posttoday
หวั่นภัยแล้งลากยาวเกินส.ค.

หวั่นภัยแล้งลากยาวเกินส.ค.

04 มีนาคม 2559

สถานการณ์ภัยแล้งในแถบอาเซียน ซึ่งรวมถึงประเทศไทย มีแนวโน้มจะลากยาวออกไปอีก 2-3 เดือน เมื่อล่าสุด ไคล์ แทปลีย์ ผู้เชี่ยวชาญด้านอุตุนิยมวิทยาการเกษตรอาวุโส บริษัท เอ็มดีเอ เวเธอร์ เซอร์วิส ระบุว่า ปรากฏการณ์ลานินญาที่จะทำให้มีฝนตกหนักในแถบอาเซียน และเกิดความแห้งแล้งในฝั่งสหรัฐกับอเมริกาใต้ ซึ่งเดิมคาดว่าจะเริ่มในเดือน ก.ค.นี้ อาจเลื่อนออกไปอีก 2-3 เดือน หรือพ้นเดือน ส.ค.ไปแล้ว ซึ่งจะส่งผลต่อภาคเกษตรในหลายพื้นที่

สถานการณ์ภัยแล้งในแถบอาเซียน ซึ่งรวมถึงประเทศไทย มีแนวโน้มจะลากยาวออกไปอีก 2-3 เดือน เมื่อล่าสุด ไคล์ แทปลีย์ ผู้เชี่ยวชาญด้านอุตุนิยมวิทยาการเกษตรอาวุโส บริษัท เอ็มดีเอ เวเธอร์ เซอร์วิส ระบุว่า ปรากฏการณ์ลานินญาที่จะทำให้มีฝนตกหนักในแถบอาเซียน และเกิดความแห้งแล้งในฝั่งสหรัฐกับอเมริกาใต้ ซึ่งเดิมคาดว่าจะเริ่มในเดือน ก.ค.นี้ อาจเลื่อนออกไปอีก 2-3 เดือน หรือพ้นเดือน ส.ค.ไปแล้ว ซึ่งจะส่งผลต่อภาคเกษตรในหลายพื้นที่

แทปลีย์ ประเมินว่า ปรากฏการณ์ลานินญาที่อาจมาช้ากว่าที่คาด จะส่งผลดีต่อการเกษตรในสหรัฐที่อยู่อีกฝั่งมหาสมุทรแปซิฟิก เนื่องจากจะทำให้ฤดูร้อน ซึ่งเป็นฤดูเพาะปลูกข้าวโพดและถั่วเหลืองในสหรัฐไม่แห้งแล้งจนเกินไป ส่วนในออสเตรเลียนั้น จะช่วยให้การเพาะปลูกระหว่างเดือน เม.ย.-ส.ค. ไม่ได้รับปริมาณน้ำฝนมากเกินไป เช่นเดียวกับในอินเดีย ซึ่งคาดการณ์ว่าลานินญาครั้งนี้จะเป็นครั้งแรกในรอบ 4 ปี ที่อินเดียเผชิญฤดูมรสุมหนักกว่าปกติ

ขณะที่ปรากฏการณ์เอลนินโญซึ่งทำให้เกิดภาวะแห้งแล้งในหลายพื้นที่ทั่วเอเชียตั้งแต่ปีที่แล้ว เริ่มบรรเทาลงตั้งแต่เดือน พ.ย. 2558 และความรุนแรงชะลอตัวลงเมื่อเทียบกับเอลนินโญครั้งที่ผ่านๆ มา

ก่อนหน้านี้ ผู้อำนวยการแผนกไฮดรอลิกส์ กระทรวงเกษตรของเวียดนาม เปิดเผยว่า เวียดนามกำลังเผชิญภาวะแล้งครั้งรุนแรงที่สุดในรอบเกือบ 100 ปี โดยเฉพาะในแถบสามเหลี่ยมปากแม่น้ำโขงทางตอนใต้ โดยเป็นอิทธิพลมาจากปรากฏการณ์เอลนินโญที่ต่อเนื่องมาตั้งแต่ปีที่แล้ว ส่งผลให้แม่น้ำโขงแล้งที่สุดนับตั้งแต่ปี 2469

ด้าน ทองเปลว กองจันทร์ ผู้อำนวยการสำนักบริหารจัดการน้ำและอุทกวิทยา กรมชลประทาน กล่าวว่า จากการวิเคราะห์สภาพอากาศของหลายสำนักทั่วโลกพบว่า ปรากฏการณ์เอลนินโญจะเริ่มคลี่คลายประมาณกลางเดือนพ.ค.เป็นต้นไป จากนั้นจะเริ่มเข้าสู่ปรากฏการณ์ลานินญาในเดือน มิ.ย.เป็นต้นไป

ทั้งนี้ ณ วันที่ 1 พ.ค. ซึ่งเป็นวันสิ้นสุดฤดูแล้ง กรมชลประทานคาดว่าจะมีปริมาณน้ำใช้การได้ใน 4 เขื่อนใหญ่ 1,600 ล้านลูกบาศก์เมตร (ลบ.ม.) ซึ่งเพียงพอสำหรับการอุปโภคบริโภค รักษาระบบนิเวศ และดูแลพืชสวนไปจนถึงเดือน มิ.ย.-ก.ค. ขณะที่ปัจจุบันมีปริมาณน้ำใช้การได้ 2,900 ล้าน ลบ.ม.

“จากสถิติ 30 ปีย้อนหลัง ในช่วงเดือน พ.ค. จะเป็นช่วงที่มีฝนตก แต่จะตกมากหรือน้อยอยู่ที่อิทธิพลเอลนินโญ ไม่ใช่ฝนจะไม่ตกเลย จึงมั่นใจว่าจะมีฝนตกลงมาเติมในอ่างเก็บน้ำหรือเพิ่มความชื้นในดิน และเมื่ออิทธิพลลานินญาเข้ามากลางเดือน ก.ค. หรือ ส.ค. จะส่งผลให้สถานการณ์น้ำดีขึ้น” ทองเปลว กล่าว

เลอศักดิ์ ริ้วตระกูลไพบูลย์ อธิบดีกรมฝนหลวงและการบินเกษตร กล่าวว่า ในอีก 4 เดือนข้างหน้า หรือ 120 วันจากนี้ เป็นช่วงที่คนไทยทุกคนต้องช่วยกันประหยัดน้ำเพื่อให้ผ่านวิกฤตหน้าแล้งนี้ให้ได้ ขณะที่กรมฝนหลวงฯ จะระดมปฏิบัติการขึ้นทำฝนหลวงในระหว่างวันที่ 7-9 มี.ค. เพื่อเติมน้ำในภาคเหนือและเพิ่มความชุ่มชื้นให้ดินเพื่อป้องกันไฟป่า เนื่องจากเป็นช่วงที่ความชื้นในอากาศสูง

นอกจากนี้ กรมฝนหลวงฯ ได้ส่งนักวิทยาศาสตร์ประจำฐานเรดาร์ทั้ง 29 แห่ง หากพบว่ามีอากาศเหมาะสมกับการทำฝนหลวง จะแจ้งนักบินในแต่ละฐานปฏิบัติการทันที โดยเน้นการทำฝนหลวงในภาคกลาง จะเน้นเติมน้ำในเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ ซึ่งเป็นแหล่งผลิตน้ำให้กับพื้นที่กรุงเทพมหานคร (กทม.) และปริมณฑล และเป็นแหล่งน้ำเพื่อดูแลระบบนิเวศ

วิษณุ อรรถวานิช รองผู้อำนวยการศูนย์วิจัยเศรษฐศาสตร์ประยุกต์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ กล่าวว่า จากการติดตามผลวิเคราะห์ของสำนักติดตามสภาพอากาศทั่วโลก หลายสำนักยืนยันว่า ในเดือน พ.ค. อิทธิพลเอลนินโญยังแรงถึง 72% สะท้อนว่าสถานการณ์ภัยแล้งจะลากยาวถึงเดือน ก.ค. หรือ ส.ค. ดังนั้นรัฐบาลต้องวางแผนการใช้น้ำในระดับวิกฤต

“ตอนนี้ยังไม่เห็นว่ารัฐบาลจะมีนโยบายรณรงค์ให้ประชาชนช่วยกันประหยัดน้ำอย่างจริงจัง รัฐบาลต้องบริหารแบบมองไปข้างหน้าว่า ถ้าฝนไม่ตกตามที่คาดจะดูแลประชาชนอย่างไร เพราะตัวเลขน้ำที่คาดว่าจะเหลือนั้น ไม่แน่ใจว่าได้คิดถึงปริมาณน้ำที่จะระเหยหายไปในช่วงหน้าร้อนหรือไม่” วิษณุ กล่าว

ภูมิศักดิ์ ราศรี ผู้อำนวยการศูนย์ปฏิบัติการเศรษฐกิจการเกษตร สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) กล่าวว่า สถานการณ์ภัยแล้งในเดือน พ.ค. 2558-ก.พ. 2559 ได้สร้างความเสียหายครอบคลุมพื้นที่ 2.86 ล้านไร่ เกษตรกรได้รับผลกระทบ 2.71 แสนคน ส่งผลให้ขาดรายได้และทำให้ภาระหนี้สินที่เพิ่มขึ้น นอกจากนี้ยังทำให้แรงงานวัยหนุ่มสาวย้ายถิ่นฐานและงานไปสู่ภาคอุตสาหกรรมเพิ่มขึ้น

กัมปนาท เพ็ญสุภา รองคณบดีฝ่ายวิจัย และผู้อำนวยการศูนย์วิจัยเศรษฐศาสตร์ประยุกต์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ กล่าวว่า ที่ผ่านมาภาครัฐได้มีมาตรการช่วยเหลือเกษตรกรที่ได้รับผลกระทบจากภัยแล้งใน 8 มาตรการ คิดเป็นเม็ดเงิน 1.5 หมื่นล้านบาท เช่น มาตรการการจ้างงาน มาตรการชะลอและขยายระยะเวลาชำระหนี้ของเกษตรกร ที่ทำให้เกษตรกรมีเงินในกระเป๋าไว้สำหรับใช้จ่ายได้ในช่วงที่ผ่านมา

อย่างไรก็ตาม สิ่งที่รัฐบาลต้องมีมาตรการเพิ่มเติม คือ การสร้างแรงจูงใจให้เกษตรกรเข้าสู่ระบบประกันพืชผลทางการเกษตร และส่งเสริมการเข้าถึงแหล่งข้อมูล การสร้างองค์ความรู้ของเกษตรกรเพื่อให้เกษตรกรรู้จักปรับตัว เช่น การปลูกพืชใช้น้ำน้อย หรือการเพาะปลูกเพื่อลดต้นทุนการผลิต การแปรรูปสินค้าเพื่อเพิ่มมูลค้าสินค้าเกษตร เป็นต้น

ข่าวล่าสุด

ปภ. รายงานน้ำท่วมใน 20 จังหวัด- กทม.  เร่งช่วยเหลือฟื้นฟูพื้นที่

ปภ. รายงานน้ำท่วมใน 20 จังหวัด- กทม. เร่งช่วยเหลือฟื้นฟูพื้นที่