 มีนาคม 2559

"ถ้าดิฉันไม่ดูแลเขา แล้วใครจะดูแล พวกเขาเหล่านี้เป็นเด็กไม่มีพ่อไม่มีแม่ ดิฉันก็เหมือนแม่ของพวกเขา การที่ได้เห็นเขาตัวโตขึ้นเรื่อยๆ มีพัฒนาการที่ดีขึ้นเรื่อยๆ มันก็เป็นความสุขใจ"

โดย...วนิชชา ตาลสถิตย์, ตุลย์ จตุรภัทร

มนุษย์เราแม้เลือกเกิดได้ ก็คงเลือกที่จะมีชีวิตที่ดี ไม่ว่าจะทั้งฐานะ ร่างกาย หรือแม้แต่เรื่องการเรียน และความรัก แต่ในความเป็นจริง น้อยคนนักที่จะเกิดมาพบกับความเป็นอยู่ที่ดีมีพร้อมทุกอย่าง

วันนี้เราได้พบกับสุภาพสตรีท่านหนึ่ง เธอคือ แว่นอ้อย ฉายภิรมย์ เจ้าหน้าที่ฝ่ายจัดการเรื่องอาหาร ที่สถานสงเคราะห์เด็กพิการทางสมองและปัญญา หรือที่รู้จักกันในนามบ้านราชาวดี (หญิง) วัย 51 ปี ผู้ที่จะมาบอกเล่าประสบการณ์ชีวิตเกี่ยวกับการเป็นความหวัง และเป็นปาฏิหาริย์ให้แก่เด็กพิการทางสมองและปัญญาให้ได้เกิดขึ้นจริง

“ดิฉันทำงานตรงนี้มากว่า 25 ปีแล้ว เข้ามาได้ด้วยการมาสมัครสอบ ทั้งข้อเขียนและปฏิบัติ โดยเขาให้ทดสอบอาบน้ำให้เด็ก ผู้สมัครทุกคนคว้าเด็กที่ดูแลตัวเองได้กันหมดเลย แต่ดิฉันเหลือบไปเห็นเด็กคนหนึ่งชื่อน้องอุ๊ เขาดูแลตัวเองไม่ได้ ดิฉันก็เข้าไปอุ้มเขาแล้วพาเขาไปอาบน้ำ หลังจากนั้นเราก็ได้เข้ามาทำงานนี้ และก็ได้เข้ามาดูแลน้องอุ๊ รวมทั้งเด็กพิการอีกหลายๆ คน ดิฉันคิดว่า การที่ดิฉันได้เข้ามาทำงานตรงนี้ได้ คงเป็นเพราะการมีจิตเมตตาจริงๆ ไม่รังเกียจเด็กพิการทางสมองและปัญญา ไม่แม้กระทั่งอุจจาระของเด็กเหล่านี้”

จะมีสักกี่คนที่เลือกเดินบนเส้นทางที่รู้ว่าจะต้องสูญเสียเวลาส่วนตัวไปครึ่งค่อนชีวิตแน่ๆ แต่แว่นอ้อยกลับอุทิศตัวเพื่อดูแลเด็กพิการทางสมองและปัญญากว่า 500 ชีวิต เธอให้ความรักแก่พวกเขา ดูแลพวกเขาอย่างเข้าอกเข้าใจ และพวกเขาก็รักเธอ จนเธอกลายเป็นแม่ของเด็กๆ เหล่านี้ด้วยความเต็มใจ แม้ค่าตอบแทนที่เธอได้รับจะน้อยนิด แต่เธอก็ให้ความสำคัญกับคุณค่าชีวิตของเด็กเหล่านี้มากกว่า

“จากที่ดิฉันทำหน้าที่เป็นพี่เลี้ยง ก็คอยดูแลน้องๆ ที่ดูแลตัวเองไม่ได้ ต่อมาก็ดูแลเด็กโต คอยสอนทักษะด้านกีฬา พาทำกิจกรรมต่างๆ มีเข้าค่ายบ้าง แต่พอดิฉันอายุมากขึ้น บวกกับมีโรคประจำตัว ก็เลยย้ายไปทำหน้าที่ในเรื่องดูแลเมนูอาหาร ดูแลเรื่องความสะอาดต่างๆ ถ้ามีผู้บริจาคให้จัดเลี้ยงอาหาร ซึ่งตัวผู้บริจาคก็จะเสนอเมนูมาให้ ดิฉันก็จะดูแลเรื่องวัตถุดิบที่จะนำมาทำเมนูนั้นๆ”

"แว่นอ้อย ฉายภิรมย์" แม่ของลูก 500 ชีวิต

สำหรับผู้หญิงทั่วไป การมีลูกตัวน้อยๆ ไว้สืบสกุล เป็นความใฝ่ฝันที่งดงามและเปี่ยมด้วยความรักที่โยงใยถึงกัน แว่นอ้อยก็เป็นผู้หญิงตัวเล็กๆ คนหนึ่งที่มีความฝันอยากมีลูกน้อยเช่นคนเหล่านั้น แต่หากเธอตัดสินใจที่จะมีลูกเป็นของตัวเอง เธอก็ต้องมีเวลาดูแลเด็กหลายร้อยคนที่บ้านราชาวดีหญิงน้อยลง เธอจึงตัดสินใจอย่างเด็ดขาดที่จะอยู่ดูแลลูกๆ ที่บ้านราชาวดีหญิงแห่งนี้ และสละสิทธิในการมีลูกของตัวเองไปโดยไม่คิดเสียดายแม้แต่น้อยนิด

“ถ้าดิฉันไม่ดูแลเขา แล้วใครจะดูแล พวกเขาเหล่านี้เป็นเด็กไม่มีพ่อไม่มีแม่ ดิฉันก็เหมือนแม่ของพวกเขา เวลาที่ดิฉันดูแลเด็กที่มีอายุตั้งแต่ 7 ขวบ การที่ได้เห็นเขาตัวโตขึ้นเรื่อยๆ มีพัฒนาการที่ดีขึ้นเรื่อยๆ มันก็เป็นความสุขใจ ดิฉันไม่มีลูกเป็นของตัวเอง แต่ก็ซึ้งใจที่พวกเขาเรียกดิฉันว่าแม่ แม้จะไม่ใช่แม่แท้ๆ แต่ดิฉันก็รู้สึกรักพวกเขาอย่างจริงใจจริงๆ ดูแลเขา ให้ความรักเขา คิดว่าเขาเป็นลูกของเราคนหนึ่ง

เรารู้ว่าเขาพิการทางสมองและปัญญา แต่เราก็สามารถสอนเขาได้ ดูแลทั้งเรื่องปากท้องและดูแลใจของเขาได้ สิ่งนี้แหละมั้งที่อาจเรียกได้ว่าเป็นความรักแท้จริง เป็นความรักจากแม่สู่ลูก ดิฉันอยากบอกว่า สำหรับเด็กๆ พวกนี้ แผลกายอาจจะใช้ยารักษาได้ แต่แผลใจเราต้องใช้ใจรักษาเท่านั้น เห็นเขามีความสุข ยิ้ม หัวเราะ ดิฉันก็พลอยมีความสุขตามไปด้วย”

ในบางสถานที่ที่ถูกมองข้าม มีเพียงไม่กี่คนที่ให้ความสำคัญในจุดนั้น สิ่งที่แว่นอ้อยและลูกๆ ของเธอได้เติมเต็มซึ่งกันและกัน ทำให้เกิดรอยยิ้ม เสียงหัวเราะ ที่บ้านราชาวดีหญิงแห่งนี้จึงเปี่ยมล้นด้วยความสุข สิ่งเหล่านี้เกิดขึ้นจากความรัก ความเมตตา และหาซื้อจากที่ไหนไม่ได้ ต้องใช้ใจแลกใจเท่านั้น

ข่าวล่าสุด

Sanae Takaichi คว้าชัยเลือกตั้งญี่ปุ่นถล่มทลาย นำ LDP ครองเสียงข้างมาก