
อย่าให้คลื่นสูญเปล่า
จากเส้นตายวันที่ 21 มี.ค. ผู้ชนะประมูลกลุ่มจัสมินไม่นำเงินพร้อมหนังสือค้ำประกันจากสถาบันการเงิน หรือแบงก์การันตี รวม 75,654 ล้านบาท มาจ่ายค่าใบอนุญาตคลื่น 900 เมกะเฮิรตซ์ (MHz ) ขนาด 10 MHz อายุสัญญา 15 ปี ส่งผลให้คลื่น 900 MHz ขนาด 10 MHz ดังกล่าวเสี่ยงจะต้องไม่โดนใช้งาน ทำให้สังคมส่วนรวมต้องเสียโอกาสใช้ประโยชน์จากสมบัติสาธารณะ
จากเส้นตายวันที่ 21 มี.ค. ผู้ชนะประมูลกลุ่มจัสมินไม่นำเงินพร้อมหนังสือค้ำประกันจากสถาบันการเงิน หรือแบงก์การันตี รวม 75,654 ล้านบาท มาจ่ายค่าใบอนุญาตคลื่น 900 เมกะเฮิรตซ์ (MHz ) ขนาด 10 MHz อายุสัญญา 15 ปี ส่งผลให้คลื่น 900 MHz ขนาด 10 MHz ดังกล่าวเสี่ยงจะต้องไม่โดนใช้งาน ทำให้สังคมส่วนรวมต้องเสียโอกาสใช้ประโยชน์จากสมบัติสาธารณะ
เมื่อเป็นเช่นนี้ จึงอยากให้หน่วยงานรัฐหาวิธีให้เกิดการนำคลื่นดังกล่าวมาสร้างประโยชน์ให้ส่วนรวม ดีกว่าจะต้องโดนไปดองไม่ถูกใช้งานแบบเปล่าประโยชน์
เป็นที่ทราบกันว่าคลื่นความถี่ที่เป็นสมบัติสาธารณะ ซึ่งได้รับการจัดสรรโดยองค์กรอิสระ คณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ หรือ กสทช. ที่ผ่านมาในส่วนของโทรคมนาคม มีการนำคลื่น 2100 MHz มาจัดสรรให้บริการ 3จี จากนั้นก็นำคลื่น 1800 MHz มาให้บริการ 4จี และตามด้วยนำคลื่น 900 MHz มาให้บริการ 4จี ซึ่งเป็นที่ทราบกันว่าจำนวนคลื่นดังกล่าวยังไม่พอให้บริการผู้ใช้โทรศัพท์เคลื่อนที่ที่ปัจจุบันมีกว่า 80 ล้านเลขหมายใช้
ทั้งนี้ เพราะเมื่อกลุ่มจัสมินผิดสัญญาไม่นำเงินมาจ่าย ทาง กสทช.ได้ประกาศว่าคงต้องยึดตามมติที่ประชุมคณะกรรมการกิจการโทรคมนาคม หรือ กทค. เมื่อวันที่ 3 ก.พ. 2559 ซึ่งมี 4 ข้อ คือ 1.ริบเงินหลักประกันการประมูล 644 ล้านบาท นอกจากนี้ยังต้องเรียกร้องค่าเสียหายที่เกิดขึ้นตามกฎหมายหรือประกาศที่กำหนดไว้เพิ่มเติม และจะตรวจสอบคุณสมบัติของการเป็นผู้ประกอบกิจการที่รับใบอนุญาตเดิมจาก กสทช. ทั้งกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม
2.หากมีการประมูลใหม่ ราคาเริ่มต้นต้องเป็นราคาที่แจสชนะประมูล คือ 75,654 ล้านบาท เพื่อให้ความเป็นธรรมต่อบริษัทที่ชนะการประมูลและมาชำระแล้วคือ บริษัท ทรู มูฟ เอช ยูนิเวอร์แซล คอมมิวนิเคชั่น 3.การประมูลครั้งใหม่ไม่มีการตัดสิทธิผู้ชนะการประมูลที่ชำระเงินค่าประมูลไปแล้ว เพื่อให้มีผู้เข้าร่วมประมูลมากราย และ 4.หากการประมูลครั้งใหม่ที่จะทำใน 4 เดือน ไม่มีผู้สนใจเข้าร่วมประมูล ต้องเก็บคลื่นความถี่ไว้ไม่น้อยกว่า 1 ปี และราคาเริ่มต้นก็ยังคงต้องไม่ต่ำกว่าราคาที่แจสชนะการประมูล
จะเห็นได้ว่าตามแนวทางที่ กสทช.เตรียมไว้แก้ปัญหาเมื่อกลุ่มจัสมินไม่จ่ายเงิน หากมีผู้ยอมประมูลในราคาที่สูงขนาดนั้นได้ก็ถือเป็นเรื่องดี เพราะจะมีรายได้เข้ารัฐเป็นจำนวนมาก แต่จากที่ขนาดมีโอกาสประมูล ผู้เข้าประมูลรายอื่นยังไม่คิดจะสู้ราคาสูงขนาดนั้น ทว่า กสทช.ยังยึดแนวที่การเปิดประมูลใหม่รอบต่อไปใน 4 เดือน หรือถ้าไม่มีผู้สนใจ การเปิดประมูลใหม่ในอีก 1 ปี ข้างหน้า ก็ต้องเริ่มที่ราคากว่า 7.5 หมื่นล้านบาท แนวโน้มเรื่องนี้คลื่น 900 MHz ใบที่สองอีก 10 MHz คงไม่มีโอกาสได้นำมาใช้ประโยชน์แน่
ดังนั้น จึงอยากจะให้ กสทช.ช่วยหารูปแบบใหม่ในการนำคลื่น 900 MHz ที่เหลืออีก 10 MHz ดังกล่าวมาใช้ให้เกิดประโยชน์ ดีกว่าจะต้องเสี่ยงโดนนำไปดองยาว เพราะสิ่งนี้จะเกิดผลเสียกับส่วนรวมที่ยังต้องการใช้คลื่น 4จี ซึ่งจะช่วยสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจหรือสังคมได้อีกมากมาย







