
‘พท.-ปชป.’ค้านสว.ลากตั้ง
พรรคใหญ่ค้านการสรรหา สว.แต่ยอมรับตัดอำนาจซักฟอกลดแรงต้านสืบทอดอำนาจ
พรรคใหญ่ค้านการสรรหา สว.แต่ยอมรับตัดอำนาจซักฟอกลดแรงต้านสืบทอดอำนาจ
นายนพดล ปัทมะ แกนนำพรรคเพื่อไทย เปิดเผยว่า พรรคเพื่อไทยไม่เห็นด้วยกับร่างรัฐธรรมนูญฉบับ นายมีชัย ฤชุพันธุ์ ประธานกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) และยิ่งไม่เห็นด้วยเมื่อ กรธ.ไปทำตามข้อเสนอของ คสช. โดยเฉพาะที่ให้มี สว.สรรหา ซึ่งคิดว่าประชาชนควรจะเป็นผู้กำหนด
“อำนาจ สว.บ้านเรามีอำนาจในการตั้งองค์กรอิสระ ถอดถอนผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ดังนั้นควรจะเป็นคนที่มีความเป็นกลางทางการเมือง ไม่ใช่ตัวแทน คสช. ดังนั้นควรให้คนไทยเป็นคนเลือก” นายนพดล กล่าว
ด้าน นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า ข้อสรุปของ กรธ.ที่ออกมาถือว่าสามารถลดข้อครหาเรื่องการสืบทอดอำนาจไปได้บางส่วนเพราะ กรธ.ได้ตัดอำนาจอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลออกไป ส่วนถามว่าเห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วยนั้นจุดยืนก็ยังเหมือนเดิมที่เคยเสนอไปแล้วคืออยากให้มีการเลือกตั้งจังหวัดละหนึ่งคนกับสรรหาอย่างละครึ่ง ส่วนในส่วนของการเลือกตั้ง สส.ที่ยังยืนยันใช้ระบบบัตรเดียวนั้น ยังอยากให้ใช้ระบบ 2 บัตรมากกว่า เพราะหาก สส.มีสองระบบก็ควรให้ประชาชนเลือกสองระบบ
นายนิกร จำนง สภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ (สปท.) กล่าวว่า ไม่ติดใจเรื่องที่มาของ สว. เมื่อแก้ไขให้ไม่มีอำนาจโหวตเลือกนายกฯ และอภิปรายไม่ไว้วางใจส่วนเรื่องที่มานายกฯ ให้เสนอ 3 รายชื่อ และให้ สส.เป็นคนโหวตเลือกโดยใช้เสียง 2 ใน 3 หากไม่สามารถเลือกได้ให้รัฐสภาประชุมกันเพื่อเลือกนายกฯ คนนอกได้นั้น เท่ากับว่า สว.มีอำนาจเลือกนายกฯ ได้อีกมิติหนึ่ง
ด้าน นายสมบัติ ธำรงธัญวงศ์ อดีตสมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) กล่าวว่า ถ้า สว.มาจากการแต่งตั้ง 100% และมีอำนาจกลั่นกรองกฎหมาย หรือแต่งตั้งองค์กรอิสระ ก็ถือว่าไม่ขัดกับหลักประชาธิปไตย ส่วนระบบเลือกตั้งแบบจัดสรรปันส่วนผสม สะท้อนผลลัพธ์ คือจะได้รัฐบาลผสมที่อ่อนแอ ไม่สามารถปฏิรูปประเทศได้ รวมถึงที่มาของนายกฯ พร้อมเปิดทางให้เป็นคนนอกได้โดยใช้เสียง 2 ใน 3 หากพรรคเพื่อไทย และประชาธิปัตย์ไม่เอาด้วย อะไรจะเกิดข้ึ้น







