
เพื่อไทยตั้งฉายา "รธน.ฉบับใบสั่ง"
“เพื่อไทย” ตั้งฉายา "รธน.ฉบับใบสั่ง" เหน็บหัวหน้าคสช.เคาะสเปกไปเลย ย้ำ รีบคืนประชาธิปไตย หากแก้ปัญหาเศรษฐกิจไม่ได้
“เพื่อไทย” ตั้งฉายา "รธน.ฉบับใบสั่ง" เหน็บหัวหน้าคสช.เคาะสเปกไปเลย ย้ำ รีบคืนประชาธิปไตย หากแก้ปัญหาเศรษฐกิจไม่ได้
เมื่อวันที่ 16 มี.ค. นายชวลิต วิชยสุทธิ์ รักษาการรองเลขาธิการพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงร่างรัฐธรรมนูญว่า รู้สึกเสียดายเวลาและงบประมาณที่หมดไปกับกรรมาธิการ และกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ ทั้ง 2 คณะ เงินนับพันล้านบาทหมดไปกับการร่างรัฐธรรมนูญ แต่ยังไม่เสียดายเท่ากับเวลาที่ผ่านพ้นไป แทนที่จะเดินหน้ากลับถอยหลังเข้าคลองไปหลายสิบปี ลูกหลานคนไทยภายหลังจะเรียกรัฐธรรมนูญฉบับนี้ว่า "รัฐธรรมนูญใบสั่ง" เพราะเปิดเผยเปลือยกายล่อนจ้อนอย่างไม่เหนียมอาย
"ความจริง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้ารักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) จะเอาอย่างไรกับร่าง รธน. นั้น กรธ.ก็ขัดไม่ได้อยู่แล้ว เพราะท่านประกาศชัดว่าใครรับผิดชอบ ผู้รับผิดชอบคือหัวหน้า คสช. ก็น่าจะสั่งไปเลยตั้งแต่ต้นว่า ผมจะเอาอย่างนี้จะได้ไม่เสียทั้งเวลาและงบประมาณไปมากมาย" นายชวลิต กล่าว
นายชวลิต กล่าวต่อว่า ใครจะคิดเห็นอย่างไรตนไม่ทราบ แต่ผมจะเป็นคนหนึ่งที่ไม่ลงคะแนนให้ เสียงเดียวคงไม่มีความหมายอะไรสำหรับใจคนที่เป็นเผด็จการ แต่หนึ่งเสียงสำหรับใจคนที่ต้องการ ประชาธิปไตยให้บ้านเมืองเดินไปข้างหน้าได้อย่างมีเกียรติ มีศักดิ์ศรีในประชาคมโลก จะขยายจากหนึ่งเป็นร้อย เป็นพัน เป็นหมื่น เป็นแสน และเป็นล้านในชั่วพริบตา เพราะปัญหาปากท้องของประชาชนส่วนใหญ่จะโหยหารัฐบาลประชาธิปไตยที่มาจากประชาชน ตนเชื่อมั่นอย่างนั้น
นางสาวอนุตตมา อมรวิวัฒน์ รักษาการรองเลขาธิการพรรคเพื่อไทยกล่าวว่า ตามที่คณะทำงานเศรษฐกิจพรรคเพื่อไทยได้ออกมาเตือนว่าเศรษฐกิจไทยอาจจะใช้เวลาในการฟื้นตัว 5-10 ปี ทั้งจากปัจจัยภายในและภายนอกประเทศ โดยเฉพาะปัจจัยภายในที่เกิดจากปัญหาความไม่เชื่อมั่นของต่างประเทศ โดยทีมเศรษฐกิจรัฐบาลได้ออกมา ยอมรับแล้วว่าเศรษฐกิจของไทยจะฟุบ ยาวถึง 2 ปี ซึ่งต่างกันอย่างสิ้นเชิงกับก่อนหน้านี้ที่ทีมเศรษฐกิจรัฐบาลยืนยันมาตลอด ว่าเศรษฐกิจไทยกำลังฟื้นแล้ว และมาตรการต่างๆ ของรัฐบาลได้ผล แสดงให้เห็นว่าทีมเศรษฐกิจรัฐบาลเริ่มถอดใจและยอมรับความจริงว่าไม่มีหนทางจะแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจได้แล้ว และนับแต่วันนี้จนถึงวันเลือกตั้งตามโรดแมป เศรษฐกิจไทยจะไม่มีทางที่จะดีขึ้นเลย ซึ่งจะทำให้ประชาชนเดือดร้อนอย่างแสนสาหัส
นางสาวอนุตตมา กล่าวว่า ซึ่งหากคิดว่าแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจไม่ได้แล้ว ก็ควรจะเลื่อนการเลือกตั้งให้เร็วขึ้น โดยนำรัฐธรรมนูญที่เป็นสากลมาใช้เพื่อสร้างความมั่นใจของนักลงทุนต่างประเทศ ยิ่งกลับสู่ประชาธิปไตยเร็วขึ้นเท่าไหร่ เศรษฐกิจก็จะฟื้นเร็วขึ้นเท่านั้น และการที่รัฐบาลบอกว่าพัฒนาเศรษฐกิจอย่ายึดติดจีดีพี แสดงถึงความไม่เข้าใจมาตรฐานการวัดการพัฒนาตามแบบสากล ซึ่งเหมือนกับการบอกว่าการแก้ปัญหาภัยแล้งโดยไม่ต้องสนใจว่าระดับน้ำในเขื่อนมีเท่าไหร่ ซึ่งเป็นไปไม่ได้ อีกทั้งปัญหาภัยแล้งจะยิ่งซ้ำเติมให้ประชาชนมีความลำบากมากยิ่ง ขึ้น โดยคณะทำงานเศรษฐกิจของพรรคเพื่อไทยกังวลว่ามีความเป็นไปได้สูงที่เศรษฐกิจ ปีนี้จะขยายไม่ถึง 3 % และคงต้องมีการกลืนน้ำลายตัวเอง







