posttoday
เดิมพันสุดท้าย กรธ.เลือกทางไหนก็เสี่ยง

เดิมพันสุดท้าย กรธ.เลือกทางไหนก็เสี่ยง

21 มีนาคม 2559

ไม่ว่าจะเลือกทางไหน กรธ.ในฐานะคนร่างรัฐธรรมนูญย่อมหนีไม่พ้นต้องแบกรับแรงเสียดทาน

โดย...ทีมข่าวการเมืองโพสต์ทูเดย์

ถือเป็นเดิมพันครั้งสำคัญของกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) กับการหยิบยก “ข้อเสนอ” ต่อการร่างรัฐธรรมนูญของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) มาพิจารณาช่างน้ำหนักข้อดีข้อเสีย และวิเคราะห์ปัจจัยแวดล้อมต่างๆ ก่อนชี้ขาดว่าจะทำอย่างไรในวันที่ 21 มี.ค.นี้

ที่สำคัญไม่ว่า กรธ.​จะตัดสินใจเลือกเดินทางไหนก็มีแต่เสียกับเสีย ขึ้นอยู่กับว่าจะเสียมากเสียน้อยเท่านั้น

ต้องยอมรับว่าแพ็กเกจของ คสช. ที่ลงนามโดย พล.อ.ธีรชัย นาควานิช ผบ.ทบ. ในฐานะเลขาธิการ คสช. ส่งตรงมาถึง มีชัย ฤชุพันธุ์ ประธาน กรธ. เต็มไปด้วยข้อกังขาเรื่องการ “สืบทอดอำนาจ”

โดยเฉพาะข้อเสนอเปิดทาง “นายกรัฐมนตรีคนนอก” ในช่วงเปลี่ยนผ่าน 5 ปี โดยให้เขียนบรรจุในบทเฉพาะกาลงดเว้นการบังคับใช้รัฐธรรมนูญมาตรา 83 และ 154 ที่กำหนดให้พรรคการเมืองอาจแจ้งรายชื่อผู้ที่จะเสนอให้สภาผู้แทนราษฎรให้ความเห็นชอบบุคคล ซึ่งสมควรแต่งตั้งเป็นนายกฯ ไม่เกิน 3 รายชื่อ

สอดรับกับข้อเสนอเรื่องการสรรหา สว.​ ในช่วงเปลี่ยนผ่าน แทนการเลือกไขว้ระหว่างกลุ่มอาชีพ ซึ่งพ่วงอำนาจเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาล แถมยังมีการล็อก​ 6 ที่นั่ง สว.ให้ ผบ.เหล่าทัพ และปลัดกระทรวงกลาโหม

อีกทั้งในการเลือกตั้งครั้งแรกยังเสนอให้งดเว้นการเลือกตั้งระบบบัตรเดียวเปลี่ยนมาใช้เลือกตั้ง 2 บัตร เหมือนเดิมคือเลือก สส.เขต 350 คน และ สส.บัญชีรายชื่อ 150 คน โดยใช้ระบบเขตใหญ่ไม่เกิน 3 คน

ชุดข้อเสนอที่ถูกเปิดออกมานำมาสู่เสียงวิพากษ์วิจารณ์รุนแรง ​ทำให้ ​กรธ.ได้แต่ยื้อเวลาออกไปให้นานที่สุด เพื่อรับฟังกระแสสังคมก่อนจะตัดสินใจว่าจะทำอย่างไร

ด้วยสถานะคนเขียนรัฐธรรมนูญไม่ว่าจะมาจากข้อเสนอหรือมีเบื้องหน้าเบื้องหลังจากไหนก็ตาม แต่สุดท้ายคนที่ต้องรับผิดชอบก็หนีไม่พ้น​ กรธ.  

วิเคราะห์ทางเลือกของ กรธ. เวลานี้มีอยู่ 3 ทางเลือกหลัก แต่ละเส้นทางมีข้อดีข้อเสียแตกต่างกันไปขึ้นอยู่กับ กรธ.ว่าจะช่างน้ำหนักและสรุปเลือกเดินทางไหน

เริ่มจากทางเลือกแรกยืนยันจุดยืนเดิมของ กรธ. ไม่ปรับแก้ตามข้อเสนอของ คสช. ทั้ง 3 ข้อ ซึ่งข้อดีคือจะทำให้ร่างรัฐธรรมนูญฉบับปราบโกง​ดูน่าเชื่อถือในสายตาประชาชน เพราะไม่ถูกแทรกแซงจาก คสช.​

รวมทั้งยังเป็นการ “ตัดตอน” ข้อครหาเรื่อง “การสืบทอดอำนาจ” ไม่ให้ลุกลาม บานปลายจนย้อนกลับกระทบภาพรวมร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้

แม้ร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้จะมีเนื้อหาที่ถูกวิพากษ์วิจารณ์อยู่มาก แต่เมื่อ กรธ.ตัดสินใจปรับแก้เนื้อหาในบางประเด็นโดยเฉพาะเรื่องสิทธิที่เพิ่มเติมเข้ามา ย่อมช่วยให้สามารถผ่านประชามติได้ง่ายขึ้น หากไม่มีความเคลือบแคลงว่าเป็นการสืบทอดอำนาจ

แต่ข้อเสียคือจะทำให้เกิดปัญหาระหว่าง คสช.​และ กรธ. ดังจะเห็นว่ารอบนี้ คสช.ประกาศเอาจริงกับข้อเสนอชุดนี้ถึงขั้นประกาศไม่ดีก็เขียนใหม่

ทางเลือกที่สอง กรธ. ยอมปรับแก้ตามข้อเสนอ คสช. ด้วยเหตุผลเพื่อช่วยประคับประคองสถานการณ์ช่วงเปลี่ยนผ่านไม่ให้การปฏิรูปหรือสิ่งที่ทำมาต้องสะดุด​ แต่สุดท้ายหนีไม่พ้นข้อครหาเรื่องการสืบทอดอำนาจ ที่จะทำให้ร่างรัฐธรรมนูญทั้งฉบับถูกตีตราว่าเป็นฉบับสืบทอดอำนาจ

นอกจากจะทำให้ร่างรัฐธรรมนูญสุ่มเสี่ยงจะถูกคว่ำในชั้นประชามติ ​จนต้องกลับมาตั้งต้นกระบวนการจัดทำรัฐธรรมนูญอีกเป็นรอบที่ 3 และพานกระทบต่อไปถึงโรดแมปเลือกตั้งปี 2560

อีกด้านหนึ่งตัว กรธ.เอง จะต้องตกเป็นจำเลย แบกรับแรงเสียดทานไว้ทั้งหมด

ทางเลือกสุดท้ายคือการแก้ไขเพียงบางส่วนจากข้อเสนอทั้งหมด ซึ่ง​​น่าจะเป็นทางเลือกที่ดีที่สุด แบบ “บัวไม่ช้ำน้ำไม่ขุ่น” ยอมแก้ไขในบางประเด็นแต่ไม่หมดทุกประเด็น แม้จะมีเสียงวิพากษ์วิจารณ์บ้างแต่ก็ช่วยผ่อนหนักเป็นเบา

ส่วนจะแก้ไขมากหรือน้อย หรือแก้ไขในประเด็นใดบ้างก็คงต้องไปพิจารณาข้อดีข้อเสีย และผลกระทบที่จะตามมา ซึ่งหากรักษาสมดุลไม่ให้ถูกตีตราว่าสืบทอดอำนาจและยังประคองสถานการณ์ช่วงเปลี่ยนผ่านได้จะทำให้ร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้มีลุ้นจะผ่านประชามติ

หรือกรณีจะยอมปรับแก้รัฐธรรมนูญตามข้อเสนอของ คสช.​ ทาง กรธ.ก็อาจใช้วิธีไม่ปรับตามข้อเสนอของ คสช. ทั้งหมดอาจพลิกปรับเนื้อหาให้เป็นที่ยอมรับได้ แต่ยังคงเจตนารมณ์ของคสช.เอาไว้ หรืออาจจะเขียนรายละเอียดเพิ่มเติม เพื่อลดทอนข้อครหาเปิดทางสืบทอดอำนาจให้ลดลงไปบ้าง

แต่ไม่ว่าจะเลือกทางไหน กรธ.ในฐานะคนร่างรัฐธรรมนูญย่อมหนีไม่พ้นต้องแบกรับแรงเสียดทานจากผลลัพธ์ที่จะตามมานับจากนี้ ส่วนจะแรงมากน้อยแค่ไหนคงต้องจับตาดูกันต่อไป

ข่าวล่าสุด

"บอสชาตรี" เดือด! จวกวินัยนักมวย สะเทือนถึง"รถถัง"หลังแพ้น็อค

"บอสชาตรี" เดือด! จวกวินัยนักมวย สะเทือนถึง"รถถัง"หลังแพ้น็อค