
ปธ.ศาลฎีกาท้วงสนช.
ประธานศาลฎีกาส่งตัวแทนยื่นหนังสือท้วง พ.ร.บ.มาตรการแทนการฟ้องคดีอาญา ชี้ขัดหลักสิทธิมนุษยชน
ประธานศาลฎีกาส่งตัวแทนยื่นหนังสือท้วง พ.ร.บ.มาตรการแทนการฟ้องคดีอาญา ชี้ขัดหลักสิทธิมนุษยชน
นายชาญณรงค์ ปราณีจิตต์ ผู้พิพากษาหัวหน้าคณะในศาลอุทธรณ์ประจำสำนักงานประธานศาลฎีกา เป็นตัวแทนของนายวีระพล ตั้งสุวรรณ ประธานศาลฎีกา เดินทางเข้ายื่นหนังสือต่อนายพรเพชร วิชิตชลชัย ประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) เพื่อเสนอความคิดเห็นเกี่ยวกับร่างพ.ร.บ. มาตรการแทนการฟ้องคดีอาญาตามที่กระทรวงยุติธรรมเสนอ
นายชาญณรงค์ กล่าวว่า ศาลยุติธรรมเห็นว่าร่าง พ.ร.บ.ดังกล่าวขัดต่อหลักการสำคัญของรัฐธรรมนูญและหลักสิทธิมนุษยชนขั้นพื้นฐาน เพราะการสั่งคุมประพฤติ การกระทำกิจการบริหารสังคม หรือสาธารณประโยชน์ และสั่งฟ้องหรือไม่ฟ้องผู้ต้องหาในคดีอาญาที่มีโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปีได้ โดยไม่ผ่านการพิจารณาของศาลและปราศจากกระบวนการพิสูจน์ความผิดของบุคคลนั้นจะส่งผลกระทบต่อการอำนวยการยุติธรรมที่โปร่งใส
ทั้งนี้ ร่าง พ.ร.บ.ฉบับนี้ถูกเสนอมาตั้งแต่ปี 2532 แต่ยังไม่ถูกนำเข้าการพิจารณาของสภาและสำนักงานศาลยุติธรรมได้เคยทำหน้าที่แสดงข้อกังวลหลายครั้ง แต่ปรากฏว่ายังไม่มีการแก้ไขข้อห่วงใยดังกล่าว หาก พ.ร.บ.ดังกล่าวประกาศใช้จะเป็นการตัดสิทธิของผู้เสียหายที่ประสงค์จะใช้สิทธิทางศาล และมีบทบัญญัติห้ามไม่ให้ศาลดำเนินกระบวนการพิจารณาคดีต่อไป ซึ่งขณะนี้ร่าง พ.ร.บ.ดังกล่าวได้ผ่านการพิจารณาคณะกรรมการกฤษฎีกาแล้ว และอยู่ระหว่างการเข้าสู่การพิจารณาของคณะรัฐมนตรี ก่อนที่จะส่งให้ สนช.พิจารณา
ด้าน นายพรเพชร กล่าวว่า ไม่อยากให้เกิดความขัดแย้งระหว่างองค์กรขึ้น อยากให้ทุกฝ่ายรับฟังความเห็น ในเมื่อคนระดับประธานศาลฎีกาส่งสัญญาณมาก็ต้องรับฟัง เพราะถือเป็นการดักคอไว้ก่อนที่จะถูกส่งมาให้ สนช.พิจารณา ทั้งนี้หากร่างนี้ผ่านเป็นกฎหมาย คดีรถเบนซ์ก็อาจไม่ต้องถึงศาลก็ได้







