
ลดภาระ เพิ่มโอกาสทางการศึกษา
โดย...สุวิทย์ คุณกิตติ
โดย...สุวิทย์ คุณกิตติ
ช่วงนี้ทั้งเด็กและผู้ปกครองกำลังเครียดเพราะต้องสอบทั้ง GAT และ PAT พวกที่สอบเข้ามหาวิทยาลัยกำลังรอลุ้นผลรอบสุดท้ายหลังจากที่สอบโควตาสอบตรงสอบมาหลายรอบ ก่อนต้องตัดสินใจว่าหากไม่ติดจะต้องเลือกเอกชนจะเรียนที่ไหนอย่างไร
การสอบของเด็กไทยทั้งมัธยมปลายและสอบคัดเลือกเข้ามหาวิทยาลัยหลายครั้งเกินความจำเป็น
ควรต้องเร่งปรับปรุงการวัดผลสัมฤทธิ์ของเด็กและการเข้ามหาวิทยาลัยให้เหลือครั้งเดียว แล้วให้โอกาสเด็กที่จะเลือกเรียนสาขาวิชาที่ตัวเองชอบ ไม่ใช่บังคับให้เลือกเรียนตามคะแนนในสิ่งที่เด็ก
ไม่ได้อยากเรียน
สิ่งที่ควรต้องทำคือ ยกเลิกการประเมินของสำนักงานรับรองมาตรฐานและประเมินคุณภาพการศึกษา (องค์การมหาชน) หรือ สมศ. และยุบสำนักงานเพราะที่ผ่านมาใช้งบประมาณปีละหลายพันล้านบาทและจ้างบุคคลภายนอกมาประเมิน ผลงานที่ชัดเจนคือ คุณภาพการศึกษายิ่งตกต่ำลงไปเรื่อย นอกจากนั้นยังทำให้สถานศึกษาต้องเสียเวลาเตรียมเอกสารมากมาย เอาเวลาของครูอาจารย์ที่จะต้องสอนเด็กมาทำในสิ่งที่ไม่มีประโยชน์ไม่ได้สะท้อนความจริงและคุณภาพการศึกษาเลย ให้ครูเอาเวลาไปสอนเด็กดีกว่า เอางบประมาณหลายพันล้านบาทไปพัฒนาครูและหลักสูตร เพื่อที่จะให้เด็กไทยมีความรู้ ความสามารถ มีคุณธรรม จริยธรรม สูงกว่าหรือทัดเทียมกับนานาอารยประเทศ โดยเฉพาะต้องดีกว่าหรือเท่ากับสิงคโปร์
ส่วนการทดสอบของสถาบันทดสอบทางการศึกษาแห่งชาติ (องค์การมหาชน) หรือ สทศ. ที่ตั้งขึ้นมาเพื่อให้ทำการวัดผลสัมฤทธิ์ของนักเรียนแต่ละช่วงชั้นทั้ง 4 ช่วงชั้นทุก 3 ปี เพื่อให้รู้ว่าเด็กไทยมีความรู้พื้นฐานขั้นต่ำตามมาตรฐานที่วางไว้หรือไม่ โดยเฉพาะวิชาพื้นฐานหลักที่สำคัญ ไม่ว่าจะเป็น ภาษาไทย ภาษาอังกฤษ คณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์ สังคมศาสตร์ เป็นต้น
เพราะฉะนั้น หลักสูตรที่ใช้ในการเรียนการสอนในวิชาหลักต้องเป็นมาตรฐานเดียวกันทั้งประเทศ ซึ่งต้องไล่ตั้งแต่เด็กเล็กที่ต้องเตรียมความพร้อมขึ้นไปจนถึงมัธยมที่จะต้องมีพื้นฐานในการศึกษาต่อในระดับอุดมศึกษาหรือวิชาชีพ ซึ่งต้องมีการสังคายนาร่วมกันทุกระดับเพื่อให้เกิดการเชื่อมโยงกันทั้งระบบ
ต้องมีการพัฒนาครูให้มีความรู้ความเข้าใจในสาระของแต่ละหลักสูตรท่ี่ตัวเองจะต้องสอน รวมทั้งปรับระบบการผลิตครูให้สอดคล้องด้วย
ที่สำคัญคือการสอบของมัธยมปลายควรสอบครั้งเดียวและใช้ผลการสอบในการคัดเลือกเข้าศึกษาต่อในมหาวิทยาลัยด้วย
สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) จะต้องรู้ว่ามหาวิทยาลัยต้องการให้เด็กมีความรู้พื้นฐานทางวิชาการและความถนัดระดับไหนอย่างไร ก็ต้องมีการปรับหลักสูตรให้สอดคล้องกัน แต่ทั้งนี้ต้องดูว่าหลักสูตรของไทยต้องทำให้เด็กไทยมีความรู้พื้นฐานไม่ด้อยไปกว่าประเทศที่มีการศึกษาที่มีคุณภาพเช่นสิงคโปร์
สทศ.ก็ต้องออกข้อสอบให้สอดคล้องกับหลักสูตรที่สอน ส่วนจะวัดผลเด็กในเชิงวิเคราะห์ ความถนัดและหรือความรู้พื้นฐานก็ออกแบบข้อสอบได้
ควรปรับระบบการเข้าเรียนต่อในสายวิชาชีพและอุดมศึกษาโดยให้เด็กสามารถเลือกสาขาวิชาที่ตัวเองมีความต้องการที่จะเรียนต่อได้มากขึ้น แทนที่เด็กต้องเลือกเรียนสาขาวิชาที่จะเรียนตามคะแนนอย่างเดียว เพราะปัจจุบันมหาวิทยาลัยได้เปิดรับนักศึกษาในแต่ละสาขาวิชาหลากหลายมากขึ้น เพียงแต่เป็นการรับตรงที่เด็กต้องจ่ายค่าเล่าเรียนแพงขึ้นเนื่องจากมหาวิทยาลัยต้องออกนอกระบบ และรัฐบาลลดเงินสนับสนุนจึงต้องหาเงินเพิ่มจากการเปิดสอบตรง ได้ทั้งเงินค่าสมัครและค่าเล่าเรียนเพิ่ม ภาระจึงตกกับผู้ปกครองเด็กยากจนก็เหมือนถูกกีดกันทำให้เสียโอกาสเพราะไม่มีเงินจ่ายค่าเล่าเรียน
หากจะปฏิรูปประเทศไทย ไม่ควรทำเป็นกฎหมายเหมือนกฎหมายการศึกษาแห่งชาติที่ใช้มาตั้งแต่ปี 2542 แม้จะแก้ไขมาบ้างแต่ไม่เคยแก้แบบองค์รวมที่ครบวงจรเสียที
อย่าแก้แต่โครงสร้างการบริหารปรับเวลาเรียนให้น้อยลงเหมือนอย่างที่กำลังทำกันอยู่เลย
หัวใจสำคัญของการปฏิรูปการศึกษาที่แท้จริง คือ การทำหลักสูตรที่ตอบโจทย์การปฏิรูปประเทศไทยโดยการสร้างคนเพื่อสร้างชาติ ปรับปรุงคุณภาพการเรียนการสอนด้วยการปรับปรุงคุณภาพครูและวัดผลสัมฤทธิ์จากตัวเด็ก ไม่ใช่รายงานที่ให้ครูและสถานศึกษาต้องเสียเวลามานั่งทำให้ตรวจประเมิน
รัฐบาลต้องปรับปรุงนโยบายเรื่องการปฏิรูปการศึกษาเรื่องการใช้จ่ายงบประมาณในการศึกษาเพราะประเทศไทยเป็นประเทศที่มีการใช้เงินงบประมาณในการศึกษาสูงสุดเมื่อเปรียบเทียบกับประเทศอื่นเกือบทั้งโลก
การใช้งบประมาณจำนวนมากดังกล่าวไม่ได้ตอบโจทย์ในเรื่องของการพัฒนาคุณภาพการศึกษา ซึ่งสะท้อนถึงคุณภาพของเด็กไทยเมื่อเปรียบเทียบกับประเทศทั้งในภูมิภาคและประเทศที่พัฒนาแล้ว
ขอให้รัฐบาลเร่งปรับปรุงเพื่อให้การใช้จ่ายเงินงบประมาณมีประสิทธิภาพและตอบโจทย์เรื่องของคุณภาพการศึกษาและคุณภาพเด็กโดยเร็วที่สุด
ปัญหาเรื่องการสอบหลายครั้งซ้ำซ้อนเป็นภาระกับเด็กและผู้ปกครองเป็นอย่างมากในขณะนี้ สาเหตุที่สำคัญเป็นเรื่องของความต้องการเงินรายได้และการใช้จ่ายงบประมาณของทางผู้ดำเนินการทดสอบประเมินผลและการสอบเข้าของสถาบันทั้งหลาย
ที่ผ่านมาเด็กไทยเสียโอกาสไปหลายรุ่นแล้ว
การศึกษาใช้เวลานานดำเนินการแก้ไขปัญหาจึงต้องรีบทำ อย่าให้ประเทศไทยต้องเสียโอกาสในการแข่งขันกับนานาประเทศ
รัฐบาลต้องเร่งลดภาระและเพิ่มโอกาสทางด้านการศึกษา เพื่ออนาคตของชาติไทย







